GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

Regional Workshop on Use of ICT for Community Empowerment through NFE ตอนที่ 2

ICT for Community Empowerment

วันที่ 20 พฤศจิกายน 2549

วันแรกของการ Workshop มีกำหนดการวันนี้ดังนี้
8.00-8.30 Registration
8.30-9.15 Opening
9.15-9.45 Coffee Break
9.45-11.00 Agenda 1: Workshop Introduction and Overview of the ICT for community Empowerment Project
11.00-12.30 Agenda 2: Sharing of country experiences Country Presentation on Theme 1: Use ICT for Capacity Building and linkage between CLC and CMC (Nepal, Srilanka and Philippines)
12.30-13.30 Lunch
13.30-14.30 Agenda 2: Sharing of country experiences. Group discussion on theme 1
14.30-15.00 Agenda 2: Sharing of country experiences. Presentation and discussion
15.00-15.30 Coffee Break
15.30.16.45 Agenda 2: Sharing of country experiences. Sharing of country experiences Country Presentation on Theme 2: Use of ICT for Quality of life Improvement (China, India and Lao PDR)
16.45-17.45 Agenda 2: Sharing of country experiences. Group discussion on theme 2
17.45-18.15 Agenda 2: Sharing of country experiences. Presentation and discussion
Evening Dinner Hosted by UNESCO

ตื่นขึ้นแต่เช้า เพราะแดดส่องเข้ามาในห้องแต่เมื่อดูนาฬิกาเพิ่งจะตี 5 แต่ก็ลุกขึ้นมาเพราะสว่างแล้ว ไม่รู้จะทำอะไร ก็เปิดคอมพิวเตอร์มานั่งบันทึกต่อจนถึงเวลาประมาณ 7 โมงกว่า จึงอาบน้ำแต่งตัว ไม่แน่ใจว่า ควรจะใส่สูทหรือเปล่า แต่ก็เตรียมเอาไว้ พร้อมทั้งเตรียมแผ่น CD-ROM ที่จะเอาไปแสดง แต่ก็ไม่แน่ใจจึงโทรไปห้องพี่สุชินว่าจะเอาลงไปไหม ก็ได้รับคำตอบว่า เอาไปด้วยก็ดี แต่ตอนนี้ลงไปกินข้าวก่อน แล้วค่อยเอาลงไป จึงเดินลงไปกินข้าว ที่ห้องอาหารของโรงแรม แต่เขาเรียกว่า ภัตตาคาร  Gambie Sakethi Restaurant อาหารเช้าวันนี้ มีต้มเนื้อ ปลาดุกทอด และอีก 2-3 อย่าง ไม่รู้ว่าอะไร ของหวานก็เหมือนบ้านเรา เป็นผลไม้ คือ แตงโม มะละกอ สับปะรด กินเสร็จก็กลับมาที่ห้อง มาเอากระเป๋า คอมพิวเตอร์ และแผ่น CD-ROM กลับไปที่ห้องประชุม โดยไม่ใส่สูท แต่เปลี่ยนเป็น Jacket ตามพี่สุชิน ซึ่งปรากฏว่า คนอื่นๆ ส่วนมากก็ใส่เสื้อและผูกเนคไทเท่านั้น แต่ก็มีใส่สูทหลายคน (แต่ในที่สุดก็ต้องถอดออก ทั้งนั้น เพราะอากาศร้อน ถึงแม้ว่าจะอยู่ในห้องแอร์)
เข้าไปในห้องประชุม เห็นพี่สุชินกำลังติดโปสเตอร์กับผนัง และเตรียมเอกสาร เราจึงเข้าไปช่วย และเอา CD-ROM ไปวางแสดง เป็นนิทรรศการของประเทศไทย ประเทศอื่นไม่มีใครเตรียมมาเลย มีประเทศไทยประเทศเดียวที่แสดง ส่วนที่มีแสดง ก็เป็นของ UNSCO เมื่อใกล้เวลาเปิดประชุม ก็เริ่มทยอยลงทะเบียนง่ายๆ โดยเซ็นชื่อ รับเงิน และกระเป๋าเอกกสาร เป็นอันเสร็จพิธี โดยจ่ายให้เรา $ 200 เป็นเบี้ยเลี้ยง 6 วัน $120 และค่าโรงแรมที่กรุงเทพ $80

พิธีเปิดการประชุมปฏิบัติการ
ก่อนประธานจะกล่างเปิดการประชุมปฏิบัติการ  พิธีการประกาศว่า จะมีการแสดงซึ่งเป็นวัฒนธรรมของอินโดนีเซีย แต่ชื่อว่าอะไร ฟังแล้วจำไม่ได้ เพราะเป็นภาษาอินโด เรียกยาก ซึ่งเป็นการแสดงของอินนีเซีย เหมือนกับเป็นการรำอวยพร โดยบรรเลงดนตรีสด จากเครื่องคนดรี ที่จัดวางแสดงอยู่ที่โรงแรม และเป็นชุดเดียวกับที่ใช้ในการแสดงเมื่อคืนนี้ เสียงร้องก็ใช้ร้องสดลักษณะแบบเดียวกับประเทศไทย แต่ต่างกันที่ผู้ฟ้อนรำไม่ยิ้มเลย 

เมื่อการแสดงเสร็จ พิธีกร คือ Triana ได้เชิญประธาน คือ อธิบดี ของ Out of school และ UNESCO ประเทศไทย Mr Hakeem กล่าวเปิดการประชุมปฏิบัติการ
อธิบดีกรมการศึกษานอกโรงเรียนกล่าวเปิดการประชุม เมืองโซโลนับเป็นเมืองสำคัญของอินโดนีเซีย ในฐานะที่เป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมของประเทศ เป็นเมืองที่สวยงาม เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ รัฐบาลพยายามขยายเครือข่าย ICT ไปให้ทั่วถึง แต่ก็ยังติดปัญหาขาดกำลังคนที่จะเข้ามาช่วยรับผิดชอบในการให้บริการแก่ประชาชน เน้นการใช้เพื่อประโยชน์สำหรับทุกคน ไม่ใช่เป็นเทคโนโลยีที่หรูหราสำหรับทุกคนเท่านั้น การเข้าถึงของประชาชนยังมีปัญหาคือได้ราว ๓ ล้านคนในประชากรกว่า ๒๐๐ ล้านคน กำลังพิจารณานำเอาไปใช้ในการส่งเสริมการเรียนรู้ให้มากขึ้น เพิ่มความสามารถในการใช้คอมพิวเตอร์ให้มากขึ้น นำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตให้มากขึ้น โครงการยกระดับ computer literacy เริ่มมาแต่ปี ๒๐๐๐ พัฒนา NFE MIS สำหรับการพัฒนางานการศึกษานอกโรงเรียน
 
