เช้าวันเสาร์ที่ 27 มกราคม 2561 ตื่นเมื่อเสียงโทรศัพท์ปลุก 5.30 น. อาบน้ำอุ่น ๆ ลงมาทานอาหารเช้า
ที่นี่เน้นอาหารจีน ข้าวต้ม หมี่ผัด ปลาท่องโก๋(แป้งแข็งมาก) แต่มีไข่ดาวให้ด้วย ไม่มีกาแฟมีแต่ชาและนม แต่เรากินกาแฟประเภททรีอินวัน(ปกติไม่กิน) ที่หัวหน้าทัวร์เอามา กับซาลาเปาและหมั่นโุถ ที่นี่ไม่มีแก้วกาแฟค่ะ และไม่มีช้อนกาแฟ บางคนต้องใช้ถ้วยและใช้ตะเกียบแทนช้อนคนกาแฟ เขาเน้นชาค่ะ
อิ่มแล้วออกไปถ่ายรูปหน้าโรงแรมท่ามกลางอากาศหนาว ๆ วันนี้ทุกคนแต่งตัวกันหนาวอย่างเต็มที่เพราะที่กุ้ยหลินหนาวมาก ๆ ค่ะ
7.30 น.ทุกคนขึ้นรถบัส เช้านี้อุณหภูมิ 11 องศงเซนเซียส หนาวๆๆ เดินทางไปสถานีรถไฟความเร็วสูงเพื่อไปกุ้ยหลิน. ขณะเดินทางมัคคุเทศก์แจกตั๋วโดยสารรถไฟความเร็วสูงให้คนละใบ
นั่งรถไปชมเมืองกวางโจว ซึ่งเป็นเมืองเอกของมณฑลกวางตุ้ง. เป็นเมืองที่ศิวิไลซฺ์เมืองหนึ่งของสาธารณรัฐประชาชนจีน. มีโรงงานอุตสาหกรรม. ผู้คนจากมณฑลอื่นเข้ามาหางานทำมากทำให้เมืองแออัด. สะพานข้ามแม่น้ำกว้างใหญ่ มัคคุเทศก์ท้องถิ่นบอกชื่อแม่น้ำ(แต่ลืมค่ะ) มัคคุเทศก์ท้องถิ่นเคยเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยนมาศึกษาที่มหาลัยราชภัฏที่เมืองไทยใช้ภาษาไทยได้ดี มีชื่อภาษาไทยว่า "พัด"
ประมาณ40 นาที 8.20 น. ถึงสถานีรถไฟความเร็วสูง คนเยอะมากเพราะใกล้ถึงเทศกาลตรุษจีน. ผู้คนเดินทางกลับบ้านหอบข้าวของพะรุงพะรัง มทั้งหาบคอน และหีบห่อสวยงาม
ตั๋วรถไฟนี้ราคา 137.5 หยวน(1. หยวน= 5 บาท) กว่าจะเดินไปถึงหน้าประตู 17. เพื่อรอลงไปชานชลา ขบวนที่ออกเดินทางเวลา 09.30 น. ได้เวลาแล้ว ขึ้นรถไฟตู้ที่15. รถออก09.30 น.
