กำเนิดธนาคาร มาจาก อัศวิน เทมปลาร์ (Templar Knight) กับกาลเวลาที่ม้านั่งหายไป

ปรเมศวร์ กุมารบุญ M.Sc. Telecom management

 

         ยุคแรกของทุนนิยมบางท่านเรียกว่ายุคนักล่า (Hunting Age) ล่าสิ่งที่ทำให้มั่งคั่งหรือมีกำไรมาก ซึ่งก็คือทรัพยากร การหาทรัพยากรที่ยากลำบากหรือทรัพยากรที่มีความต้องการมากขาดแคลน ราคาก็จะสูง จะทำให้มั่งคั่งร่ำรวย การใช้ความชั่วร้ายพรากเอาทรัพย์สินของผู้อื่นนั้นมิได้เกิดจากชนชั้นล่าง คนยากจนเท่านั้นที่จะมี Criminal mind ตรงกันข้ามคนร่ำรวยหรือชนชั้นสูงก็ได้มีจิตใจอันชั่วร้ายมากกว่าคนจนเสียอีกในการแย่งชิงทรัพย์สินคนอื่น

          ผมพาย้อนกลับไปไกลมาก คือ หลังสงครามครูเสด สงครามครูเสดคือการต่อสู้แย่งชิงดินแดน ผมก็ไม่สันทัดเรื่องประวัติศาสตร์ทางศาสนาอื่นเท่าใดนักนะครับ ทราบแค่ว่า ศาสนจักรคาทอลิก มีเป้าหมายที่จะเข้าถึงสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของคริสเตียนในเยรูซาเล็ม ซึ่งเยรูซาเล็มเป็นนครศักดิ์สิทธิ์และสัญลักษณ์ของศาสนาอื่นด้วย (ศาสนายูดาย และศาสนาอิสลาม)

      กล่าวได้ว่า เยรูซาเล็ม ถูกรายล้อมด้วยประเทศและดินแดนของชาวอิสลาม แต่สมเด็จพระสันตะปาปาเออร์บันที่ 2 แห่งโรม ได้รวบรวมนักรบชาวคริสต์บุกไปยังเยรูซาเล็มในปี ค.ศ. 1095 ก็ทราบแค่ว่ารบกันยาวนานเชียวล่ะ อ่านประวัติศาสตร์สงครามครูเสดเท่าใดก็ไม่จบง่ายๆ แต่ผมขอสรุปง่ายๆ ว่า มีนักรบกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเป็นนักรบที่เก่งที่สุดของชาวคริสต์และมีเพียงไม่กี่คน พวกเขาเป็นที่รู้จักกันทั่วไปว่า อัศวิน เทมปลาร์ (Templar Knight)



        อัศวินคณะนี้ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจากคริสตจักรโรมันคาทอลิกราวปี ค.ศ. 1129 ภายหลังสงครามครูเสดในยุคแรก เหล่าอัศวิน เทมปลาร์ ได้รับการยอมรับจากชาวยุโรปที่ต้องการไปจาริกแสวงบุญมากมายทั้งในแง่ “ฝีมือและความซื่อสัตย์” เขาทำหน้าที่คุ้มครองการเดินทางของชาวคริสต์ และฝากดูแลทรัพย์สิน เนื่องด้วยระหว่างทางหลังสงครามมีทั้งโจรและผู้ร้ายมากมาย บรรดาชาวยุโรปที่แสวงบุญจะฝากทรัพย์สินไว้กับคณะอัศวิน เทมปลาร์ ที่มีสำนักงานอยู่หลายแห่งในยุโรป และคณะอัศวิน เทมปลาร์ จะออกตั๋วเป็นจำนวนมูลค่าทองคำไว้ให้ สามารถไปแลกที่เยรูซาเล็มหรือไปแลกที่ใดก็ได้ในยุโรป โดยคณะอัศวิน เทมปลาร์ ขอหักค่าใช้จ่ายในการทำงานไว้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ด้วยฝีมือเลื่องลือเก่งกาจ และการถวายตัวรับใช้ศาสนาด้วยความซื่อสัตย์ ชาวยุโรปจึงไว้วางใจในบริการของเหล่าอัศวิน เทมปลาร์ ยิ่งนัก เดินทางก็ปลอดภัยและไม่ต้องแบกภาระทรัพย์สิน