 คุณ Hakeem กล่าวว่าที่ประชุมนี้มีผู้ที่มีประสบการณ์ในการนำ ICT ไปใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ ใน ๑๐ ประเทศ จึงเป็นแหล่งความรู้ที่มีคุณค่าของการประชุมครั้งนี้ พร้อมกับกล่าวเตือนใจให้ลดความใส่ใจเรื่องเทคโนโลยีลง แต่ควรให้ความสนใจกับการใช้ประโยชน์เพื่อกลุ่มคนที่ขาดโอกาสให้มากขึ้น เพิ่มพลังอำนาจให้กับพวกเขา ส่งเสริมให้ชาวบ้านใช้ในวิธีการของตนเอง ร่วมมือกับองค์กรอื่น ๆ ที่ทำงานในระดับชุมชนเช่นเดียวกัน คือ Community Multimedia Centers ซึ่งกำลังดำเนินการอยู่ในหลายประเทศ (ดร.สุชิน เพ็ชรักษ์ สรุป)
 
หลังจากพิธีเปิด ทุกคนมาถ่ายภาพร่วมกัน
เมื่อพิธีเปิดผ่านไปแล้ว ก็เข้าสู่กระบวนการประชุมปฏิบัติการ โดยเริ่มจาก คุณ Hakeem นำเสนอภาพรวมของการศึกษาเพื่อปวงชน (Education for All) และเปรียบเทียบกับ MDGs ความก้าวหน้าในเรื่องการรู้หนังสือของประเทศต่าง ๆ การขยายงานการศึกษาระดับประถมของประเทศต่าง ๆ (Universalized Primary Education – UPE) ผลกระทบของการรู้หนังสือ ผลกระทบของการถูกกีดกันจากบริการการศึกษา ฐานะของนักการศึกษาทางด้านการรู้หนังสือซึ่งยังต่ำต้อย การคิดถึงภาษาของกลุ่มชนต่าง ๆ และวิธีการเรียนที่เริ่มจากภาษาแม่ ข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษาเพื่อปวงชนในระยะ ๑๐ ปีที่ผ่านมา และผลสำเร็จของประเทศไทย
คุณ Kiichi Oyasu กล่าวถึงเรื่องของศูนย์การเรียนชุมชน ว่าด้วยการขยายขอบเขตของการศึกษาจากในระบบโรงเรียนเท่านั้นไปสู่การศึกษานอกโรงเรียนและการศึกษาตามอัธยาศัย ก้าวไปสู่การศึกษาตลอดช่วงชีวิตของคนเราด้วย แนวทางการดำเนินการเรื่องนี้เน้นที่การเป็นเจ้าของและมีส่วนร่วมจากชุมชน พัฒนาคุณภาพในด้านทรัพยากรและบุคลากรที่รับผิดชอบ ให้บริการถึงผู้ที่จำเป็น หน้าที่และความหมายของศูนย์การเรียนชุมชน ตัวอย่างศูนย์การเรียนชุมชนในประเทศต่าง ๆ ซึ่งมีการใช้ประโยชน์เพื่อให้การศึกษาและการฝึกอบรม เพื่อการพัฒนาชุมชน
 ผลจากการดำเนินงานที่ผ่านมาคือ เป็นแหล่งสนับสนุนการพัฒนาทั้งในระดับบุคคลและชุมชน ในด้านพัฒนาคุณภาพชีวิต การสร้างความเชื่อมั่นในตนเอง การเสริมสร้างพลังอำนาจของคนด้อยโอกาส เป็นแหล่งเรียนรู้ของคนในชุมชน เช่น การเลี้ยงดูเด็ก การถกเถียงเรื่องต่าง ๆ เป็นแหล่งแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างประเทศต่าง ๆ
 ความมั่นคงของศูนย์การเรียนชุมชนขึ้นอยู่กับหลายองค์ประกอบ เช่น นโยบายสนับสนุนเรื่องการระดมทรัพยากรตาง ๆ ยกระดับความสามารถของบุคลากรและสร้างความเป็นผู้นำ มีความชำนาญการในการพัฒนากิจกรรมเพื่อจัดการกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป
 ในส่วนที่เกี่ยวกับ ICT เพื่อการศึกษานอกโรงเรียนนั้นเท่าที่ผ่านมาพบว่าไม่ได้มีนโยบายเฉพาะสำหรับเรื่องนี้โดยเฉพาะ มีการขยายงานจากภาคโรงเรียนและเอกชนไปสู่การศึกษานอกโรงเรียน การใช้ศูนย์การเรียนชุมชนเป็นกลไกในการให้บริการด้านนี้ ไม่ได้ใช้คอมพิวเตอร์เท่านั้นแต่รวมถึงเรื่องอื่น ๆ ด้วย
 ประเด็นเรื่องที่สำคัญคือ
 การเป็นเจ้าของและมีส่วนร่วมของชุมชน การให้การสนับสนุนทางการเมือง และการสนับสนุนทางด้านการเงิน การบำรุงรักษาเครื่องมืออุปกรณ์ต่าง ๆ การพัฒนาเนื้อหาและสื่อต่าง ๆ โดยเฉพาะในภาษาของผู้เรียนเอง การจัดกิจกรรมต่าง ๆ การพัฒนาความสามารถของบุคลากร
 คุณดรุณี ริ้วพิทักษ์ กล่าวแนะนำความเป็นมา จุดประสงค์ และกิจกรรมต่าง ๆ ในการประชุมครั้งนี้ ในปีต่อไปก็จะประมวลประสบการณ์และเผยแพร่ สนับสนุนนวัตกรรม ส่งเสริมการเชื่อมโยงระหว่างศูนย์การเรียนชุมชนและศูนย์สื่อผสมชุมชน เป็นต้น
 ในระยะที่ผ่านมาแต่ละประเทศต่างก็มีจุดเน้นที่แตกต่างกัน
Mr Roshan จาก UNESCO ประเทศไทยดำเนินการ จัดกิจกรรมการสร้างความคุ้นเคย และหาผู้ดำเนินรายการแต่ละวัน โดยเริ่มจากให้ผู้เข้าร่วมประชุม แบ่งออกเป็นกลุ่มๆ 3 กลุ่ม ตามภูมิภาค คือ เอเชียใต้ (อินเดีย เนปาล ศรีลังกา อุสเบกิสถาน) เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ไทย ลาว อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม) เอเชียตะวันออก (จีน และคณะจาก UNESCO) ให้แต่ละกลุ่มไปทำความรู้จักกัน ต่อจากนั้น แบ่งกลุ่มใหม่ ตามลักษณะการทำงาน ซึ่งจำไม่ได้แล้วว่ามีกลุ่มอะไรบ้าง แต่เราอยู่กลุ่ม ICT ซึ่งพบแต่นัก ICT ส่วนมาก หนุ่มๆ ทั้งนั้น แนะนำนตัวกันอีก ตอนนี้เริ่มจำชื่อกันได้มากขึ้น เราจำได้ 3 คน คือ Mathew จากเนปาล Siri จาก ศรีลังกา ลำพูน จากลาว ส่วนจากอินโด อีก 2 คน ชื่อเหมือนกัน คือ Hery ต่อจากนั้น ก็เลือกกลุ่มใหม่ เป็นกลุ่ม PIZZA NUDDLE APPLE และ RICE เราไปอยู่กลุ่ม PIZZA โดยมีสมาชิก คือ เนปาล คือ Mathew  ลาว คือ ลำพูน จีน คือ ลี เชียะเฉิน ฟิลิปปินส์คือ Josefina รวมเป็น 5 คน ต่อมามีเวียดนามมาสมทบอีก 1 คน แต่จากจีนหายไป เพราะเขาพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ จึงแยกออกไปไม่เข้ากลุ่มใด ต่อจากนั้น ก็กำหนดบทบาทแต่ละกลุ่ม 3  คือ ผู้ดำเนินรายการแต่ละวัน นันทนาการ และ Reflection กิจกรรมของวันที่ผ่านมา โดยวันแรก กลุ่ม A ของเรา ทำหน้าที่ผู้ดำเนินงานราย ในกลุ่มจึงเลือกผู้แทนจากฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นผู้หญิงคนเดียวในกลุ่ม และดูคล่องแคล่ว พูดเก่งมาก เป็นผู้ดำเนินรายการวันนี้ ตอนต้นแกก็จะไม่รับ เพราะต้องรายงานด้วย