กว่างโจว-กุ้ยหลิน
รถไฟความเร็วสูงจาก "กว่างโจว" ไป "กุ้ยหลิน" นั้นมีระยะทางประมาณ 450 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง - 3 ขั่วโมง ... มีเที่ยวการเดินรถแทบจะทุกๆครึ่งชั่วโมงตลอดทั้งวัน เที่ยวแรกที่ออกจาก "กว่างโจว" เริ่มเวลา 7:30 จนถึง 20:00 เป็นเที่ยวสุดท้าย ... ส่วนรถไฟเที่ยวกลับจาก "กุ้ยหลิน" มา "กว่างโจว" ก็เช่นกัน แต่เที่ยวแรกจะออกเวลา 7:55 และเที่ยวสุดท้าย 20:33 ... ค่าตั๋วปกติ 137.5 หยวน ชั้นหนึ่ง 165 หยวน
เดินทางสู่เมืองกุ้ยหลิน ใช้เวลาเดินทาง ประมาณ2 .40. ชั่วโมง. ระยะทางประมาณ. 500. กว่ากิโลเมตร(เท่ากับชุมพร-กรุงเทพฯ) ระหว่างทางรถไฟขบวนนี้จอดรับผู้โดยสารตามสถานีระหว่างทาง. บางคนมีเก้าอี้พับได้ติดมือมาด้วย เพื่อจะได้ใช้นั่ง เมื่อที่นั่งเต็ม เพราะไม่มีราวให้โหนหรือเกาะ. ความเร็วของรถ อยู่ใน 200 กว่ากิโลเมตร/ชั่วโมง ซึ่งมีคนรอตามชานชลาต่างๆเยอะมาก และบนขบวนรถ มีอาหารเบาๆประเภท ชา กาแฟ ขนมและผลไม้ บริการ
สองข้างทางจะเป็นภูเขา ที่การเกษตรกรรม. ต้นไม้เขียวชอุ่ม. ตามไหล่เขาสองข้างทางเขาทำเป็นร่องน้ำเพื่อป้องกันดินจากภูเขาสไลด์
12.30 น. ถึงแล้วกุ๊ยหลิน. หนาวมากๆๆๆ ต้องหยิบหมวกมาสวม เพราะหนาวมากค่ะ กุ้ยหลิน"ดินแดนแห่งเขาเขียว น้ำใส ถ้ำแปลก หินสวย สวยงาม"
ลงจากรถไฟความเร็วสูง. จากสถานีกุ้ยหลินไปขึ้นรถบัส. จากชานชลา ขึ้นลงลิฟท์สองสามรอบแล้วเดินๆ ไปขึ้นรถบัส. สิ่งหนึ่งที่ทำแทบไม่ทันคือหาอุปกรณ์กันหนาวให้ตัวเองแทบไม่ทัน 8 องศาเซนเซียส ขึ้นรถบัสไปทานอาหารกลางวันที่เมือง "กุ้ยหลิน"
ประมาณ 13.00 นาฬิกา ถึงร้านอาหาร คนเยอะมากดูๆไปก็เป็นคณะทัวร์จากที่ต่างๆ มากกว่า. แต่ที่ไม่เห็นเลย คือฝรั่ง
อาหารรสชาติไม่เลี่ยน ทานได้อร่อย อาหารจานเด่น"ไก่ในกรง".(ไก่ย่างสับใส่จาน วางในกรงนก) และ"ชาข้าว". (ไก่ในกรงเขาช่างคิด คงต้องการให้เป็นสิ่งที่สื่อถึงเกษตรกรรมการเลี้ยงไก่ในกรง)
อิ่มแล้ว. 14.00 น.กลับมาขึ้นรถออกเดินทาง.ไปหยางชั่ว แต่หนาวมาก 2 องศาเซนเซียส หนาวเย็นสุดขั้วหัวใจ. หนาวน้ำมูกไหลไม่รู้ตัว
หยางซั่ว (Yangshuo)
• เมืองหยางซั่ว เมืองเล็กริมแม่น้ำหลีเจียงที่มีทิวทัศน์สวยงามและมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,400 ปี มีประชากรประมาณ 300,000 คน เมืองหยางซั่ว ตั้งอยู่ทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองกุ้ยหลิน ห่างไปประมาณ 65 กิโลเมตร เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีทิวทัศน์สวยงาม จนมีคำกว่าวว่า “หากกุ้ยหลินเป็นเมืองที่สวยที่สุดในจีน หยางซั่วก็เป็นที่สวยที่สุดในกุ้ยหลิน”
