........ไปรับราชการที่กรุง บรัสเซล ประเทศเบลเยี่ยมในภายหลัง เรียกตัวไปเรียนต่อที่นั่น จึงลาออกจาก ม.เชึยงใหม่ ไปเบลเยี่ยม  สอบเข้าเรียนต่อได้ที่ ม.ตูลุส  ภาคใต้ของฝรั่งเสศ  เนื่องจากแม่เงินเดือนยังไม่มากนักในตอนนั้น เงินไม่ค่อยพอใช้เป็นประจำเมื่อต้องแบ่งมาให้เป็นค่าเรียนของผมอีกทางยิ่งขัดสนตามขึ้น  วันเดินทางไปตูลุสเป็นจังหวะที่แม่เงินขาดมืออีก    แม่ต้องงัดเงินทีเก็บออมทั้งเงินเหรียญและเหรียญมอบให้ได้อย่างจำกัด   และพอดีกับค่ารถไฟ ค่าเรียนกับค่าหอพักในภาคเทอมแรกอย่างหวุดหวิด  ภาคสองผมต้องออกหาเงินสมทบกับเงินจากแม่ที่ไม่พอเพียงอีก  ด้วยการไปแสดงการชกมวยไทยโชว์กับเพื่อนตามสถานที่ต่าง ๆ หลายครั้ง นอกจากชกมวยโชว์แล้วบางครั้งไปเล่นดนตรีข้างถนนด้วย   ภาคสุดท้าย ต้องไปหางานพิเศษตามฟาร์มใหญ่นอกเมืองที่มีสัญญากับมหาวิทยาลัย  ที่จะให้นักศึกษาไปทำงานหารายได้พิเศษช่วยค่าเล่าเรียน ส่วนใหญ่ของงานจะเป็นออกไปเก็บเก็บผลไม้ป่า  ไปกันคราวละหลายสิบคนทั้งหญิงและชาย การไปก็จะได้รับกล่องข้าวกลางวันของใครของมันคนละกล่อง หยุดกินข้างกลางวันเที่ยงถึงบ่าย เย็นรถคันเดิมมารับกลับ ใครเก็บผลไม้ได้เท่าไร่เจ้าหน้าที่จะชั่งน้ำหนักออกใบรับให้เป็นหลักฐาน อาทิตย์หนึ่งจึงจะจ่ายเงินที ก็เก็บเงินไว้กับตัว ในปีที่ 3  ผมเกิดไปชอบพอกับนักศึกษาหญิงพื้นเมืองคนหนึ่ง และวางแผนจะเลิกเรียนต่อ โดยจะแต่งงานกัน แล้วไปอยู่กับฝ่ายหญิง  ผู้ลุงของฝ่ายหญิงอบรมผมว่า  แม่อุตส่าห์เจียดเงินเจียดทองอดมื้อกินมื้อส่งเงินให้เรียนแล้วจะมาเลิกเรียนเพราะจะหาความสุขส่วนตัวกับผู้หญิงนั้นไม่ควรทำ  แม่จะเสียใจแค่ไหน  ผมก็ได้คิด และขอบคุณลุงของหญิงที่ทำให้ผมหายตามืดตามัวเกือบเสียผู้เสียคนเรียนไม่จบทำไห้แม่ร้องไห้  กลับเนื้อกลับตัวตั้งใจเรียนอย่างเดียว  จนจบได้ปริญญาตามความต้องการของแม่ ท่ามกลางความดีใจของแม่และพ่อที่เมืองไทย ก่อนกลับเมืองไทยผมได้ไปเรียนขับเครื่องบินเล็กระยะสั้นอยู่พักหนึ่งพอบินขึ้นบินลงได้เท่านั้น  พอกลับเมืองไทยผมก็สอบเข้ากระทรวงต่างประเทศเพื่อหวังไปเมืองนอกเหมือนแม่  ก็สอบได้ ทำงานไต่เต้า จนได้มาทำงานที่นิวเดลี  ........( โปรดรออ่านตอนที่ 20 ในตอนต่อไป )