Country Report เป็นการรายงานการดำเนินงานของแต่ละประเทศ โดยแยกออกเป็นกลุ่ม (Theme) จำนวน 3 กลุ่มวันนี้จะรายงาน 2 กลุ่ม
 Theme 1 Use of ICT for Capacity Building and Linkages between CLC and CMC ซึ่งประกอบด้วย ประเทศเนปาล ศรีลังกา และ ฟิลิปปินส์)
ประเทศ เนปาล ผู้แทนประเทศ เนปาล รายงานเป็นประเทศแรก มีผู้รายงาน 3 คน
1 Mr. Matthew Clark เป็นชาวออสเตรเรีย ที่ไปทำงานอยู่ที่ Unesco เนปาล
2 Ms. Bunu Shrestha เป็น Director
ของ Non-formal Education Centre
3 Mr. Kamal Kumar Kafle เป็น Computer Engineer
ผู้แทนของประเทศเนปาล ได้นำเสนอเรื่อง ICT for Capacity Building and Linkage of CLCs and CMCs
 เหตุผลที่มีการใช้ ICT ในประเทศเนปาลได้แก่ การขยายขอบเขตและปริมาณของการศึกษานอกโรงเรียน เพิ่มประสิทธิภาพของการศึกษา และเพื่อให้การจัดการศึกษาประหยัดยิ่งขึ้น ในปัจจุบันมี CLCs ในประเทศอยู่ทั้งหมด ๑๗๕ แห่ง วางแผนจะขยายไปเป็น ๒๐๕ แห่งในปลายปีหน้า มุ่งพัฒนาให้ศูนย์การเรียนชุมชนเป็นศูนย์กลางของชุมชน นอกจากนั้นยังมี CMCs อยู่ ๓ แห่งในประเทศ เป็นศูนย์ที่รวมเอางาน telecenter เข้ากับ broadcasting media เพื่อเผยแพร่ข่าวสารต่าง ๆ ของชุมชน เผยแพร่งานที่ทำกับคนด้อยโอกาสในชุมชน ให้การฝึกอบรมคอมพิวเตอร์และทักษะต่าง ๆ (ดร.สุชิน เพ็ชรักษ์ สรุป)