• เมืองหยางซั่ว เมืองเล็กๆ เป็นเมืองชนบทที่ค่อนข้างสงบเงียบที่ล้อมรอบไปด้วยภูเขาและแม่น้ำหลี่เจียงที่สวยงาม จนต้องบอกว่าสวยจนเกินบรรยาย แม้แต่นักถ่ายภาพจากทั่วโลกต่างเดินทางสู่เมืองกุ้ยหลินและเมืองหยางซั่ว เพื่อเก็บภาพความสวยงามไปพิมพ์เป็นหนังสือสารคดีท่องเที่ยว
• เมืองหยางซั่ว เจริญเติบโตเพราะการท่องเที่ยว ทั้งหมู่บ้านแทบไม่มีสถานที่น่าสนใจ นอกจากร้านขายของ ร้านอาหาร และโรงแรม แต่รอบๆบริเวณเมืองหยางซั่ว มีสถานที่น่าเที่ยวชมหลายแห่ง นับว่าเป็นสวรรค์บนดิน ที่มีชื่อเสียง จนนักท่องเที่ยวมากุ้ยหลินแล้วต้องแวะ มาที่ เมืองหยางซั่ว ด้วย เนื่องจากการเดินทางโดย รถยนต์ที่ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที หรืออาจจะนั่งเรือชมทัศนียภาพของหลีเจียง แล้วมาพักแรมที่หยางซั่ว ที่นี่จะสงบเงียบ เหมือนชนบท แต่ก็มีสิ่งอำนวยความสะดวก อย่างพรั่งพร้อมแก่นักท่องเที่ยว ในราคาถูก ซึ่งจะมีย่านซึ่งประกอบไปด้วย ที่พักราคาถูก พร้อมร้านอาหารคาเฟ่ สไตล์ตะวันตก มีขนมแพนเค็ก พร้อมกาแฟ
14.25 นาฬิกา แวะร้านนวดเท้า บัวหิมะ. ที่นี่เป็นสถานที่ของรัฐ. ที่ที่มัคคุเทศก์ท้องถิ่นต้องพามา. ได้นวดเท้า. เขาบอกฟรีแต่หมอนวดพูดไทยได้ เขาขอทิป. เขาขอเราก็จัดให้ 100. บาท นอกจากนั้นยังมีเขาเรียก "พระทิเบต". มาจับชีพจรตรวจสุขภาพให้แล้วขายยาสมุนไพร. ไม่ได้ซื้อเพราะถ้ากินได้ผลหมดแล้วไม่รู้จะหาซื้อได้ที่ไหน. คงต้องบินมาซื้อยาอีก ไม่คุ้มนะ.
ออกจากที่นี่ประมาณ. 16. นาฬิกา. มุ่งตรงไปหยางชั่ว เพราะมีฝนโปรยปราย. ไปทำกิจกรรมอะไรก็ไม่สะดวก. และหนาวมากๆๆๆ
17. นาฬิกา ถึงร้านอาหาร. ขึ้นไปทานอาหารชั้นสอง. คนเยอะมาก อาหารทุกจานเลิศรส. อาหารจานเด่น. "ปลาต้มเบียร์". ใช้ปลาน้ำจืดต้มกับเบียร์เสริฟร้อนๆ อร่อยดีค่ะ.
ระหว่างรออาหารพร้อมเก็บภาพกับภาพวาดที่ฝาผนังสวย ๆ ไว้เป็นที่ระลึกค่ะ
เรียบร้อยแล้วกลับเข้าที่พักโรงแรม X. J. K. ซึ่งห่างจากร้านอาหารนึ่งรถประมาณ 20. นาที เก็บสัมภาระแล้ว 18. นาฬิกา ไปเดินดูของที่ถนนฝรั่ง. ที่นี่เขาจัดตกแต่งสุถานที่สวยงามเพราะใกล้เทศกาลตรุษจีน แต่มีฝนโปรยปราย. หนาวมาก. เดินชม และเลือกซื้อของได้ ถุงเท้า 4. คู่ 19. หยวน สวยและถูกดี ขนม ชากุ้ยหลิน.ที่ขนม ร้านขนมเขามีเทคนิคในการเรียกลูกค้า โดยการสาธิตการทำกันสด ๆ มีให้ชิม และจำหน่ายด้วย
ทนหนาวไม้ไหวกลับโรงแรมที่พัก อาบน้ำอุ่นๆเปิดฮีตเตอร์นอนพักผ่อนเอาแรงไปล่องแพพรุ่งนี้ที่ แม่น้ำหลีเจียง




























































