ในหลายๆเรื่อง ทำบ่อยๆ..เรียนรู้กับการทำงาน จนรู้สึกว่า ทำงานเป็น..ขอบคุณโรงเรียนขนาดเล็ก ที่ช่วยสอนงาน สอนประสบการณ์ชีวิตมากมาย ไม่ต้องเน้นการใช้ศาสตร์การบริหาร ไม่ต้องเปิดตำรา..ใช้หัวใจนี่แหละกับสองมือ..สำคัญที่สุด
ผมโชคดีที่ทำงานกับครูที่รู้หน้าที่มีความรับผิดชอบ..ความโชคดี ทำให้ผมปรับเปลี่ยนพฤติกรรม จากการสั่ง..และมอบหมายงาน ตลอดจน..นิเทศกำกับติดตาม หันมาทำงานคู่ขนาน..ร่วมจัดกระบวนการเรียนรู้..สู่ทักษะชีวิตของนักเรียน
เริ่มงานกันตั้งแต่เช้า..หลังจากนักเรียนทำเขตสิ่งแวดล้อม ๑๕ นาที แล้วเข้าห้อง ๒๕ นาที เพื่อพบครูประจำชั้น..ก่อนเข้าแถวเคารพธงชาติในเวลา ๐๘.๑๕ น.
เด็กชั้น ป.๔ – ๕ ที่อ่านคล่องเขียนคล่องแล้ว ผมจะให้ปฏิบัติงานในช่วงเวลาสั้นๆที่แปลงเกษตร..วันนี้..ผมให้ปลูกต้นหอม..ที่ผมใช้หัวหอมที่แช่น้ำมา ๒ วันแล้ว
ใกล้ๆกับรองปูนที่ผมปลูกต้นหอม..เมื่อวาน..ผมให้นักเรียนปลูกดาวเรือง สังเกตดาวเรืองลำต้นตั้งตรง..ความตั้งใจที่จะขยายพันธุ์ดาวเรือง..เริ่มเห็นผลแล้ว
นักเรียนตั้งอกตั้งใจ ฝังหัวหอมลงดินไปครึ่งหัว แต่ละหัวห่างกันประมาณคืบนึง เสร็จแล้วโรยฟางบางๆ .. ก่อนจะเก็บเครื่องมือ ผมพานักเรียนดูต้นมะนาว ที่ลูกกำลังดก เพราะผมตัดแต่งแล้วใส่ขี้วัว รดด้วยน้ำส้มควันไม้..
พอได้เดินเล่นในสวนเกษตร..ก็รู้ได้ทันทีว่า ผมมีผลงานที่ทำได้หลายอย่าง ในแต่ละอย่าง เป็นสื่อ เครื่องมือและสิ่งแวดล้อม..ที่ใช้สอนนักเรียนได้ทั้งสิ้น..
เมื่อนักเรียนเข้าห้องเรียน..นักเรียนชั้น ป.๑ นำบทอ่านเสริมนอกเวลามาคืน พร้อมบอกด้วยว่า..อ่านได้แล้วและอ่านให้แม่ฟังด้วย..ผมรีบเตรียมบทอ่านชิ้นใหม่ทันที ตั้งใจตีเหล็กกำลังร้อน..เด็กกำลังอยากอ่าน..ต้องให้อ่านทันที..
พักเที่ยง..นักเรียน ป.๑ มาหา ผมมอบบทอ่านเสริม..ให้พี่ ป.๕ สอนน้อง ป.๑ ..พี่บอกว่าน้องๆอ่านได้..ผมจึงให้น้อง ป.๑ นำกลับไปอ่านที่บ้าน..เพื่อให้คล่องยิ่งขึ้น
กิจกรรมลื่นไหลไปได้ทุกวัน..ผมไม่รู้สึกว่าสร้างงานให้ตัวเอง..แต่กลับรู้สึกมีไฟในการทำงาน..เครื่องร้อนทุกครั้ง..เมื่อคิดว่า..เด็กน่าจะอ่านคล่องเขียนคล่องได้มากกว่านี้
ก่อนเข้าเรียนตอนบ่าย ป.๓..ให้เขียนเรื่องจากบัตรคำ..เพียงคำเดียว..ก็สามารถสร้างจินตนาการได้ ส่วนป.๔..ให้เขียนตามคำบอก ๑๐ คำ..จากนั้นนำ ๑๐ คำ..ไปเขียนเชื่อมโยงให้เป็นเรื่อง
ช่วงบ่าย..ครูป.๕..มีธุระต้องไปประชุมฯ..ฝากห้องไว้กับ ผอ. ด้วยความยินดีครับครู..ผมก็เลยฝึกการอ่านเอาเรื่อง หรืออ่านจับใจความ..แล้วตอบคำถาม ๕ ข้อ..ใครให้ความสนใจในกิจกรรมของ ผอ. ผมก็ให้ยืมหนังสือบันเทิงคดี ที่เป็นวรรณคดีชั้นนำ ไปอ่านเล่นที่บ้าน..
ตอนเย็น..ผมนำภาพกิจกรรมการเรียนรู้ร่วมกัน ระหว่างผมกับนักเรียน ลงในไลน์กลุ่มของโรงเรียน...มีครูผู้หญิงในโรงเรียน ตำแหน่ง..ครูผู้ทรงคุณค่า อายุ ๖๕ ปี
เธอ...พูดในไลน์ ให้ครูในกลุ่มได้เห็นทั่วกัน...ว่า
“ผอ. เป็นพ่อผู้ทรงคุณค่า..สอนลูกศิษย์ให้ขยัน มีจิตสำนึกในการทำงานจริงๆ ค่ะ”
ผมได้แต่ยิ้ม นิ่ง ไม่ได้พูดอะไรกลับไป..หันมามองและประเมินการทำงานของตัวเอง..ดีหรือเปล่าก็ไม่รู้ รู้แต่ว่า..ทำแล้วมีความสุข..และโชคดีที่ทำได้..อย่างแนบเนียน ไม่อายใคร...
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๓๑ มกราคม ๒๕๖๑