 

              รูปแบบการให้บริการลักษณะธนาคารพาณิชย์จึงได้ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นจากการดำเนินการของเหล่าอัศวิน เทมปลาร์ มีศูนย์กลางการให้บริการอยู่ในอิตาลี่เรียกว่า “Banco” ในภาษาอิตาเลี่ยน แปลว่า “ม้านั่ง” ทำไมเรียกว่าม้านั่งผู้เขียนเห็นแว๊บๆ ว่า เพราะชาวโรมันและชาวยิว นั่งรอใช้บริการจำนวนมากนอกจากฝากถอนเงินแล้ว ยังมีบริการอื่นๆ เช่น ให้กู้อีกด้วย จึงมองเห็นม้านั่งจำนวนมากแต่ไกลให้คนนั่งรอรับบริการ เลยกลายมาเป็นคำว่า Bank ที่แปลว่าธนาคารในปัจจุบัน


      คณ ะอัศวิน เทมปลาร์ กลายเป็นองค์กรขนาดใหญ่ และได้ควบคุมป้อมปราการมากมายในยุโรป พวกเขาได้รับทรัพย์สินอย่างมากมายตลอด และความมั่งคั่งร่ำรวยเติบโตอย่างรวดเร็ว ลักษณะพิเศษของอัศวิน เทมปลาร์ คือเสื้อคลุมไร้แขนสีขาวที่มีกางเขนสีแดงอยู่บนเสื้อ

            อัศวิน เทมปลาร์ นับเป็นหนึ่งในหน่วยรบที่มีฝีมือที่สุดในสงครามครูเสด ส่วนสมาชิกของคณะที่ไม่ได้เป็นทหารมีหน้าที่จัดการโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจขนาดใหญ่ตลอดกิจกรรมของศาสนจักร สร้างสรรค์เทคนิคทางการเงินที่เป็นต้นแบบของธนาคารทั่วแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ อัศวิน เทมปลาร์ ได้รับอนุญาตจากพระสันตะปาปาให้ดำเนินกิจการด้วยตนเองจึงไม่ต้องฟังคำสั่งจากรัฐใด

          หลังสงครามครูเสด เหล่าอัศวิน เทมปลาร์ ถือครองทรัพย์สินจำนวนมากไว้ อัศวิน เทมปลาร์ ได้ถือครองทรัพย์สินจากการบุกพิชิตแผ่นดินศัตรู คณะอัศวิน เทมปลาร์ ถือครองทรัพย์สินมากขึ้นเสียจนร่ำรวยกว่าชนชั้นเจ้าซึ่งไม่สามารถหาได้เองขนาดนั้น

 

           พระราชา ชนชั้นปกครอง และขุนนางขัดสนเงินทอง จึงได้หยิบยืมจากคณะ อัศวิน เทมปลาร์ โดยเฉพาะพระเจ้าฟิลลิปที่ 4 แห่งฝรั่งเศสทรงเป็นหนี้เหล่า อัศวิน เทมปลาร์ จำนวนมหาศาลจากการทำสงครามกับอังกฤษ

         เขาว่ากันว่าสุดท้ายแล้วคณะอัศวิน เทมปลาร์ ถูกชนชั้นปกครอง และศาสนจักรรวมกันกำจัดแล้วยึดทรัพย์สินแบ่งปันกันไป คณะอัศวิน เทมปลาร์ ถูกจับกุมด้วยการตั้งข้อหาเป็นพวกนอกรีต ถูกใส่ร้ายใส่ความให้เสียหายให้เลวร้ายเพื่อกำจัด

