หลังจากได้ใคร่ครวญถึงการดำเนินชีวิตและน้อมนำเอาปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาพิจารณา พบว่า ผู้เขียนจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง ๓ อย่างในชีวิต ได้แก่ ๑) แบ่งเวลาออกกำลังกาย ดูแลสุขภาพตนเอง เพราะเกิน ๔๐ แล้ว หากป่วย จะลำบากครอบครัวและคนที่รักเรา เริ่มมาเดือนกว่าสัปดาห์ละสามวัน ๒) สร้างสิ่งแวดล้อมเพื่อพัฒนา EF (Executive Function) ให้กับลูกจนกว่าพวกเขาจะเรียนจบประถม (ผมเคยเขียนถึง EF ไว้ที่นี่) และ ๓) เร่งปฏิธรรมเจริญสติ "มีสติ รู้กาย รู้ใจ ด้วยจิตใจที่ตั้งมั่นและเป็นกลาง" ไม่รู้ว่าจะตายเมื่อใด ชีวิตนี้ช่างเปราะบาง ... แน่นอนว่าต้องไม่ทิ้งอุดมการณ์ด้านการศึกษาและสืบสานพระราชปณิธานต่อไปอย่างเต็มโอกาส 

คุณยายและคุณตาของหลานท่านเห็นด้วยและช่วยสนับสนุนงบประมาณทั้งหมดอย่างเต็มที่ จนได้สถานที่พอเหมาะขนาด ๒ ไร่เศษ เป็นที่นาโคก น้ำท่วมไม่ถึง ห่างจากคลองน้ำธรรมชาติประมาณ ๕๐๐ เมตร มีน้ำซึมใต้ดินที่ระดับ ๓ เมตร ลักษณฺะดินเป็นดินทรายร่วนซุย ผู้เขียนออกแบบแผนผังของการสร้างสถานที่สำหรับพัฒนา EF ด้วยธรรมชาติ ดังรูป 

ผังนี้เกิดจากการน้อมนำเอาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ออกแบบตามเหตุผลและเป้าหมายดังที่กล่าวไปข้างต้น น้อมนำเอาตัวอย่างเกษตรทฤษฎีใหม่มาใช้เพียงบางส่วนเท่านั้น ไม่ได้คำนวณสัดส่วนแบบ ๓๐:๓๐:๓๐:๑๐ เช่น จะเห็นว่า แปลงนาขนาดเล็ก เพราะคำนวณไว้เพียงจะใช้สาธิตและพาลูกลงดำนำเกี่ยวด้วยมือ จึงเหลือพื้นที่ไว้เพียงทำไหวในเวลาว่างจากงานหลักเท่านั้น (ใช้หลักพอประมาณกับศักยภาพ) 

ขณะนี้การเตรียมพื้นที่เสร็จเรียบร้อยไปแล้วตามเป้าหมาย ขอบันทึกภาพด้านล่างนี้ไว้เป็น "Before" รอเปรียบเทียบกับ "After" ในอีกสิบปีข้างหน้า 


ขั้นตอนต่อไปคือ ทำให้ดินชุมชื้นและรักษาหน้าดินไม่ให้พังทะลายโดยใช้กล้วยและหญ้าแฝก พร้อมๆ กับเริ่มปลูกต้นไม้แบบ ๗ ชั้น ที่ได้ไปเรียนรู้มาจากศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อเดือนที่ผ่านมา 

ตั้งใจว่าจะค่อย ๆ ทำไปให้ได้ครบทุกชั้น ... ท่านผู้อ่านมีประสบการณ์จะแนะนำมือใหม่ จักขอบพระคุณมากครับ