สร้อยทอง คล้องใจ
“สร้อยทองตายเสียแล้ว” เขาบอกอังกาบด้วยเสียงสั่นเครือ
“รีบกลับบ้านเร็วๆเถอะพี่” อังกาบหลบหน้าลอยเพื่อซ่อนน้ำตา
เริ่มเดินนำหน้าเขากลับโรงนาด้วยหัวใจห่อเหี่ยว อังกาบสงสารลอยอย่างจับใจ
ข้อความสุดสะเทือนใจในตอนหนึ่งของเรื่อง ขณะที่ลอยบอกอังกาบหญิงอันเป็นที่รักว่าสร้อยทองนกที่เขารักมากตายแล้วด้วยน้ำเสียงไม่สู้ดีนัก อังกาบเองก็บอกลอยให้รีบกลับบ้านและพยายามหลบหน้าซ่อนน้ำตาเหมือนว่ากำลังมีเรื่องไม่ดีเกิดที่บ้านอีกเช่นกัน ชวนให้ผู้อ่านสงสัยว่าเหตุการณ์ที่บ้านนั้นเกิดอะไรขึ้นทำไมอังกาบถึงต้องซ่อนน้ำตาและสงสารอย่างจับใจถึงเพียงนี้
ผู้แต่งเรื่อง สร้อยทอง คือ นิมิต ภูมิถาวร เป็นชาวสุโขทัยเมืองอันมีแระวัติความเป็นมายืนยาวแห่งหนึ่งของประเทศ เขาเป็นครูใหญ่โรงเรียนบ้านไร่ ในอำเภอศรีสำโรงจังหวัดอันเป็นบ้านเกิดของเขานั่นเอง งานเขียนส่วนใหญ่ของ นิมิต ภูมิถาวร เป็นเรื่องสั้นและนวนิยาย เขาเริ่มเขียนหนังสือมานานแล้ว ผู้ให้แนวทางคืออาจินต์ ปัญจพรรค์ บรรณาธิการนิตยสารไทยโทรทัศน์ และนิตยสารฟ้าเมืองไทยในอดีต นิมิต ภูมิถาวร มีความถนัดจัดเจนในการเขียนเรื่องสั้นที่ถ่ายทอดชีวิตอันสุขสันต์หรือขมขื่น ที่เกิดขึ้นในแวดวงครูและนักเรียนชนบท นวนิยายที่เขาเขียนนั้นส่วนมากจะสะท้อนบรรยากาศ ความรักระหว่างหนุ่มสาวกับเพื่อนพ้องร่วมถิ่น ตลอดจนวงจรชีวิตของชาวบ้านนอกคอกนาและความสัมพันธ์ระหว่างชาวบ้านกับข้าราชการ เรื่องสร้อยทองนี้ เป็นนวนิยายที่ชี้ให้เห็นถึงสภาพของสังคมชนบทได้เด่นชัด เคยได้รับรางวัลในฐานะนวนิยายดีเด่นจากการประกวดงานสัปดาห์หนังสือประจำปี 2519 และได้รับคัดเลือกไปชิงรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์แห่งอาเซียนในปี 2520
สร้อยทองเป็นเรื่องของชาวบ้านธรรมดาๆที่ชื่อลอย ลอยเป็นพ่อหม้ายลูกติด ลูกของลอยชื่อรวย ลอยมีอาชีพทำนาและเผาถ่านหาของกินตามทุ่งนาตามฤดูกาลต่างๆ อังกาบก็เป็นแม่หม้ายและเป็นหญิงที่ลอยหมายตาไว้ ลอยเลี้ยงนกเขาไว้หนึ่งตัวชื่อว่า สร้อยทอง เป็นนกที่เขารักอย่างกับลูกคนที่สอง วันหนึ่งลอยกับรวยออกต่อนกเพื่อจะหาเพื่อนให้เจ้าสร้อยทองเขากำลังจะต่อนกติดแต่ก็มีคนมาขวางไว้ก่อน