  นโยบายในระยะ ๑๐ ปีข้างหน้าเน้นที่การเชื่อมโยงหน่วยงานระดับอำเภอเข้าด้วยกัน โดยใช้ ICT ส่วนกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมุ่งพัฒนา telecenter ในชนบท (นโยบายในปี ๒๐๐๔) กระทรวงสารสนเทศและการสื่อสารผ่อนคลายข้อกำหนดเกี่ยวกับการอนุญาตจัดตั้งวิทยุชุมชน ลดค่าธรรมเนียมลง ๕๐% การขอใบอนุญาตใหม่ก็ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ย
 นโยบายในระดับชาตินั้นใช้ ICT สำหรับการศึกษาในและนอกโรงเรียนในด้านของการพัฒนาครู โดยใช้รายการวิทยุ ให้บริการสอบถามทางโทรศัพท์ ส่งเสริมการเรียนทางภาษา วิทยาศาสตร์ และอื่น ๆ พัฒนารายการโทรทัศน์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลทางการเกษตรโดยกระทรวงเกษตร บางศูนย์การเรียนชุมชนก็ใช้คอมพิวเตอร์ กล้องดิจิตอล และเครื่องมือ ICT  อื่น ๆ ในการสอน เป็นต้น
 ในพื้นที่ทดลองนั้นชาวบ้านพูดภาษาท้องถิ่น อัตราการรู้หนังสือราว ๖๒ % ผู้หญิงจำนวนมากไม่รู้หนังสือ ไม่ได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ส่วนใหญ่ขาดทักษะชีวิต เช่น การสร้างส้วมที่ถูกสุขลักษณ์ และการดูแลสุขภาพของครอบครัว กิจกรรมต่าง ๆ มีการสอนหนังสือผู้ใหญ่ การพัฒนาอาชีพ มีรายการวิทยุรับฟังได้ในรัศมี ๓ กิโลเมตร ให้บริการกับคนหลากหลายวัฒนธรรม
 การจัดการร่วมเน้นที่การแลกเปลี่ยนทักษะการบริหารจัดการ ประสบการณ์ ฝึกอบรมร่วมกันให้กับคณะกรรมการ พัฒนาสื่อโดยใช้เครือข่ายร่วมกัน ใส่ลงใน CD-ROM และใช้ร่วมกัน พัฒนาสื่อที่อาจใช้ร่วมกัน ปรับปรุงสื่อเพื่อให้ใช้ได้ในแต่ละศูนย์ ใช้ hardware ร่วมกันในการพัฒนาสื่อ รวมทั้งทำโครงการร่วมกันระหว่าง CLCs และ CMCs
 แผนงานต่อไปคือประชุมร่วมกัน พัฒนาบุคลากรร่วมกัน สร้างเครือข่ายของทั้งสองฝ่าย แลกเปลี่ยนเนื้อหาที่ผลิต พัฒนาโครงการที่จะจัดทำร่วมกัน เชื่อมโยงกับสถานีวิทยุท้องถิ่นและหน่วยงานรัฐบาลในด้านต่าง ๆ เพื่อขยายบริการ ใช้วิทยุเพื่อกระตุ้นการเรียนหนังสือของผู้ใหญ่ ขยายพื้นที่ทดลอง สร้างวีดิทัศน์เกี่ยวกับเรื่องของท้องถิ่นที่เป็นพื้นที่ทดลอง บันทึกรายการวิทยุในหน่วยทดลองและนำไปใช้กับศูนย์การเรียนพื้นที่อื่น ๆ ปรับปรุงทักษะในการผลิตเนื้อหาของครู พัฒนาความสามารถของครู อบรมอาสาสมัครในการใช้ ICT จัดการอบรมร่วมกันและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน
 ปัญหาสำคัญคือการขาดโครงสร้างพื้นฐาน ชาวบ้านยังมองคอมพิวเตอร์ในวงจำกัด เช่น ส่ง e-mail, chatting และ word processing ยังขาดการสนับสนุนทางการเงินเพื่อให้ดำเนินการได้อย่างยั่งยืน พยายามพัฒนาบริการที่สามารถคิดเงินจากผู้ใช้ได้ การซ่อมบำรุงเครื่องมืออุปกรณ์ต่าง ๆ
 บทเรียนที่ได้แสดงให้เห็นว่าการใช้ ICT ในการศึกษานอกโรงเรียนยังเป็นของใหม่และท้าทายมากในประเทศเนปาล รัฐบาลให้การสนับสนุน มีการทดลองนำร่องในพื้นที่ต่าง ๆ และควรมีการเชื่อมโยงระหว่างศูนย์การเรียนทั้งสองประเภทให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ประเทศ ศรีลังกา  ผู้แทนประเทศศรีลังกา ประกอบด้วย Mr. Ravindra S. Ariyawickrama
Director โครงการ Sarvodaya Shramadana Movement และ Mr. S. Sumanasiri ผู้ประสานงาน Sarvodaya Shramadana Movement โดยสรุปการรายงานของประเทศ ศรีลังกา นำเสนอบทเรียน ซึ่งย้ำในเรื่องแนวคิดพื้นฐานสันโวทัยในการเชื่อมโยงชุมชนรากหญ้า เข้ากับการพัฒนาโครงการ ICT ในท้องถิ่นชนบท ในระยะแรกเน้นที่การส่งเสริมกิจกรรมทางเศรษฐกิจ พัฒนาธนาคารหมู่บ้าน การจัดการการเงิน การพัฒนาทักษะผู้ประกอบการ ส่งเสริมการจัดการทางด้านการตลาด ส่งเสริมการเผยแพร่ความรู้ให้กับเกษตรกรด้วยสื่อต่าง ๆ ตามที่ต้องการ พัฒนา Agri-clinic ให้กับเกษตรกร พัฒนาศูนย์ประมวลผลข้อมูล พัฒนาทักษะของเจ้าหน้าที่โครงการ วิจัยความต้องการของชุมชน พัฒนา image processing และนำไปใช้กับชุมชน มีความพยายามในการสร้างเครือข่ายของ telecenters ในประเทศ
 ปัจจุบันศรีลังกามีศูนย์การเรียนชุมชนทั่วประเทศราว ๙๐ แห่ง มี CMC เพียง ๑ แห่ง มี e-libraries ราว ๓๐๐ แห่ง ศูนย์วีดิทัศน์ ๗๐ แห่ง Agri-information centers ๓๗ แห่ง ซึ่งรัฐบาลและองค์กรต่าง ๆ ช่วยกันพัฒนาขึ้นมา มีความพยายามสร้างเครือข่ายขององค์กรต่าง ๆ เหล่านี้เพื่อให้สามารถร่วมคิด ร่วมทำงานกันได้ พยายามจัดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เผยแพร่ข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต ลงใน Blog เผยแพร่กรณีตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จ พยายามสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานการศึกษานอกโรงเรียน พยายามพัฒนา common platform for better delivery of services และมีการผสมผสานโครงการต่าง ๆ ข้ามหน่วยงานหรือขอบเขตวิชาการ
 ปัญหาสำคัญคือขาดโครงสร้างพื้นฐาน ขาดการสนับสนุนจากฝ่ายการศึกษานอกโรงเรียน การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเสียค่าใช้จ่ายมาก ขาดเนื้อหาจากท้องถิ่นที่นำมาแสดงโดยใช้ ICT ขาดช่องทางที่จะนำข้อมูลไปถึงชาวบ้าน นโยบายไม่แน่นอน การเมืองมีผลกระทรบ นักวิชาการไม่สนใจใช้ ICT (ดร.สุชิน เพ็ชรักษ์ สรุป)

