ทันใดที่ไฟได้โหมไหม้กระดาษกองนั้น จิตใจของผมกลับรู้สึกร่มเย็น

กระดาษบรรจุชื่อของผู้คนที่เสียชีวิตที่ถูกญาติๆของของพวกเขาเขียนชื่อลงมา มันกำลังลุกโชนด้วยเปลวไฟ มันคือสัญลักษณ์ของการสื่อสารจากโลกหนึ่งไปยังอีกโลกหนึ่ง ประหนึ่งเป็นการบอกว่า ผลบุญที่พวกเรากำลังทำอยู่ ณ เวลานี้ ขอให้ถึงแด่เจ้าของรายชื่อที่ถูกเผาอยู่ในขณะนี้ด้วยเถิด

ผมกำลังเล่าถึงงานบุญประเพณีประจำปีของโรงพยาบาลผมครับ “สงขลานครินทร์” คือชื่อที่ถูกอ้างถึง 

นานมาแล้วที่อาจารย์หมออุดม อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลในยุคแรกได้ดำริขึ้นมาว่า “คนไข้ที่เสียชีวิตในโรงพยาบาลนั้น จิตวิญญาณของเขาอาจจะไม่ได้มีที่ไปทุกคน” นั่นก็คือที่มาของการทำบุญใหญ่เพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลส่งให้แก่ดวงวิญญาณเหล่านั้น ซึ่งจะถูกจัดขึ้นทุกวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ของทุกปี

และปีนี้ก็ยังคงเป็นเช่นนั้น

..........................

ด้วยความเก่งของหมอและเทคโนโลยีในปัจจุบัน เราแทบจะปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เราจะมีอายุยืนยาวขึ้น

นั่นน่าจะพอเข้าใจได้ว่าาผมน่าจะมีอายุอยู่ได้ถึง ๙๐ ปีจริงอย่างที่เล่ามาเมื่อคราวก่อน

แต่การจะยืดอายุได้นั้น มันน่าจะมีองค์ประกอบที่สำคัญอีกหลายอย่างที่ต้องนำมาคิดด้วยนะครับ ผมกำลังหมายถึงคุณภาพชีวิต การหายใจได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องพึ่งเครื่องช่วยหายใจ การเดินได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องใช้รถเข็น เป็นต้น

เรามาดูกันว่า ถ้าอายุ ๙๐ ปีได้จริงๆ จะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตบ้าง

ตาบอด

อันที่จริงในปัจจุบัน มันคงจะไม่ใช่โรคร้ายแรงอะไรนัก หากการตาบอดไม่ได้เกิดจากการหลุดลอกของจอประสาทตา ส่วนใหญ่แล้วเราจะตามืดมัวลงได้จากการเป็นต้อกระจก ดังนั้นจะไปกลัวอะไร เพราะเทคโนโลยีในปัจจุบัน การผ่าตัดเปลี่ยนเล็นตาใหม่มันง่ายนิดเดียว หมอเก่งๆหลายคนใช้เวลาผ่าตัดไม่ถึง ๑๕ นาทีด้วยซ้ำ และขณะนี้ก็มีเล็นให้เลือกหลายแบบมาก เล็นที่ปรับสายตาได้ เล็นที่มีระดับความคมชัดลดหลั่นกันไปในเล็นเดียว แล้วแต่จะเลือกเลยครับ แต่นั่นแหละ เทคโนโลยีต้องแลกมากับเงินด้วยเช่นเดียวกัน ผมเดาว่าอีกไม่น่าจะเกิน ๑๐ การเปลี่ยนเล็นตาอาจจะทำได้ด้วยหุ่นยนต์ “หยดยาชา เจาะขอบกระจกตา ดูดเล็นเก่า ใส่เล็นใหม่ เสร็จ” 

กลัวอย่างเดียว กลัวว่า ๗-๑๑ จะรับเปลี่ยนเล็นตาด้วยน่ะสิ คงสนุก

หูตึง 

อันนี้ยิ่งกระจอกเข้าไปใหญ่ เพราะเดี๋ยวนี้มีประสาทหูเทียมมีวางขายในตลาดมากมาย (เอิ่ม ผมหมายถึงตลาดทางการแพทย์นะครับ ไม่ใช่ตลาดสด) และเทคโนโลยีมันก็เจ๋งขึ้นเรื่อยๆในสนนราคาที่ถูกลงมาก

