ผ้าทอใจ

ณรงค์กรณ์ วิทยอักษรศรี

ผ้าทอใจ เป็นเรื่องสั้นที่ได้รับรางวัลชมเชยการประกวดเรื่องสั้นส่งเสริมวัฒนธรรมท้องถิ่น เทิดพระเกียติสมเดพระเทพรัตนราชสุดดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เรื่องสั้นเรื่องผ้าทอใจผู้เขียนมีเทคนิคการเล่าเรื่อง เล่าถึงเรื่องราวงานประเพณีบุญผะเหวด ซึ่งเป็นงานประจำปีและผู้เขียนก็ได้เล่าถึงการใช้ชีวิต วัฒนธรรมการทอผ้าที่ผู้คนที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านจะทำเป็นกิจวัติประจำวันและผู้เขียนก็ได้เขียนให้ตัวละครผู้เป็นแม่นั้นได้มีอาชีพการทอผ้าขาย แต่เมื่อวันเวลาผ่านไปแม่ก็เริ่มแก่ขึ้นทุกวัน แม่ก็อยากที่จะให้ลูกสาวนั้นสืบทอดการทอผ้าตอจากแม่ แต่ด้วยยุคและสมัยที่เปลี่ยนไป ฉัน ที่ผู้เขียนได้ตั้งให้เป็นตัวละครในเรื่อง ฉันไม่อยากที่จะสืบทอดการทอผ้าต่อจากแม่ เพราะฉันเป็นนักเรียนโรงเรียนประจำอำเภอและเพื่อนๆก็ต่างเป็นลูกคนรวยกันทั้งนั้น บางคนก็ทำตัวรวยเกินฐานะทางบ้านของตัวเองสะท้อนกับสังคมในยุคสมัยนี้ เช่น ในยุคสมัยนี้พ่อแม่บางคนนั้นมีฐานะทางบ้านไม่ค่อยดี เงินก็ไม่มี พ่อแม่บางคนหาเช้ากินค่ำ แต่ลูกนั้นใช้ชีวิตที่มีแต่ความสุขสบาย โดยที่ไม่สำนึกถึงคนข้างหลังเลย และภายในเรื่องผู้เขียนยังเขียนเกี่ยวกับประวัติก่อนที่จะเกิดบุญผะเหวดให้ผู้อ่านได้รู้อีกด้วย

เนื้อเรื่องจากเรื่องสั้นเรื่องผ้าทอใจ จะเน้นเกี่ยวกับการใช้ชีวิตตามชนบท และผู้เขียนได้เขียนให้ตัวละคร ฉัน เป็นผู้เล่าเรื่อง ผู้เขียนได้เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับงานบุญผะเหวดที่เป็นงานประจำปีซึ่งในหนึ่งปีจะจัดขึ้นหนึ่งครั้ง ซึ่งชาวบ้านก็ต่างช่วยกันอย่างขยันขันแข็ง วัฒนธรรมการทอผ้าของคนในหมู่บ้านที่เป็นงานผีมือที่สวยงามทำให้ผู้คนในตัวอำเภอก็ต่างชมชอบเข้ามาซื้อไปใช้จนทำให้คนในหมู่บ้านนั้นมีรายได้กันอย่างไม่ขาดมือ มุมมองในการเล่าเรื่องส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นการเล่าเรื่องที่เล่าผ่านตัวละครที่ชื่อว่า ฉัน ซึ่งการเล่าเรื่องนั้นจะเกี่ยวกับทุกสิ่งและทุกอย่างที่ฉันนั้นพบเจอไม่ว่าจะเป็นการทอผ้า การทำบุญผะเหวด และภายในเรื่องมีการขัดแย้งระหว่างแม่กับฉัน ซึ่งภายในเรื่องจะพูดถึงฉันนั้นอยากออกไปใช้ชีวิตในตัวเมือง แต่แม่นั้นไม่ให้ไป เพราะในเมืองมีแต่คนที่แย่งชิงดีชิงเด่นกัน แต่ฉันก็ไม่ฟังแม่ ฉันก็ยังเลือกที่จะไปใช้ชีวิตที่เมือง และในอีกตอนหนึ่งที่แม่อยากให้ฉันนั้นได้สืบทอดการทอผ้าต่อจากแม่ เพราะว่าแม่นั้นเริ่มแก่ชราลงในทุก ๆ วัน แต่ฉันก็ก็ไม่ยอมทำ เพราะคิดว่ามันเชยและด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ฉันคิดว่าถ้าใครยังมานั่งทอผ้าก็คงจะดูเชย และอีกหนึ่งการขัดแย้งคือการขัดแย้งภายในใจ ที่ฉันนั้นได้ทำตามความฝันของตัวเอง แต่ก็ต้องมาพบกับฝันร้ายเพราะแม่ป่วยก็เลยต้องทิ้งความฝันตัวเองเพื่อที่มาดูแลแม่

ฉากที่ปรากฏในเรื่อง หมู่บ้านชนบท วัด ทั้งหมดที่ปรากฏคือสถานที่จัดให้เกิดบุญผะเหวดขึ้นทำให้ผู้อ่านมองเห็นและคิดตามได้ ผู้เขียนทำให้ผู้อ่านนั้นเกิดการจิตนาการตามที่ผู้เขียนนั้นต้องการที่จะนำเสนอให้ผู้อ่านนั้นได้คิดตาม

แก่นเรื่อง จะเน้นเกี่ยวกับเกี่ยวกับปมขัดแย้งระหว่างฉันกับแม่ คือ แม่อยากให้ลูกสาวนั้นทอผ้า แต่ลูกสาวไม่อยากทำเพราะกลัวจะเป็นตัวตลกของเพื่อน และผู้เขียนยังเรื่องราวที่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมให้สะท้อนกับยุคสมัยในปัจจุบันที่ผู้เขียนได้เขียนถึง และผู้เขียนยังเขียนการเปรียบเทียบให้เห็นถึงการใช้ชีวิตของคนในชนบทกับคนในเมืองที่แตกต่างกันจึงทำให้เห็นถึงการขัดแย้งกันอย่างเห็นได้ชัด

จากในเรื่องผ้าทอใจ เป็นเรื่องสั้นที่ผู้เขียนเขียนถึงวัฒนธรรมการทอผ้า ประเพณีบุญผะเหวดที่จะเกิดขึ้นในทุก ๆ ปี และผู้เขียนยังสอดแทรกการใช้ชีวิตของชาวชนบทที่ทำมาหากันกันอย่างมีความสุข ในตอนจบผู้เขียนยังเขียนให้ตัวละครนั้นมีจิตสำนึกในวัฒนธรรมประเพณีการทอผ้าให้กลับมาอีกครั้ง และผู้เขียนยังทิ้งประโยคในตอนจบให้ผู้อ่านเกิดการอยากที่จะติดตามต่อไป

                               ฉันรู้แล้วว่าฉันควรทำอะไร....