ฮอนด้าคือเบนซ์ญี่ปุ่นเพราะฮอนด้าใส่ทุกอย่างที่เบ๊นซ์มีในแอคคอร์อดที่เริ่มส่งออกขายครั้งแรกที่ยุโรปและเมริกาในปี 1985

ความเพียรและอดทนของชาวญี่ปุ่นเป็นแรงบันดาลใจบริหารเป้าหมายสู่ความสำเร็จให้ชาวไทย

......ไม่ว่าญี่ปุ่นที่พลิกพื้นตนเองจากการพ่ายแพ้สงครามไม่รู้ต่อกี่ยุคสมัย กลับฟื้นพัฒนาสิ่งต่างๆให้มีความสำเร็จนับเป็นสิ่งที่ทุกชาติรวมทั้งชาวไทย ได้เห็นความอดทน เพียรพยายามไม่ย่อท้อของประเทศหมู่เกาะเล็กๆ ล้วนเป็นไอดอลในหลายๆสิ่งที่ประเทศกำลังพัฒนาควรเอาเยี่ยงอย่างไม่ว่าจะเรื่อง ระเบียบวินัย เรื่องการบริการจัดการความเสี่ยงอันตราย การจัดการ 5S 5ส เรื่องความเที่ยงความตรง การนอบน้อมเมตตาอารีย์ แม้กระทั่ง ยานพาหนะ คนไทยก็รักชอบในยนตรกรรมญี่ปุ่นอันดับหนึ่งเช่นกันครับ

......คนไทยรักกิจวัตรของญี่ปุ่น รักความซื่อสัตย์ของคนญี่ปุ่น ชอบความนอบน้อมเหมือนคนไทยของชาวญี่ปุ่น คนไทยชอบยายนตร์ฮอนด้าและฮอนด้าก็พยายามศึกษาและออกแบบรถในรูปแบบที่คนไทยชอบ เช่นกัน เป็นเพราะคนไทยต้องการเทคโนโลยีที่ดีกว่า สูงกว่า แม้ว่าต้องจ่ายมากกว่าก็ตาม  ซึ่งฮอนด้าผลิตรถที่เน้นสมรรถนะและเทคโนโลยี แต่ก็ไม่ลืมความหรูหราจากภายในห้องโดยสาร โดยไม่อิงการแข่งขันด้านการตลาดมากเกินไปนั่นเองที่ตอบโจทย์คนไทยกลุ่มคนทำงานบริษัทได้ตรงจุดพอดี 

....จากรุ่นสู่รุ่น ลูกไม้หล่นใต้ต้น....


รถมรดก-ตำนาน-รถยอดเยี่ยมแห่งปี

รางวัล Car of the Year 1985 Japan

และรางวัล Car of the Year 1985-1986 USA. 

ล้วนเป็นเครื่องการันตีว่ารถแอคคอร์ดรุ่นนี้ไม่ธรรมดาเสียแล้ว อีกทั้งการเปิดตลาดรถญี่ปุ่นครั้งแรกในยุโรปแอคคอร์ดรุ่นนี้ยังทำยอดขายแค่ภายใน 2 ปีเทียบเท่ายอดขายเบนซ์ จนนายคาร์ล เบนซ์ ประธานบริษัทเดมเลอร์ ไครเลอร์ เยอรมันนี ต้องจับมือกับนายโชอิชิโร ฮอนด้า และยอมรับในความสำเร็จในครั้งนี้ในงานเลี้ยงอย่างยิ่งใหญ่

ในไทยฮอนด้าสาทร ตั้งราคาที่ 720 000 บาท 5MT และ 750 000 บาท สำหรับเกียรอัตโนมัติ 4AT

Generation ที่ 3 (รุ่นปี พ.ศ. 2529-2532)


ฮอนด้า แอคคอร์ด โฉมที่ 3

โฉมที่ 3 นี้ ผลิตมาทั้งสิ้น 4 รุ่นปี ตั้งแต่รุ่นปี พ.ศ. 2529 - พ.ศ. 2532 เปิดตัวครั้งแรกมิถุนายน1985ที่ญี่ปุ่นในยุโรปและอเมริกาตามมาภายหลังนักเลงรถบ้านเราเรียกว่ารุ่นท้ายดำแดงสองชั้นใช้แพลตฟอร์มเดียวกับโดยรุ่นนี้เป็นรุ่นแรกที่ใช้ช่วงล่างดับเบิลวิชโบนอิสระทั้ง4ล้อและมีระบบเบรกABSให้เลิอกด้วยในรุ่นดิสก์เบรก4ล้อเป็นรุ่นเดียวที่ไฟหน้าเป็นไฟแบบpopupรุ่นแรกและรุ่นเดียวแต่รุ่นที่ขายในไทยเป็นแบบธรรมดามีรุ่นเครื่องยนต์ 1600cc 1800ccและ2000cc นอกจากนี้ยังมีตัวถังหลายแบบ3ประตูhatchback 3ประตู shootingbrake เรียกว่า Accord Aerodeck และ2ประตู มาในปี 2530 และขายกันถึงปี 2532 ได้รับรางวัลรถยนต์นั่งยอดเยี่ยมแห่งปีของญี่ปุ่นประจำปี 2529 อีกด้วย

ในไทยนั้นเป็นเครื่อง2000cc (1955cc)105แรงม้า โดยมี 2 แบบ คือ

  • LX เกียร์ธรรมดา 5 สปีด กระจกหน้าต่างและกระจกส่องข้างแบบปรับมือ ล้อกระทะเหล็ก 13 นิ้วพร้อมฝาครอบ ยางขนาด 185/70R13
  • EX เกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด กระจกหน้าต่างไฟฟ้าและกระจกส่องข้างปรับไฟฟ้า ล้อกระทะเหล็ก 13 นิ้วพร้อมฝาครอบ ยางขนาด 185/70R13 (เฉพาะรุ่นท้ายๆ จะได้ล้อแม็กนีเซียมอัลลอย 14 นิ้ว ยางขนาด 195/60R14)

อย่างไรก็ตาม ทั้งสองรุ่น จะได้พวงมาลัยพาวเวอร์ผ่อนแรง, เซ็นทรัลล็อก, ไฟส่องข้างประตู, เสาอากาศไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ซึ่งถือว่าเป็นความล้ำหน้าในเทคโนโลยีไม่น้อย ส่วนเบาะในไทยจะเป็นเบาะสังเคราะห์ หรือเบาะหนังเทียม (ไวนิล) รอบคันแม้แต่รุ่นท็อป ส่วนที่จำหน่ายในญี่ปุ่นจะเป็นเบาะกำมะหยี่ พรมแผงประตูจะเป็นหนังเดินเส้นสเตนเลส หรือกำมะหยี่สีกลมกลืนกับแผงคอนโซลดูหรูหรา