มุ่งออกไปนอกเมื่องเรื่อย ๆ  พอพ้นบริเวณแปลงปลูกผัก  รถก็เข้าสู่บริเวณแปลงปลูกผลไม้ยืนต้นซึ่งจะมีป้ายบอกชื่อเจ้าของที่หน้าทางเข้าแปลงต่าง ๆนั้นติดไว้  แปลงผลไม้แถบนี้ส่วนใหญ่จะเป็นผลไม้ประเภทต้นเล็ก  ๆ เช่นองุ่น,ส้มโอ,และอะไร ๆ อีกหลายชนิด  โชเฟอรของเราชลอรถอ่านชื่อที่ป้ายทางเข้าแปลงเหล่านี้ไปเรื่อย ๆ บางครั้งก็จอดรถสอบถามชาวบ้านที่เดินผ่านมาหรือชาวบ้านที่ยืนอยู่หน้าประตูทางเข้าแปลงต่าง ๆ  ก็เห็นเขาชี้มือไปข้างหน้าเป็นทอด  ๆ จนในที่สุดเก็มาถึงประตูเข้าแปลงปลูกส้มโอไว้ข้างหน้าบ้านที่มีป้ายบอกว่า ไร่ .ส้มโอโอสุเกะ.....และมีคนเดินเข้าออกมากกว่าทุก ๆ แห่งที่ผ่านมา รวมทั้งมีรถจิ๊บเล็กของทหาร ติดเครื่องหมายกาชาดสีแดงจอดเลยประตูไปเล็กน้อย 2 คัน 000 พวกเราลงจากรถที่นั่งมา  มิสซิสถามคนที่เดินเข้าออกประตูว่าบ้านนี้มีอะไรกันหรือจึงมีคนไปมาเยอะแยะเช่นนี้  ได้รับตอบว่าพวกเขามาเยี่ยมเคารพศพคนตาย  เมื่อมิซซิส....แปลให้ฟังผมถึงกับสดุ้งด้วยนึกไปถึงโอสุเกะขึ้นมาทันที ได้ขอให้มิซซิส....ถามต่อไปว่า รู้ใหมว่าคนตายเป็นไคร  มิซซิส....ก็ถามชาวบ้านต่อ  แล้วแปลให้ฟังอย่างตระหนกว่า  คนตายเป็นทหารผ่านศึก  ชื่อโอสุเกะ   ผมหวิวขึ้นมาทันที  แทบไม่เชื่อหูตัวเองเลย รีบพามิซซิส...,สามี, และเพื่อนเขาเดินผ่านประตุรั้วเข้าไปอย่างรวดเร็วตรงไปที่บ้านที่อยู่ลึกเข้าไปประมาณ 50 เมตร   ที่หน้าบ้านนั้น มีคนในชุดดำยืน  รวมกลุ่มกันอยู่  4-5 คน  ขณะที่ผมยังไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไปก็พอดีมีหญิงสาวในชุดดำคนหนึ่งเดินออกมาจากบ้านร้องเชิญคนที่ยืนรอกันอยู่ข้างนอกก่อนนั้นให้เข้าไปในบ้าน   เมื่อผมเห็นเธอ ผมก็คลับคล้ายคลับคลาว่าหน้าตาเหมือนใครคนหนึ่งแต่นึกไม่ออกว่าเห็นที่ไหน000   แล้วมือก็ไวเท่าความคิดผมรีบควักรูปขนาดโปสการ์ดครอบครัวของ โอสุเกะ ฉบับหลังสุดที่เขาส่งไปให้ผมที่กรุงเทพฯ ออกมาดู  มองใบหน้าของเด็กหญิงในภาพเปรียบเทียบกับภาพหญิงสาวที่ออกมายืนที่ประตูบ้าน พบว่าละม้ายคล้ายคลึงกัน   หญิงสาวมองมาที่ผมที่กำลังดูภาพถ่ายอย่างสงสัยว่าผมกำลังดูอะไรอยู่นิดหนึ่งแล้วก็ร้องเชิญ ให้พวกเราเข้าไปในบ้านพร้อมกับพวกที่ยืนรออยู่ก่อน  ผมรีบถามเธอเป็นภาษาอังกฤษว่า  "ขอโทษครับ  คุณคึอน้องสาวคุณโอสุเกะหรือเปล่าครับ"หญิงสาวตอบอย่างง ๆ เหมือนกันว่า "ใช่ค่ะ"ผมรีบบอกไปอย่างดีใจว่า  "ผม,สกลซังจากบางกอก,มาเยี่ยมคุณโอสุเกะ"แล้วผมก็ส่งรูปโปสการ์ดนั้......( โปรดรออ่านตอนต่อไป )