ประเทศฟิลิปปินส์ ผู้แทนประเทศฟิลิปปินส์ขึ้นไปรายงาน 3 คน คือ Ms. Carolyn S. Rodriguez Mrs. Josefina Gatlabayan และ Mr. Armando G. Panganiban โดยได้กล่าวถึงการทดลองใช้ ICT ในระดับชุมชนว่าได้มีการจัดเครื่องมืออุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น Laptop, scanner กล้องถ่ายวีดิทัศน์ กล้องถ่ายภาพนิ่ง เครื่องพิมพ์ LCD project และอื่น ๆ รวมทั้งสื่ออื่น เช่น เทปเสียง เทปวีดิทัศน์ หนังสือ เป็นต้น เพื่อประโยชน์ในการเรียนเพื่อรู้หนังสือ การเรียนต่อเนื่อง การเรียนเพื่อพัฒนาอาชีพ เช่น การแปรรูปอาหาร การขยายพันธุ์พืช การแกะเมล็ดมะม่วงหิมพานต์ เป็นต้น
 ชาวบ้านให้ความสนใจคอมพิวเตอร์ กล้องถ่ายวีดิทัศน์ และกล้องถ่ายภาพนิ่งมากที่สุด โปรแกรมที่ใช้ส่วนใหญ่เป็น Word Processing, Powerpoint และ Excel นอกจากนั้นยังใช้ในการพัฒนาครูและเจ้าหน้าที่ศูนย์การเรียนให้สามารถใช้เครื่องมืออุปกรณ์ในการสร้างสื่อด้วยตนเอง หรือปรับปรุงสื่อที่มีอยู่แล้ว เพื่อให้ตอบสนองต่อความต้องการของท้องถิ่นได้มากขึ้น ผลงานได้รับการยอมรับ มีชุมชนอื่น ๆ สนใจนำไปทำต่อ และมีข่าวทางหน้าหนังสือพิมพ์ด้วย
 ด้วยการสนับสนุนของเทศบาลท้องถิ่นมีการขยายงานการศึกษานอกโรงเรียน เช่น ห้อง สมุดประชาชน ศูนย์บริการสื่อ และส่งเสริมการพัฒนาทักษะในการประกอบอาชีพ อย่างไรก็ตามหากไม่ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภายนอกก็จะไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากองค์กรในระดับหมู่บ้านนั้นไม่สามารถจัดหาเครื่องมืออุปกรณ์เทคโนโลยีมาใช้ได้เองโดยลำพัง
(ดร.สุชิน เพ็ชรักษ์ สรุป)
Group Discussion หลังจากทั้ง 3 ประเทศรายงานเสร็จแล้ว มีการแบ่งกลุ่มเป็น 4 กลุ่ม ตามที่แบ่งไว้เพื่ออภิปรายประเด็นต่างๆ 4 ประเด็น
1 นวัตกรรมและการปฏิบัติ (Innovation and practical Application) เป็นการพูดถึงเรื่องการนำเอา ICT ใหม่ๆ เข้ามาใช้ในการจัดการศึกษา
2 แนวทางการใช้ ICT อย่างมีประสิทธิภาพ (Effective use of ICT)
3 ประเด็นปัญหา (Issues / problem)
4 แนวทางแก้ไข (Possible solutions)
ปรากฏว่า เมื่อเข้ากลุ่ม มีอยู่ 3 คน ผู้แทนลาวไปธุระ ผู้แทนจีน พูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลยไม่เข้ากลุ่ม เหลือแต่เรา ฟิลิปินส์ และเนปาล อาจารย์ดรุณีมาถามว่า ต้องการคนเพิ่มไหม Mathew บอกว่าไม่เอา ก็เลยมี 3 คน เราก็ออกตัวก่อนว่า เรื่องโครงการเกี่ยวกับ CLC และ CMC ที่ UNESCO ทำนั้น เราไม่รู้เรื่องเลย โดยเฉพาะในส่วนที่ทั้ง 3 ประเทศรายงานมา โดยเฉพาะประเด็นแรก แต่เรื่อง ICT พอจะรู้บ้าง ดังนั้น 2 คนคือ ฟิลิบปินส์ กับเนปาลจึงคุยกันเป็นส่วนใหญ่ โดยพิมพ์ลงคอมพิวเตอร์ใช้ PowerPoint คุยไปได้สักครู่ อาจารย์ดรุณี ไปพาผู้แทนเวียดนามมาเข้ากลุ่มด้วย และผู้แทนลาวก็มา บรรยากาศในกลุ่มจึงมีการแลกเปลี่ยนกันมากขึ้น เพราะทั้ง 2 คนนี้ มีโครงการในพื้นที่
รายงานผลการประชุมกลุ่ม โดยกลุ่มของเรารายงานเป้นกลุ่มแรก โดยผู้แทนเนปาลเป็นผู้รายงาน
จากการรายงานของทั้ง 4 กลุ่ม สรุปได้ดังนี้
๑. นวัตกรรมและการปฏิบัติ
 - การใช้ภาพถ่ายและภาพเคลื่อนไหวเป็นตัวจุดประเด็น แล้วเสนอ key words ประกอบเพื่อใช้ฝึกอ่าน เขียน
 - การสร้างเนื้อหาท้องถิ่นสำหรับการรณรงค์เรื่องต่าง ๆ การประกอบอาชีพ สร้างรายได้
 -  ICT เพื่อการพัฒนาชนบท เพื่อความบันเทิง สร้างรายได้ เข้าถึงสารสนเทศได้ง่าย ฝึกการอ่าน-เขียน-คิดเลข เป็นต้น
 - การพัฒนา trainers ทั้งด้าน hardware & software
 - การใช้เผยแพร่ความรู้ทางการเกษตร
 - การพัฒนาสื่อเพื่อการรู้หนังสือ
