ท่านผู้อ่านที่เคารพ เรื่องที่ท่านกำลังจะอ่านต่อไปนี้ เป็นเรื่องเล่าของผม ในช่วงปลายสงคราม
โลกครั้งที่ 2 ,ที่ผมเขียนไว้นานแล้ว เป็นการ เขียนไป เติมจินตนิยายไปบ้างเป็นบางตอน ครั้งนั้น,
ผม ,เด็กนักเรียนจากต่างจังหวัด กำลังเรียนอยู่ใน รร.สายอาชีพของหน่วยราชการแห่งหนึ่ง หลังจบ 6 แลัว
อาศรัยอยู่กับหลวงตาที่วัดระฆังโคสิตาราม ฝั่งธนบุรี บ่ายวันนัน,เครื่องบินทื้งระเบิดฝ่ายสัมพันธ
มิตรได้มาทิ้งระเบิดใส่สถานีรถไฟบางกอกน้อย ทำให้บริเวณสถานีเสียหายหนักทั้งชีวืตทหารญ่ีปุ่น อาคาร ทางรถไฟ ขบวนรถไฟที่จอดอยู่ พร้อมยุทธปัจจัยต่าง ๆที่เตรียมส่งไปโจมตีพะม่า หลังเสียง ไซเรน บอกว่าเครื่องบืนทิ้งระเบิดทั้งหมด บินกลับไปแล้ว โดยฝากแสงเพลิงควันไฟไว้อย่างไม่ใยดี
จะเอากลับ ผม , กับเพื่อน ๆ ก็พากันวิ่งไปดูสถานีรถไฟบางกอกน้อยที่เห็นควันไฟพวยพุ่งอยู่เบ้ิอง
หน้า พร้อมแสงไฟที่ลุกไหม้อย่างรุนแรง เห็นอาคารน้อยใหญ่ข้างทางที่ผ่านไปพังทลาย เสา
ไฟฟ้าล้ม สายไฟฟ้าห้อยกระจุย บ้างก็ยังมีไฟลุกไหม้ กลื่เหม็นของยางหุ้มสายไฟตลบทั่วที่บริเวณ
เลยเขตโรงพยาบาลไปทางสถานนีรถไฟไปไม่มากนัก เห็นร่างของทหารญี่ปุ่น
หลาย คน รวมกันเป็นกลุ่มบ้าง แยกกันบ้าง ทั้งที่ นอนแน่นิ่งไม่ไหวติงอย่างใด และเคลื่อนไหว
ในท่าต่าง ๆอยู่ที่ถนน ทุกร่างโชกไปด้วยเลือดแดงฉาน มีคนหนึ่ง มีผ้าพันแผลพันรอบหัวและ
ทรวงอก เว้นช่วงลูกตาใหัมองอะไรอะไรได้ อยู่ในหลุมดินตื้นข้างถนนใกล้ต้นไม้ พวกเราหยุด
มองดูเขาแว๊บหนึ่ง " คงถูกสก๊ดระเบิดและเสนารักษ์มาปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้ว คงจะมาเอา
ตัวไปทีหลัง " ผมคิดในใจ ว่า ไม่น่าจะรอด เมื่อเห็นว่าเขาไม่ไหวติง แล้วก็พากันเลยไป
หลังจากพวกเราพากันเดินดูความเสียหายจากการทิ้ง
ระเบิดสถานีรถไฟบางกอกน้อยของเครื่องบินฝ่ายสัมพันธมิตรใกล้ บริเวณหลังโรงพยาบาลศิริราช
ได้ไม่นาน ก็เกิดพายุลมแรงพัดกระโชกและฝนตกเทลงมาอย่างหนัก พวกเราต้องวิ่งฝ่าสาย
ฝนที่ตกลงมาอย่างรุนแรงนั้นกลับทางเดิม ผู้คนอื่น ๆ ไกล้เคียงกันก็พากันวิ่งหลบฝนกันอุดตลุ
ดเช่นกัน เมื่อพวกเราวิ่งมาถึงบริเวณที่พบทหารญี่ปุ่นบาดเจ็บนอนอยู่ในหลุมติ้น ๆ ริมทาง
ตอนขามา พบว่าหลุมมีน้ำฝนจากพิ้นดินใหลทะลักลงไปในหลุมครึ่งหลุมแล้วทหารญี่ปุ่นที่บาด
เจ็บผู้นั้นกำลังสำลักน้ำดิ้นทุรนทุรายอยู่อย่างโดดเดี่ยวไม่มีผู้ใดสังเกตุเห็นและช่วยเหลือ เนื่อง
จากต่างก็รีบวิ่งหลบฝน ผ่านไปมาไม่ทันสังเกตุเห็น ผมกับพวกมาพบตอนที่เขากำลังดิ้นไปมาตา
เลิกลัก มองรอบ ๆตัวอย่างสิ้นหวัง แว๊บหนึ่งเห็นเขามองมาสบตากับผมโดยบังเอิญ " เขายัง
ไม่ตาย " ผมอุทานในใจ เกิดความสงสารขึ้นมาทันที........