ย้อนรอยวันวานในโครงการศึกษางานสำคัญทางพระพุทธศาสนา

ยูมิ
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

        เมื่อถึงเวลากำหนดที่ผมต้องนำพาคณะออกไปสู่โลกกว้างหลายวัน ผมตื่นนอนตอนตี 4 ของวันที่ 3 มี.ค. 2561 แล้วทำภารกิจส่วนตัวได้เวลาล้อหมุนตอนตี 4 ครึ่ง หรือ เวลา 04 .30 น. โบกมือลาคู่ชีวิตที่คอยตามส่งในหมู่บ้านชานเมืองหาดใหญ่แล้วผมขับรถลัดเลาะริมทะเลฝั่งอ่าวไทยไปจอดที่บ้านคุณป้าคุณลุงของลูก ๆ ที่เมืองหัวไทร จ. นครศรีธรรมราช ต่อจากนั้นคุณลุงพาไปรับกล่องข้าวอาหารแล้วให้ความเมตตาไปส่งยังตัวเมืองนครศรีธรรมราช


        หลังจากตรวจนับรับกล่องข้าวที่บรรจุอาหารจำนวน 40 กล่องที่คู่ชีวิตผมตั้งใจทำบุญด้วยต้องการถวายพระนิสิตเป็นภัตตาหารเช้าวันนี้ที่ร่วมเดินทางไปในโครงการประกอบรายวิชาที่ผมสอน  แล้วเราก็เดินทางไปจุดเป้าหมายที่นัดขึ้นรถ พอไปถึงคณะของเรารออยู่แล้วมาช่วยกันขนกล่องอาหารขึ้นรถทัวร์ไปถวายพระนิสิตให้ครบทุกรูปและที่เหลือก็แบ่งให้คณาจารย์ลูกศิษย์ที่เป็นฆราวาสพร้อมทั้งทีมงานของรถ ทราบว่าอาหารที่มีผู้นำมาก็เป็นเสบียงไปได้ถึง 3 วันทีเดียว  เมื่อคณะเราออกจากเมืองนครศรีธรรมราชไปหลังจากฉันภัตตาหารเช้าแล้วก็ทำวัตรสวดมนต์กันบนรถเพื่อเป็นสิริมงคลแล้วแวะฉันเพลที่วัดสวนโมกข์ อ. ไชยา ซึ่งมีพระนิสิต 2 รูปในรุ่นนี้ร่วมทำหน้าที่เป็นภาระจัดอาหารเพลให้พวกเรา แล้วก็เดินทางต่อไปถึงที่พักแรมคืนใน ม.มจร.วังน้อย จ. อยุธยา

        รุ่งเช้าวันอาทิตย์ที่  4  มี.ค. 2561 คณะเราทานอาหารเช้าแล้วไปไหว้สวดมนต์ที่กลางโบสถ์น้ำ ม.มจร.วังน้อย เมื่อไหว้พระสวดมนต์จบแล้ว 

ผมได้ให้ข้อคิดบางประการจากสิ่งตกแต่งภายในโบสถ์นั้น ชี้ให้เห็นประเด็นการแบ่งโซนพระพุทธ  อยู่ในภาคใต้  โซนพระธรรมอยู่ในภาคกลางและโซนพระสงฆ์อยู่ในภาคเหนือและภาคอิสาน


        จากนั้นคณะเราเดินทางไกลเป้าหมายคือวัดภูมดง่าม  ต. ช่องเม็ก  อ. สิรินทร  จ. อุบลราชธานี  ระหว่างทางอันยาวไกลนี้เราทำกิจกรรมหลายอย่างเช่นกลุ่มพระนิสิตออกมารายงานตามรายวิชาที่มอบให้  วิเคราะห์ความเห็นต่าง ๆ แลกเปลี่ยนเรียนรู้  และภาคบันเทิงเพื่อผ่อนคลายโดยผมเองก็ฮำไปได้หลายเพลง ดูตามคาราโอเกะบนรถนั้นละ  ค่ำแล้วคณะเราไปถึงที่พัก ได้พบคุยกับโยมแม่คำพันเป็นโยมแม่ของสมภารวัดชื่อพระมหาเติม ท่านจัดที่นอนให้พวกเราตามสะดวก  ที่ผมนอนอยากกลางเต้น  ท่านประธานรุ่นนี้ช่วยกางเต้นนอนให้ด้วยความขอบพระคุณยิ่ง  ที่นี่ต้องช่วยกันรักษาความสะอาดไม่มีคนใช้