รู้ใช่ไหมว่าผมจะเขียนอะไรต่อ

ผมกำลังคาดว่า ต่อไป การเลือกและใส่ประสาทหูเทียม อาจจะถูกทดแทนด้วยเทคโนโลยีอย่างอื่น เช่น การฝังชิ๊ปเข้าไปที่ไหนสักแห่ง แล้วทำหรือกระตุ้นการได้ยินเสียงได้จริงๆ ที่สำคัญ หุ่นยนต์ทำได้ด้วย

กลัวอย่างเดียว กลัวว่า ๗-๑๑ จะรับใส่ชิ๊ปดังกล่าวให้ด้วยน่ะสิ คงสนุก มันรับเปลี่ยนให้ตลอด ๒๔ ชั่วโมงเลยนะ

นั่นคือตัวอย่างของโรคเสื่อมที่ส่วนบน ความเสื่อมส่วนล่างก็น่าระทึกไม่แพ้กันนะครับ แต่ขี้เกียจพรรณา

ที่เล่ามาด้านบน ไม่ไกลเกินช่วงอายุเรานะครับ ได้เห็นแน่ๆ และมันทำให้คุณภาพชีวิตเราดีขึ้นจริงๆด้วย ผมจะสามารถมองเห็นดาวหางฮัลเล่ย์ได้โดยไม่ต้องสวมแว่น หรือฟังการบรรยายจากลูกหลานว่ามันสว่างแค่ไหน แต่ผมสามารถซูมเล็นตาตัวเองจนเห็นได้ถึงกลุ่มแก้สของมันแบบใกล้ๆเลยทีเดียว ฮ่า ฮ่า

เรามาคอยดูกันนะครับว่าจะเป็นดั่งที่ผมว่าไว้มากน้อยแค่ไหน อย่าเพิ่งรีบตายกัน

.....…........................

แต่ท้ายที่สุด ทุกคนก็ต้องตายนั่นแหละครับ ตายดีตายชั่วก็คือตาย 

กลุ่มควันลอยคละคลุ้งฟุ้งขึ้นกระจายในอากาศ บรรยากาศที่ร้อนอบอ้าวรอบด้านน่าจะชวนให้หงุดหงิด แต่ไม่เลย เพราะจู่ๆลมก็พัดมาเอื่อยๆให้ผู้ที่ยืนกำกับการเผาไฟอยู่นั้นรู้สึกสบายตัว

ชื่อต่างๆคงถูกเรียบเรียงอยู่ในภพที่เรามองไม่เห็น และกลุ่มเจ้าของรายชื่อเหล่านั้นก็จะได้รับกุศลจากคนในภพนี้ที่ส่งผ่านมาให้อย่างถ้วนหน้า

ผมก็เคยนึกคลางแคลงใจ มันจริงเหรอ พ่อ ปู่ ย่า ตา ยาย ทวดของผมจะได้รับผลบุญนี้จริงหรือ ทวดผมอาจจะไปเกิดแล้วก็ได้ แต่ช่างเถอะ หากแกยังไม่ไป แกก็น่าจะได้รับสินะ

นอกจากชื่อผู้มีพระคุณทั้งของผมและของเมีย ผมยังใส่ชื่อลอยๆลงไปด้วย 

“เจ้ากรรมนายเวร เด็กๆที่ผมมีส่วนในการทำให้เขาไม่ได้เกิดในชาตินี้ และสัมภเวสีทั้งหลาย ขอให้มารับกุศลในครั้งนี้ด้วยเถิด”

แต่มันจะเป็นเรื่องจริงหรือไม่คงไม่มีประโยชน์ไปมากกว่าจิตที่เราได้มีโอกาสเผื่อแผ่ไปให้แก่ผู้อื่น ผมว่านี่คือกุศโลบายที่แยบยล

ผมคิดถึง “หลายชีวิต” เรื่องสั้นของคุณชายคึกฤทธิ์ ที่ท่านเล่าถึงชีวิตของคนในเรือที่จมลงลำนั้นทีละคน ผมคิดถึงชื่อในกระดาษที่กำลังถูกเผา ซึ่งแน่นอนว่า แต่ละคนก็ล้วนมีที่มาที่แตกต่าง

ผมคิดถึงวิญญาณที่ถูกสมมติว่าจะได้รับผลส่วนบุญส่วนกุศลที่ทางโรงพยาบาลและพวกเราร่วมกันจัดขึ้นมา (เอิ่ม ผมไม่ได้ร่วมจัด แต่ได้มาร่วมงานนะครับ ฮ่าฮ่า)

และผมก็คิดถึงสิ่งที่ผมร่วมทำให้พวกเขาไม่ได้เกิด

สาธุ

ธนพันธ์ ชูบุญยังมีความหวังอยู่จน ๙๐ ปีจริงๆ

๒๔ กพ ๖๑

 Attachment.png