 - การจัดหน่วยเผยแพร่ข้อมูลเคลื่อนที่
 - การพัฒนา community banking
 - การใช้ ICT ในการศึกษาปฐมวัย
 - การพัฒนา radio forum, peer group education through telephone/radio
 - การระดมทรัพยากรในท้องถิ่น
 ๒. แนวทางการใช้ ICT อย่างมีประสิทธิภาพ
 - ใช้สื่อผสม
 - ใช้สื่อที่ผู้เรียน-ครูสร้างขึ้นในท้องถิ่น
 - ใช้วิทยุชุมชน หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น การแลกเปลี่ยนเนื้อหาระหว่างศูนย์การเรียนชมุชน
 - ลดค่าใช้จ่ายในการผลิตสื่อสิ่งพิมพ์
 - ใช้เครื่องมืออุปกรณ์ในการทำงานที่หลากหลาย
 - ใช้สำหรับการอบรม
 - ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น งานบัญชี แลกเปลี่ยนความรู้ แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม
 - พัฒนาสื่อสำหรับการฝึกอบรม ใช้ Powerpoint ในการเสนอข้อมูลสำหรับชุมชน
 - การใช้กล้องถ่ายภาพ
 - การใช้อินเตอร์เน็ต วิทยุชุมชน การใช้กล้องวีดิทัศน์ในกิจกรรมของชุมชน
 ๓. ประเด็นปัญหา
 - ขาดโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ห่างไกล ชนบท พื้นที่ยากจน
 - ขาดนโยบายสนับสนุนจากรัฐบาล
 - ขาดครูที่มีทักษะ
 - ขาด software และเนื้อหา
 - มีการเปลี่ยนแปลงทั้ง hardware & software ทำให้ราคาแพง
 - ขาดแหล่งฝึกอบรม
 - ขาดการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนสารสนเทศในชุมชน
 - ใช้ unicode system ในการแปลภาษา
 -  ขาด ICT experts
 - การติดต่ออินเตอร์เน็ตต้องเสียค่าใช้จ่ายมาก
 - การสนับสนุนจากหน่วยงาน กศน.ยังมีน้อย
 - คอมพิวเตอร์ราคาแพง การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง
 ๔. แนวทางแก้ไข
 - ใช้แหล่งพลังงานอื่น ๆ
 - เพิ่มการสื่อสาร ถกเถียง เรียกร้องความสนใจ
 - จัดอบรมมากขึ้น
 - พัฒนาสื่อที่ใช้พัฒนาตนเองได้ resource materials
 - ใช้เครื่องมืออุปกรณ์ต่าง ๆ ของโรงเรียนในชุมชน เพื่อการจัดอบรมในท้องถิ่น
 - ผลิตสื่อในระดับท้องถิ่น โดยใช้ภาษาท้องถิ่น สำหรับใช้ในชุมชน
 - เสริมสร้างความเข้มแข็งในการประสานงานระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ
 - พัฒนาทักษะพื้นฐานด้านคอมพิวเตอร์สำหรับชุมชน
 - ประสานงานกับหน่วยงานการศึกษาทางด้านเทคนิค ในการให้ความช่วยเหลือเรื่อง unicode
 - government intervention/support
 - ส่งเสริมการเผยแพร่สารสนเทศผ่านทางบริการ information circle คือมีการรวบรวมเนื้อหาผ่านสื่อสิ่งพิมพ์และสื่ออื่น ๆ แล้วเผยแพร่ในชุมชน เนื่องจากขาดแคลนเครื่องมืออุปกรณ์และการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต
 - ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน
 - การพัฒนาเนื้อหาท้องถิ่น
 หลังจากนำเสนอผลงานของแต่ละกลุ่มย่อยแล้วเป็นการนำเสนอรายงานของผู้แทนจากประเทศจีนเสนอแนวทางการสนับสนุนของรัฐบาลเกี่ยวกับเรื่อง ICT ในชนบท ปัจจุบันความนิยมในเรื่อง ICT เพิ่มสูงขึ้นมาก ให้บริการการเรียนคอมพิวเตอร์พื้นฐานสำหรับผู้ใหญ่มากขึ้นเป็นลำดับ พัฒนาเครือข่ายบริการให้กว้างขวางยิ่งขึ้น เช่น ตั้งโรงเรียนสำหรับผู้ใหญ่เพื่อการเรียนในตอนเย็นพัฒนา web site สำหรับเผยแพร่ข้อมูลทางด้านการเกษตร จัดตั้งห้องอ่านหนังสือ จัดตั้งศูนย์การศึกษาทางไกล ใช้โทรทัศน์เพื่อการศึกษาในการอบรมเกษตรกรที่อพยพจากชนบทเข้าสู่เมือง ส่งเสริมการเรียนในสถานประกอบการ และการฝึกทักษะฝีมือสำหรับผู้ที่มาจากชนบทเพื่อกาศัยและทำงานในเมือง
 มีข้อเสนอที่น่าสนใจคือควรใช้ ICT ให้สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาชุมชน มุ่งผลทางด้านการศึกษาเป็นสำคัญ