        รุ่งเช้าวันจันทร์ที่ 5 มี.ค. 2561 หลังทานอาหารเช้าแล้วคณะเราเปลี่ยนรถไปขึ้นรถทัวร์ที่มาจาก สปป. ลาว เพื่อมารับคณะเราเข้าด่านทางช่องเม็กนำเราไปเที่ยวดูงานเน้นลาวใต้ จุดแรกที่คณะเราไปคือนำตกคอนพะเพ็ง ก่อนถึงเราฉันเพลระหว่างทางด้วยหนทางยาวไกลจึงร่วมจัดกิจกรรมภาคบันเทิงผมร้องเพลงไปหลายเพลงเช่นกัน  ทางทัวร์ให้ไกด์นำเที่ยวมา 1 คน ชื่อ นางพรสถิต   ชำนาญเวช 

เธอเล่าเรื่องต่าง ๆ ให้ฟังมีสาระและขบขันบ้าง เช่น คนลาวตายย้อนเกียรติ์คนเวียดตายย้อนซูซี,  กลุ่มคนสาบานเป็นพี่น้องกันคือ ลาว  เวียดและขะแม  , คนลาวใช้กระแสไฟฟ้าเพียง 20 %  แต่ขายให้ไทย  80 % ช่วงพักลงไปห้องสุขาเด็กที่เก็บเงินอยู่ปากทางบอกว่าพระชีไม่เก็บค่าบริการ มีเด็กมาขายของที่ระลึกบอกว่าคุณพ่อมากับพระข่อยบ่ตั๋วดอกเด้อ ลงไปดูน้ำตกคอนพะเพ็งแล้วกลับมาเมืองปากเซมีโปรแกรมเข้าเยี่ยมฟังวิทยาลัยสงฆ์จำปาสัก ได้รู้ว่ากำลังอยู่ในขั้นพัฒนาเปิดสอนระดับปริญญาตรีสายพระพุทธศาสนา


        ช่วงนี้ท่านพระครูสิริเจติยานุกิจ , ดร. ท่านเป็น ผอ. วิทยาลัยสงฆ์นครพนม  ที่คณะเราได้รับเมตตานุเคราะห์ให้มาศึกษาดูงานที่ลาวใต้ท่านเป็นผู้แนะนำคณะเราและเมตตาเข้ามาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่วิทยาลัยสงฆ์จำปาสักด้วย  หลังเลิกแล้วคณะเรากลับที่พัก  ผมและพระครูโสภณรัตนบัณฑิต , ดร. ได้ไปกับท่าน ผอ. วิทยาลัยสงฆ์นครพนมเราได้สนทนากันในฐานะท่านกับผมล้วนเป็นคนลูกพระธาตุพนม  ท่านพระครูมีแนวคิดที่ก้าวหน้าเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนโดยเอื้อให้พระสงฆ์และคนลาวมาเรียนที่วิทยาลัยสงฆ์นครพนมได้

        ค่ำแล้วเรากลับมาที่โรงแรมที่พักในตัวเมืองปากเซตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขงนั้น

        รุ่งขึ้นวันอังคาร  ที่ 6 มี.ค. 2561 หลังฉันภัตตาหารเช้าเสร็จแล้ว  รถทัวร์ก็มารับเราไปชมขุนเขาน้ำตกสวนดอกไม้ไร่กาแฟ เป็นการเปิดมุมคิดใหม่สำหรับพระนิสิตให้ได้วิเคราะห์ตีความในสิ่งที่ได้พบได้เห็น


และบ่าย 3 วันนี้คณะเราก็ออกจากด่านช่องเม็กเดินทางเข้าฝั่งไทยมุ่งไปยังสำนักสงฆ์เขาลอย อยู่ตีนเขาพนมรุ่ง 

