วันที่ 28 พฤศจิกายน

วันนี้อาจารย์ยกเคสหลายๆเคสมาให้ฟัง  และเอาวีดีโอเคสsegaมาให้ดูด้วย  จากเคสนี้ที่เมื่ออาทิตย์ก่อนเราฟังก็รู้สึกว่ามันเจ๋งดี  คิดได้ไงเนี่ย  แต่พอมาอาทิตย์นี้ก็กลับคิดอะไรได้หลายๆอย่างเหมือนกัน  สิ่งหนึ่งที่มองเห็นเลยก็คือ การที่segaออกมาสร้างเรื่องโกหกแบบนี้มันคงจะไม่สามารถที่จะประสบความสำเร็จได้เลย  ถ้าเรามีการให้คนๆหนึ่งมากล่าวหาว่าเกมส์ของเรานั้นไม่ดี  แต่ที่บริษัทกลับนิ่งเฉย  ที่มันเจ๋งก็คือบริษัทกลับออกมาตอบโต้ว่ามันไม่จริง!  รู้สึกไหมเวลาที่มีคนว่าอะไรแล้วคนๆนั้นออกมาแก้ตัว  คนมักจะไม่เชื่อ  ทุกคนมักจะมองว่าเป็นการร้อนตัวซะมากกว่า  ก็เหมือนที่เวลาที่นักการเมืองโดนด่าแล้วออกมาบอกว่า"โอ้ยยย  ผมไม่ได้ทำ"นั่นล่ะ  แหม..มันเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆแต่ก็แจ๋วจริงนะเนี่ย  แต่จากวีดีโอที่ดูนะ  ตอนแรกๆรู้สึกเลยว่าทำไมมันดูจงใจจังแฮะ  มันดูทำได้ดีจนดูเหมือนเตรียมการล่วงหน้าซะนาน  แต่พอรวมๆแล้วก็โอเคล่ะ(หรือว่าเราคิดมากไปเอง) 

ส่วนกรณีของรถออดี้ที่ทำเป็นว่ารถหายแล้วพยายามประกาศตามหานี่  ถึงแม้ว่ามันจะเป็นการประชาสัมพันธ์ก็จริง  แต่เรากลับคิดว่าอันนี้มันดูหลอกลวงสาธารณชนมากไปรึเปล่าหนอ  มันจุดประเด็นได้จริง  ได้อย่างดีซะด้วย  แต่การปรับใช้เราก็คงต้องดูกับสภาพของวัฒนธรรมด้วยหรือเปล่า?  ถ้าเอามาใช้กับบ้านเรานี่อาจจะโดนดักเตะได้  555  คนไทยคงโมโหน่าดู  คงแบบเฮ้ยยยย...ชั้นอุตส่าห์ช่วยหารถนะเนี่ย  หรือว่าเราจะยอมรับได้แล้วเห็นเป็นเรื่องเฮฮา?  แต่จากกรณีดาราสาวท้องป่องแล้วบอกไม่ท้องก็คงรู้กันว่าแม้มันไม่เกี่ยวกับชีวิตเรา  คนไทยก็สามารถเคืองได้เช่นกันนะ

สิ่งที่ได้วันนี้แบบที่เป็นประเด็นก็คือ... การพยายามออกมาแก้ข่าวมากเกินไป  ทำให้คนมักจะไม่เชื่อถือ  เพราะอย่างเซก้าตอนแรกก็ออกมาบอกว่าปลอดภัย  แล้วก็ยังทำspotโฆษณาออกมาอีกรอบออกมาบอกว่าปลอดภัย เอานักกีฬามายืนยัน  เพราะฉะนั้นถ้าเวลาที่เราเกิดวิกฤตหรือปัญหากับบริษัทที่เราทำล่ะก็  การแก้ข่าวต้องไม่ทำให้มันเวอร์เกินไปและดูร้อนรนเกินไป  แต่ต้องทำให้ดูจริงใจและน่าเชื่อถือที่สุด  ยากเนอะ... ^_^

ปล. อาจารย์บอกว่าจะให้ทำเป็นprojectจริงๆ  ดีจังเลย...ตอนแรกนึกว่าจะได้ทำแค่ประชาสัมพันธ์โครงการที่เราจะทำเฉยๆซะอีก  แต่ได้คิดโครงการจริงๆ  ดีเนอะ