 Theme 2 Use of ICT for Quality of life Improvement ซึ่งประกอบด้วย ประเทศจีน อินเดีย และ ลาว)

ประเทศจีน ผู้แทนประเทศจีน ขึ้นไปรายงาน 2 คนโดย รองอธิบดี ของ Jinan Education Bureau ชื่อ Li Xianchen เป็นผู้รายงานเป็นภาษาจีน และ Ms. Lan Jian เป็นผู้แปลเป็นภาษาอังกฤษ
ประเทศอินเดีย ผู้แทนประเทศอินเดีย ขึ้นไปราย 2 คน แต่รายงานเพียงคนเดียว แกพูดเก่งมาก และรายงานค่อนข้างยาว (แต่เราฟังไม่รู้เรื่องเลย รู้เรื่องจากการอ่าน PowerPoint และอ่านจากเอกสาร)
 
ผู้แทนจากประเทศอินเดียเสนอเรื่องสื่อการเรียนที่ได้พัฒนาขึ้น ซึ่งมีหลากหลาย เช่น การจัดการฐานข้อมูลชุมชน บัญชีสำหรับกลุ่มธุรกิจขนาดย่อม สื่อสำหรับการจัดการธุรกิจ การจัดการระบบการปลูกผักปลอดสาร ใช้ระบบ video conference ในการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างชุมชนที่อยู่ห่างไกล พัฒนาสื่อส่งเสริมการอ่านที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายและท้องถิ่น เน้นสื่อที่ใช้ได้ง่าย เรียนด้วยตนเองได้
 สื่อและกระบวนการที่พัฒนาขึ้นนั้นจัดการเผยแพร่ผ่านทางศูนย์บริการสื่อของรัฐ และองค์กรพัฒนาเอกชน ต่อไปจะประสานงานกับพันธมิตรต่าง ๆ เช่น มหาวิทยาลัยเปิด เพื่อส่งเสริมการเรียนต่อเนื่องหลังการรู้หนังสือ
 ผลกระทบต่อนโยบายมีหลายประการ เช่น รัฐบาลให้การส่งเสริมการใช้ ICT เพื่อพัฒนาศูนย์ความรู้หมู่บ้าน (village knowledge center) ซึ่งจัดขึ้นในแต่ละหมู่บ้าน มีองค์กรพัฒนาเอกชนสนใจนำเอา ICT ไปใช้ในกิจกรรมส่งเสริมการรู้หนังสืออย่างแข็งขัน มีการประสานงานกับองค์กรอื่น ๆ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต
 ผลกระทบต่อผู้เรียนและชุมชน ได้แก่ มีการพัฒนาทักษะมากขึ้น ได้รับสารสนเทศมากขึ้น เข้าถึงแหล่งความรู้ที่เกี่ยวกับการประกอบอาชีพ สตรีมีความสามารถในการจัดการการเงินของครอบครัวมากขึ้น ส่งเสริมการรู้หนังสือของผู้ประกอบการธุรกิจขนาดย่อมมากขึ้น สตรีมีบทบาทต่อการพัฒนาชุมชนมากขึ้น เป็นต้น
 ปัญหาสำคัญคือ การจัดการให้ระบบต่าง ๆ ดำเนินไปได้อย่างยั่งยืน มีการวางแผนสำหรับการศึกษาต่อเนื่องซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันได้มากขึ้น การอพยพเข้าไปทำงานในเมืองมีผลกระทบต่อความต่อเนื่องของโครงการ บทบาทของสตรีที่ยากจนยังมีจำกัดมาก เนื่องจากมีอุปสรรคทางสังคมและวัฒนธรรม การบำรุงรักษาเครื่องมืออุปกรณ์ต่าง ๆ ให้สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง ในเรื่องเกี่ยวกับการขยายผลนั้นยังมีปัญหาในระบบคิดของรัฐบาลเกี่ยวกับการยอมรับในกระบวนการที่ได้พัฒนาขึ้น ในความสามารถของครูที่ทำงานกับโครงการทดลองนำร่อง การให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องของรัฐซึ่งควรมีพอเพียงกับการดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง


ประเทศลาว ท่านลำพูน เป็นผู้รายงาน
ผู้แทนจากประเทศลาวเสนอว่านโยบายของรัฐบาลยังไม่ชัดเจนในเรื่อง ICT ภาคเอกชนใช้กันมากกว่ารัฐบาล การใช้ ICT ในการศึกษานอกโรงเรียนก็ยังจำกัดอยู่มาก เช่น ใช้หอกระจายข่าว วีดิทัศน์ VCD เป็นต้น ปัจจุบันดำเนินการทดลองนำร่องใน ๔ พื้นที่ กิจกรรมส่วนมากเป็นเรื่องส่งเสริมการประกอบอาชีพต่าง ๆ เช่น การเพาะเห็ด การเลี้ยงปลา นอกจากนั้นมีการเผยแพร่ข่าวทางหอกระจายข่าว การซ่อมบำรุงเครื่องมืออุปกรณ์และการใช้โปรแกรมต่าง ๆ ส่งเสริมการรู้หนังสือและการเรียนภาษาอังกฤษ ซึ่งกำลังเป็นที่นิยม
 ชาวบ้านนิยมหอกระจายข่าว เนื่องจากใช้ง่าย สะดวก สามารถส่งข่าวสารได้ในวงกว้าง ชาวบ้าน ครู นักเรียน สามารถปรับความรู้ที่มีแต่เดิมได้อย่างต่อเนื่อง
 ปัญหาสำคัญคือความเข้าใจของชาวบ้าน ซึ่งยังถือว่าเป็นเรื่องใหม่สำหรับพวกเขา จึงยังไม่ได้ให้ความร่วมมือมากนัก การอบรมให้สามารถใช้คอมพิวเตอร์ได้ยังจำกัด สื่อยังล้าสมัยและไม่เพียงพอชาวบ้านจึงไม่ค่อยเข้าไปใช้ศูนย์การเรียนชุมชน โปรแกรมที่มียังไม่เหมาะสมกับชาวบ้าน ซึ่งระดับทักษะของพวกเขายังมีอยู่อย่างจำกัด
 ทางแก้ไขคือการพัฒนาโปรแกรมที่ใช้ภาษาประจำชาติ ใช้งานได้ง่าย จัดหาสื่อให้มากขึ้นไว้บริการในศูนย์การเรียนชุมชน ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความคิดและประสบการณ์ของกลุ่มอาชีพต่าง ๆ ให้มากขึ้น รณรงค์ให้สาธารณชนสนับสนุนโครงการที่ใช้ ICT และกิจกรรมของศูนย์การเรียนชุมชน รวมทั้งพัฒนาเครือข่ายที่อยู่นอกวงการศึกษาให้มากขึ้น