 ที่นี่ลูกศิษย์ที่เป็นนักศึกษาฆราวาสก็เลือกที่นอนตามสะดวกผมได้ไปนอนรีสอร์ตพอรุ่งขึ้นวันพุธ ที่ 7  มี.ค.  2561 หลังฉันภัตตาหารเช้าแล้วไปขึ้นเขาพนมรุ่งแวะฉันภัตตาหารเพลแล้วไปนอนที่ ม. มจร. วข. นครราชสีมา ที่นี่ผมได้พบเพื่อนสมัยเป็นพระนิสิต 2 รูปแล้วเราพักหลับนอนที่ ม.มจร. วข. นครราชสิมา  จนวันรุ่งขึ้นเห็นแสงสาดส่องสวยงามในวันพฤหัสบดี ที่ 8 มี.ค. 2561 คณะเราเดินทางล่องใต้ต่อไป ในทุกวันยังคงธรรมกิจกรรมเหมือนเดิมสิ่งที่ขาดไม่ได้คือการไหว้พระสวดพุทธมนต์เป็นกิจวัตร


        คณะเราเดินทางล่องใต้ไปจนถึงที่พักรีสอร์ต เขตเขาย้อย ที่นี่เจอสายฝนตกลงมาห่าใหญ่ ๆ แล้ววันท้ายสุดคือวันที่ 9 มี.ค. 61 ของการเดินทางนี้เราก็ถึงเป้าหมายในตัวเมืองนครศรีธรรมราชราว 5 ทุ่มเศษ ๆ ผมอำลาพระนิสิตแล้วเดินทางไปเมืองหัวไทร โดยคุณป้าคุณลุงจากเมืองหัวไทรมารับและกลับถึงที่พักในตัวเมืองหัวไทรราว เที่ยงคืนพอดี พอวันรุ่งขึ้นเป็นวันที่ 10 มี.ค. 61 ผมทานอาหารเช้าแล้วอำลามวลญาติแล้วเดินทางล่องใต้ไปถึงบ้านในชานเมืองหาดใหญ่เรียบร้อยเจอพระคุณเจ้ามาพบขอลายเซนเพื่อจบการศึกษาระดับปริญญาโท  สายพระพุทธศาสนา

การเดินทางทุกครั้งมีสาระอยู่ที่ระหว่างเส้นทางที่กำลังไป  เราได้ประโยชน์มหาศาลคุ้มค่ากับเวลาที่ผ่านไป ขอขอบพระคุณในมิตรไมตรีที่ดีงาม  ในความมีน้ำใจที่แสนดีเอื้ออารี  มีเมตตา  มีความสามัคคีที่ดีต่อกันระหว่างเพื่อนร่วมเดินทางทุกรูปทุกคน

ขอบพระคุณทุกสิ่งที่ผมได้พบเจอ ขอบคุณภาพถ่ายจากกล้องของเพื่อนร่วมทางทุกรูปทุกคนขออนุญาตนำมาประกอบบทบันทึกนี้  ทุกสิ่งล้วนเป็นประสบการณ์ชีวิตที่ได้ผ่านพบได้มิตรที่ดีร่วมเดินทาง หากผมกระทำในสิ่งที่ไม่ถูกใจไปบ้างโปรดขออภัยข้าน้อยผู้ด้อยปัญญาด้วยเทอญ และผมได้พบมุมคิดใหม่ ๆ ของเพื่อนร่วมเดินทางเสมอ เพื่อนร่วมทางของผมล้วนเป็นครูของผมไม่ทางใดก็ทางหนึ่งละ ขอให้ทุกท่านทุกรูปจงเจริญด้วยอายุวัณณะสุขะพละปฏิภาณธนสารสมบัติทุกประการ  ด้วยความปรารถนาดี.

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน วัฒนธรรมท้องถิ่น

คำสำคัญ (Tags)#วัฒนธรรมท้องถิ่น#อุทัย เอกสะพัง#ย้อนรอยวันวานในโครงการศึกษางานสำคัญทางพระพุทธศาสนา#เยือนลาวตอนใต้#แขวงจำปาสัก#เมืองปากเซ

หมายเลขบันทึก: 645533, เขียน: 11 Mar 2018 @ 17:23 (), แก้ไข: 16 Mar 2018 @ 22:44 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง, ดอกไม้: 1, ความเห็น: 2, อ่าน: คลิก


ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

ไปหลายที่เลยครับ

ผมเองอยากไปลาวครับ

สวยมากๆ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ  อ. ขจิต  ยังสวยด้วยธรรมชาติอยู่ครับ พอเข้าหน้าแล้งแล้วน้ำตกอาจเหลือน้อยลง  ถ้าอยากชมต้องรีบไปช่วงนี้นะครับ  ฮา ๆ