****สวัสดีครับทุกท่าน บทความนี้ผมได้รวบรวมแบบคร่าวๆ เกี่ยวกับปัญหาและสถานการณ์ของภาวะสมองเสื่อมในประเทศไทย ซึ่งผมกำลังทำวิจัยเกี่ยวกับการดูแลผู้ที่มีภาวะสมองเสื่อมในประเทศไทย ซึ่งผมจะนำเสนอเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัยคุณภาพของผม เราสามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้ได้ครับผม *****
จากสถานการณ์ในปัจจุบันที่มีประชากรสูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี การสำรวจในปี ค. ศ. 2012 มีผู้สูงอายุกว่า 524 ล้านคนและจะเพิ่มขึ้นไปถึง 1.5 พันล้านคน ในปี ค.ศ 2050(องค์การอนามัยโลก (WHO) 2011) ถึงแม้ว่าจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นจะเป็นการสะท้อนถึงความสำเร็จของการดูแลสุขภาพในช่วงศตวรรษที่ผ่านมา
แต่ผู้สูงอายุยังคงเป็นกลุ่มที่ต้องได้รับการดูแลทางด้านสาธารณสุขอันเนื่องมาจากความเสี่ยงด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้น
เช่น ด้านร่างกายจิตใจและจิตสังคม(Hamroonsawasdi et. al. 2010)
ภาวะสมองเสื่อม ก็เป็นปัญหาสุขภาพอย่างหนึ่งจากการที่จำนวนประชากรผู้สูงอายุที่มากขึ้นเรื่อย ๆ
สามารถพบได้ทั้งในประเทศที่พัฒนาแล้วและกำลังพัฒนา (WHO 2011)
ในปี 2013 มีผู้ที่มีภาวะสมองเสื่อมทั่วโลกประมาณ 44.4 ล้านคน และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 65.7 ล้านคน
ในปี ค.ศ. 2030 ซึ่งจำนวนร้อยละ 62 ของบุคคลที่มีภาวะสมองเสื่อมอยู่ในประเทศที่ที่กำลังพัฒนา
และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 71 ในปี ค.ศ. 2050
จากการสำรวจสถานการณ์ของภาวะสมองเสื่อมในประเทศไทยก็ยังคงเพิ่มสูงขึ้น
ในปี ค.ศ. 2015 พบว่ามีผู้ที่มีภาวะสมองเสื่อมประมาณ 600,000 คนและคาดว่าจะเพิ่มขึ้นถึง 1.2 ล้านคน ในปี ค.ศ. 2030 (ADI 2014)
ค่าใช้จ่ายที่ถูกนำไปใช้ในการดูแลผู้ทีมีภาวะสมองเสื่อมในประเทศไทย ค.ศ. 2015 ประมาณ 54,000 ล้านบาท
ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องได้รับการแก้ไข (ADI 2014) เมื่อมีบุคคลที่มีภาวะสมองเสื่อมเกิดขึ้นในครอบครัว อาจมีผลกระทบต่อผู้ดูแลใน ครอบครัวและเพื่อนบ้าน ในรูปแบบของปัญหาสุขภาพ, การสูญเสียรายได้และการคุณภาพชีวิตที่ลดลง (WHO 2016 )
จากการศึกษาพบว่าเนื่องจากการขาดความตระหนักและความเข้าใจเกี่ยวกับภาวะสมองเสื่อม
ที่หลายคนเชื่อว่าภาวะสมองเสื่อมเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเองที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้สำหรับวัยชราและไม่สามารถรักษาให้ดีขึ้นได้(WHO 2016 )
และจากการสำรวจผู้ที่มีภาวะสมองเสื่อมและผู้ดูแล พบว่าหนึ่งในสามของผู้ที่มีภาวะสมองเสื่อมได้รับการวินิจฉัยอย่างเป็นทางการเมื่อมีการเจ็บป่วย (Department of Health, DH 2009) ซึ่งการวินิจฉัยที่ล่าช้าจะส่งผลไปยังการตัดสินใจเกี่ยวกับภาวะสุขภาพด้านอื่นๆ
แสดงให้เห็นว่ากระบวนการตัดสินใจของบุคลากรทางการแพทย์และผู้ดูแลในครอบครัวสามารถส่งผลต่อความมีอิสระในการตัดสินใจ
สำหรับผู้ที่มีภาวะสมองเสื่อม จากการศึกษาของ Somme (2003) ได้พบว่า ผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อมยังคงถูกละเลยจากการเตรียมการดูแลด้านสุขภาพและไม่ตระหนักถึงภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุ
ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในภายหลัง นอกจากนี้ผู้ดูแลในครอบครัวยังมีภาระรับผิดชอบอื่นๆ เช่น ความรู้สึกเหนื่อยและกังวล เมื่อจำเป็นต้องดูแลและตัดสินใจให้สมาชิกในครอบครัวที่มีภาวะสมองเสื่อม (Samsri และ Manthoepe 2013)
แต่ในทางตรงกันข้ามการวินิจฉัยว่ามีภาวะสมองเสื่อมไม่ได้หมายความว่าขาดความสามารถในการตัดสินใจใด ๆ โดยอัตโนมัติ
ดังนั้นผู้ที่มีภาวะสมองเสื่อมควรได้รับการสนับสนุนให้มีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจ ในชีวิตประจำวันร่วมกับสมาชิกในครอบครัว(Alzheimer Scotland2012 ) การมีชีวิตประจำวันอยู่กับภาวะสมองเสื่อมเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจที่หลากหลายและเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ที่มีภาวะสมองเสื่อมและผู้ดูแล
รออ่านบทความต่อไปครับผม