คนนั้นคือไอ้เขินลูกน้องของปลัดผัน ไอ้เขินเข้ามาบอกลอยว่านกตัวนี้เป็นของท่านปลัดผันห้ามไม่ให้ไอ้ลอยไปยุ่ง ลอยเกรงกลัวอำนาจของปลัดผันมากจึงไม่ยุ่งกับนกตัวนั้นอีกเลย จนอยู่มาวันหนึ่งปลัดผันมาที่บ้านผู้ใหญ่จุนเรียกสาวๆไปนั่งด้วย รวมถึงอังกาบด้วยแต่อังกาบนั้นไม่ได้เต็มใจไปนั่งด้วย ปลัดผันให้ไอ้เขินไปตามลอยมา ปลัดผันบอกลอยให้ต่อนกเขาให้เพราะจะเอาไปให้เจ้านายอีกต่อหนึ่ง ลอยรับปากพร้อมกับจะทำกรงนกให้อีกด้วยตามที่ปลัดผันของ ถึงเวลาที่รวยจะต้องเข้าโรงเรียนลอยไปดำเนินเรื่องให้แต่ก็เกิดปัญหาขึ้นคือเจ้ารวยไม่มีรายชื่อต้องไปขอขึ้นที่อำเภอ ลอยไปอำเภอตามที่เมียกำนันบอกแต่เห็นท่านปลัดยุ่งๆจึงไม่กล้าเข้าไปวุ่นวายมาก อังกาบจึงยื่นมือเข้ามาช่วยคือพาลอยเอาข้าวของไปฝากเมียของท่านปลัดผันและวานให้เมียปลัดช่วยบอกให้ท่านปลัดดำเนินเรื่องให้ ไม่นานนักรวยก็มีรายชื่อและรอเข้าเรียนเมื่อถึงกำหนดเวลาได้เลย ลอยอยากให้ลูกเรียนสูงๆจะได้เป็นเจ้าคนนายคนไม่ลำบากเหมือนพ่อและจะได้ใส่ชุดสีกากีผู้คนจะได้เกรงขามน่าเคารพเหมือนปลัดผัน วันเวลาผ่านเลยไปลอยก็ยังไม่สามารถต่อนกมาให้ปลัดผันได้ ปลัดผันจึงบอกว่าถ้าต่อนกตัวนั้นไม่ได้ก็ให้เอาเจ้าสร้อยทองไปให้แทน คืนก่อนวันสุดท้ายลอยและรวยออกไปต่อนกแต่สุดท้ายก็ไม่ได้นก รวยถูกงูเห่ากัดลอยรีบพาลูกกลับบ้านมารักษา อังกาบและหมอช่วยกันอย่างเต็มที่จนรุ่งเช้าลอยต้องนำเจ้าสร้อยทองไปให้ปลัดผัน เมื่อถึงบ้านปลัดผันเจ้าสร้อยทองก็ชักและตายในที่สุด อังกาบมาตามลอยให้รีบกลับบ้านเมื่อเห็นหน้าลอยอังกาบหลบหน้าเพื่อซ่อนน้ำตา เหมือนกับจะบอกว่าที่บ้านก็มีเรื่องร้ายเกิดขึ้นเช่นกัน
โครงเรื่องของเรื่องสร้อยทองเป็นการเล่าเรื่องราวชีวิตของลอยชายผู้มีฐานะยากจนลอยเป็นคนที่มีจิตใจดี ซื่อสัตย์ มีน้ำใจ นอบน้อมไม่เคยมีปัญหากับใครและลอยเป็นคนที่รักลูกมากอยากให้ลูกได้ดีจะได้ไม่ลำบากเหมือนตนเอง ลอยมีวิถีชีวิตเหมือนชาวบ้านทั่วไปที่หาเช้ากินค่ำ หาพืชผักตามฤดูกาลมาเลี้ยงชีพ และหาสัตว์ต่างๆตามแม่น้ำลำคลองมาประทังชีวิตให้อยู่รอดในแต่ละมื้อ และด้วยความซื่อสัตย์และความดีของลอยทำให้เรื่องจบลงอย่างโศกนาฏกรรมที่แสนหดหู่ที่ลอยต้องเสียเจ้าสร้อยนกที่เขารักมากและยังต้องไปรับรู้เรื่องที่เกิดขึ้นที่บ้านอีก การใช้ฉากในเรื่องเป็นการใช้ฉากทุ่งนา ป่าเขา เป็นส่วนใหญ่ เพราะเป็นการแสดงถึงวิถีชีวิตของชาวบ้านชาวนาคนจนได้อย่างสมจริงและชัดเจน ทำให้ผู้อ่านได้รับรู้ถึงสภาพความเป็นจริง และจินตนาการจนเห็นภาพความเป็นอยู่ของชาวนาจนๆคนหนึ่งได้อย่างชัดเจน สร้างบรรยากาศแห่งความหดหู่และความสลดใจเป็นอย่างดี มีการใช้ตัวละครในการดำเนินเรื่องอย่างสมจริง ทั้งด้านทางลักษณะนิสัย ความคิด ความรู้สึกต่างๆ ที่ทุกตัวละครถ่ายทอดออกมาได้อย่างลึกซึ้ง
สำหรับลักษณะเด่นของเรื่องนี้ มีความโดดเด่นในเรื่องการใช้ภาษาที่มีเสน่ห์ เรียบรื่นด้วยลีลาการบรรยาย และมีการใช้คำที่เฉพาะ บางคำอ่านแล้วก็ไม่สามารถเข้าใจได้เลย เช่น เพนียด คือกรงเล็กๆถักด้วยลวดสำหรับต่อนก แต่ถึงแม้ว่าบางคำจะยากต่อการเข้าใจผู้เขียนก็บรรยายไว้อย่างละเอียดดังเช่นที่ยกตัวอย่างมาและในเรื่องก็มีบทสนทนาอยู่ค่อนข้างมากที่ช่วยทำให้ผู้อ่านเข้ารู้จักตัวละคร ช่วยดำเนินเรื่อง และลดความซ้ำซากของเรื่อง เช่น “ต้องเรียนให้เก่งๆนะลูก จะได้เจ้านายกับเขามั่ง” จากบทสนทนาเพียงเท่านี้ก็ทำให้ทราบถึงความปรารถนาของผู้เป็นพ่ออย่างลอยว่าอยากให้ลูกเรียนเก่งๆจะได้เป็นเจ้าคนนาย โดยมีการลดการบรรยายที่ยืดยาวโดยใช้บทสนทนาแทน ส่วนถ้อยคำที่ใช้ก็เป็นคำปกติและเป็นคำธรรมดาทั่วไปที่ผู้เขียนถ่ายทอดออกมาได้อย่างสมจริงและทำให้ผู้อ่านรู้สึกมีอารมณ์ ทุกข์ สุข เศร้า เสียใจ ตามได้
สร้อยทอง เป็นเรื่องราวการสะท้อนชีวิตบ้านนอกธรรมดาๆ กับเจ้านายผู้ที่มีอำนาจ เป็นความสัมพันธ์อันขมขื่นระหว่างผู้ที่มีการศึกษากับผู้ที่ไม่มีการศึกษา ซึ่งเรื่องนี้สร้างมาจากสภาพความเป็นจริงของสังคมที่มีการเกรงกลัวอำนาจผู้เป็นใหญ่และในสังคมก็ยังมีคนซื่ออย่างลอยอยู่ สุดท้ายนี้เรื่องสร้อยทองทำให้เราเห็นถึงความเกรงกลัวในสีชุดกากี และความรักอันบริสุทธิ์ของพ่อที่มีต่อลูกเป็นความรักที่ยิ่งใหญ่และหวังให้ลูกได้ดีมีความสุขสบาย และยังมีความรักของวัยผู้ใหญ่ที่แสดงความรักกันออกมาในรูปแบบที่เหมาะสมตามวิถีชาวบ้านธรรมดาทั่วไป