       กระบวนการยุติธรรมในสมัยนั้น ใช้การกล่าวหา ผู้ถูกกล่าวหาไม่มีสิทธิโต้แย้งแสดงความบริสุทธิ์ ไม่มีโอกาสประกันตัวมาสู้คดี แต่จะถูกจองจำ และทรมานบังคับให้สารภาพ ในปี ค.ศ. 1310 อัศวิน เทมปลาร์ ถูกสอบสวนด้วยการทรมานให้รับสารภาพ พระเจ้าฟิลิปบังคับใช้คำสารภาพก่อนหน้าทำการเผา อัศวิน เทมปลาร์ ทั้งเป็นหลายสิบคนที่หลักประหารในปารีส

         ผู้นำคนสุดท้ายของ อัศวิน เทมปลาร์ ฌักแห่งมอแล ผู้ซึ่งรับสารภาพจากการถูกทรมาน ถูกประกาศว่ามีความผิดฐานเป็นพวกนอกรีตและตัดสินประหารชีวิตด้วยการเผาทั้งเป็นที่หลักประหารในปารีสในวันที่ 18 มีนาคม ค.ศ. 1314 ฌักยังคงไม่ยอมจำนนจนถึงที่สุด และร้องขอให้มัดเขาในทิศทางที่จะหันหน้าสู่มหาวิหารน็อทร์-ดามและมัดมือเขาไว้ในท่าของผู้กำลังอธิษฐาน ตามตำนานกล่าวว่า เขาได้ตะโกนเรียกสมเด็จพระสันตะปาปาเคลเมนต์และพระเจ้าฟิลิปจากกองไฟว่าจะได้พบเขาในเร็ววันก่อนจะได้พบพระเจ้า สมเด็จพระสันตะปาปาเคลเมนต์สวรรคตในหนึ่งเดือนให้หลัง และพระเจ้าฟิลิปสวรรคตจากอุบัติเหตุจากการล่าสัตว์ในสิ้นปีนั้น

              อัศวิน เทมปลาร์ ที่เหลือรอดก็หนีกระจัดกระจายไปดินแดนอื่นสูญสิ้นความยิ่งใหญ่ สิ่งที่พวกเขาได้รับการตอบแทนจากความดีงามและความซื่อสัตย์มีให้ชนรุ่นหลังได้ศึกษาต่อไป ที่เหลือให้เห็นวัตถุจากความมั่งคั่งของเหล่า อัศวิน เทมปลาร์ ไม่ได้เอาไปใช้ประโยชน์ส่วนตนแต่ใช้ทรัพย์สินสร้างโบสถ์วิหารมากมายและมีศัพท์คำว่า Temple ปะปนเข้ามาให้เห็นจนจวบปัจจุบันนั่นเอง ส่วนกิจการธนาคารก็ได้มีเอกชนเข้ามาดำเนินการแทนเพราะขาดบริการประเภทนี้ไม่ได้แล้ว และวิวัฒนาการบริการมาจวบจนทุกวันนี้


            วันนี้ม้านั่งในธนาคารมีปริมาณลดลง ธนาคารสาขาต่างๆ ก็จะค่อยๆ ปิดตัวลง ผู้คนจะไปธนาคารน้อยลงเรื่อยๆ ในทุกๆวัน ธนาคารที่ไม่มีสาขาทยอยเกิดขึ้นอย่างธนาคาร N26 อันเนื่องมาจากเทคโนโลยีการสื่อสาร Financial Technology เข้ามาตอบสนองความต้องการใช้บริการทางการเงินอย่างรวดเร็วของมนุษยชาติ ยุคสมัยนั้นเปลี่ยนไปการเคลื่อนย้ายเงินข้ามพรมแดนมิต้องใช้กองกำลังที่แข็งแกร่งและซื่อสัตย์รักษาเฝ้าทรัพย์และอารักขาการขนย้ายเงินอีกแล้ว อีกไม่นานจะไม่มีม้านั่งรอคอยรับบริการธนาคารอีกต่อไป

 

 

 

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ปรเมศวร์ กุมารบุญ

คำสำคัญ (Tags)#Fintech#กำเนิดธนาคาร#อัศวิน เทมปลาร์

หมายเลขบันทึก: 645527, เขียน: 11 Mar 2018 @ 13:54 (), แก้ไข: 11 Mar 2018 @ 21:50 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง, อ่าน: คลิก


ความเห็น (0)