เวลาค่อนข้างเย็นแล้ว และอากาศร้อน ประกอบกับวันนี้ ทาง UNESCO เป็นผู้จัดงานเลี้ยงตอบแทน ดังนั้น ก็เลยยังไม่แบ่งกลุ่มเพื่ออภิปรายในวันนี้เลื่อนเป็นพรุ่งนี้เช้า โดยมีประเด็นอภิปราย คือทำอย่างไร (How to) Use of ICT for capacity building of personal (CLC) and facilitator and community
เย็นวันนี้ UNSCO เป็นเจ้าภาพเลี้ยง โดยนัดหมายกันที่ Lobby ของโรงแรมเพื่อขึ้นรถไปที่ภัตตาคาร Diamond เวลา 18.30 น. โดยการเลี้ยงวันนี้ UNSCO เป็นเจ้าภาพเลี้ยงผู้เข้าร่วมประชุมและคณะของอธิบดี กศน. ที่ภัตตาคารของโรมแรม Diamond โดยมีรถพาคณะเข้าไปในเมือง ซึ่งดูแล้วเมืองเขาก็ใหญ่โตเหมือนกัน ระหว่างงานเลี้ยงอธิบดี กศน. มาร่วมงานด้วย พร้อมทั้งข้าราชการระดับผู้ใหญ่ เช่น ผู้อำนวยการศูนย์ภาค 3 ชวากลาง ผู้แทน UNESCO อินโดนีเซีย ก่อนจะเริ่มงาน ก็มีพิธีการเหมือนเดิม เมื่อเมื่ออธิบดีมาถึง ก็เดินทักทายทุกคน มาถึงเราก็ถามว่ามาจากไหน พอรู้ว่ามาจากประเทศไทย ก็บอกว่า เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ได้พบกับ อธิบดี กศน. ถามว่าชื่ออะไร เพราะนึกไม่ออก เราบอกว่า ชื่อ ดร.สมบัติ ต่อจากนั้น ก็เป็นพิธีการ โดยอธิบดีกล่าวขอบคุณ  Mr. Hakeem ผู้แทน UNESCO กล่าวตอบ ต่อด้วยผู้แทนของ Participant กล่าวขอคุณ และอธิบดีของ กศน.อินโนนีเซีย มอบของที่ระลึก ต่อจากนั้น ก็เป็นการรับประทางอาหาร โต๊ะที่เรานั่งดูเหมือนจะสนุกกว่าเพื่อน เพราะประกอบด้วยลาว ไทย จีน เนปาล อินโดนีเซีย และอินเดีย ที่สนุกคือผู้แทนจีน ถึงแม้จะพูดอังกฤษ ไม่ได้ แต่ก็พาขณะในโต๊ะ ดื่มเบีย และสนุกสนานมาก ชนแก้ว (คัมปาย) กันตลอด ผู้แทนลาวอีก 1 คน ก็พูดอังกฤษเกือบไม่ได้ เราก็ไม่ค่อยถนัด โต๊ะเราจึงพูดทั้ง ไทย+ลาว จีน และอังกฤษ ระหว่างนั่งกินข้าว ดู TV อินโด เห็นออกข่าว อดีตนายกทักษิณ ไปตีกอร์ฟ อยู่ที่อินโดนีเซีย ได้เวลาพอสมควรจึงกลับ ตอนกลับ เห็น Super Market แล้ว อยู่เลยที่เราเดินเที่ยวในวันแรกที่มาถึงไปพอสมควร

สรุปว่า วันแรกของการ Workshop ผ่านไปด้วยดี สำหรับเรา วันนี้ ถือว่าหนักเอาการเพราะนั่งฟังรายงานแต่ละกลุ่มค่อนข้างยาวตลอดทั้งวัน และอากาศร้อนสำหรับตัวเราเองนอกจากจะมีปัญหาเรื่องภาษาแล้ว ยังนั่งไกลจอ ถ้าตัวหนังสือเล็กจะมองไม่เห็นเรื่องภาษาพอเข้าใจถ้าเป็นการอ่าน แต่ยังแย่มาก โดยเฉพาะถ้าเขาพูดเร็ว และไม่ใช่สำเนียงอังกฤษ จะฟังรู้เรื่องดี คือสำเนียงอังกฤษแบบไทย หรือลาว สังเกตว่า การรายงานของอาจารย์ดรุณีเราจะรู้เรื่องเกือบทั้งหมด ของลาวรายงาน เราก็จะรู้เรื่อง แต่ของอินเดีย กับ เนปาล แทบจะฟังไม่ออกเลย วันแรกของการประชุมปฏิบัติการผ่านไปด้วยดี ตัวเราเองไม่เครียดกับเรื่องภาษาและการสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ อย่างที่คิด เพราะพอจะสื่อสารกับเขาได้ เพราะเราก็นึกว่า คนอื่นก็พูดฟังไม่รู้เรื่องเหมือนกัน
เรานั่งอยู่ข้างพี่สุชิน ที่นั่งบันทึกเรื่องต่างๆ และเรื่องที่ผู้แทนแต่ละประเทศรายงานลงเครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นภาษาไทย ตลอดเวลา เลยได้รู้เรื่องไปด้วย จึงไม่จดบันทึกอะไร รอว่า เมื่อเสร็จแล้ว จะขอ Copy จากพี่สุชิน เพราะเป็นการบันทึกที่เก็บเฉพา

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): forictcommunityempowerment
หมายเลขบันทึก: 64395
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)