ต่อไปนี้ จะได้วินิจฉัยกันถึงอุปสรรคหรืออันตราย ของการทำสมาธิในอานาปานสติ ขั้นที่สี่ โดยละเอียด
อุปสรรคเฉพาะตอนแรก
อานาปานสติขั้นที่๔ มีใจความสำคัญอยู่ตรงที่การกำหนดลมหายใจที่ละเอียด หรือกล่าวอีกอย่างหนึ่งก็คือ กายสังขารที่รำงับลง ๆ จนถึงที่่สุด อุปสรรคอาจจะเกิดขึ้นได้ในตอนแรก คือ จากการที่ลมหายใจละเอียดจนถึงกับกำหนดไม่ได้ หรือรู้สึกระวนกระวายว่าหายว่าลมหายใจจะหายไปเสียเฉยๆ นี้ป็นอุปสรรคอย่างหนึ่ง ซึ่งทำให้เกิดความระส่ำระสายขึ้นในใจของผู้ปฏิบัติซึ่งประสบเข้าเป็นครั้งแรก ในกรณีเชีนนี้ เขาอาจจะระงับความสงสัยหรือความกระวนกระวายใจนั้นเสียได้โดย ๒ วิธี คือ
๑) การเริ่มตั้งต้นหายใจเสียใหม่ให้รุนแรง แล้วตั้งต้นทำไปตามลำดับตั้งแต่ต้นไปอีก ซึ่งถ้าหากสิ่งต่างๆ ได้ถูกปรับปรุงให้เป็นไปอย่างเหมาะสมกว่าคราวก่อน ก็จักผ่านอุปสรรคอันนี้ไปได้โดยอัตโนมัติ
๒) ถ้าหากว่าการทำอย่างนั้นยังไม่ได้ผล็ดี หรือว่าผุ้ปฏิบัติได้ปฏิบัติมาจนถึงขั้นที่ละเอียดเช่นนี้แล้ว ไม่อยากจะย้อนกลับไปสู่ขั้นปฏิบัติที่ยังหยาบอยุ่ก็ดี อาจจะผ่านอุปสรรคนี้ไปได้ โดยวิธีแห่ง การปลอบใจตัวเองหรือชักนำจิตใจของตัวเอง ให้เกิดความแน่ใจหรือกำลังอย่างเพียงพอขึ้นมาใหม่ โอกาสก็จะอำนวยให้สำหรับการกำหนดได้โดยง่าย โดยลมหายใจนั้นค่อยๆ ปรากฎชัดขึ้นมาใหม่โดยสมควรแก่การกระทำ ในการประคับประคองจิต หรือการชักนำจิตของตนไปในทางี่จะให้เกิดปฏิกิริยา อย่างพอเพียงทีจะทำให้ลมหายใจค่อยๆ กลับปรากฎชัดเจนขึ้นมาใหม่ อาทิ เมื่อได้ทำมาจนถึงขันที่จะทำลมหายใจให้ละเอียดแล้วลมหายใจไม่ปรากฎ หรือมีอาการราวกะว่าแกลวหายไปเสียเฉยๆ ดันี้ เขาจะต้องถอนหายใจยาวๆ หลายครั้ง แล้วอธิษบษนจิตในการที่พิจารณาอย่างจริงจัง..ก็เรานี้มิได้อยู่ในสภาพใดสภาพหนึ่งของบุคคลเหล่านนั้นแล้ว (คนที่ยังอยู่ในครรภ์ คนที่กำลังดำน้ำ เป็นต้น) เมื่ออธิฐานจิตอย่างอย่างแน่วแน่ ในการที่จะต้องเป็นบุคคลที่ยังมีลมหายใจอยู่เช่นนั้น ลมหายใจก็ย่อมปรากฎแม้ในขั้นที่ละเอียดและในลักษณะที่ละเอียดได้โดยอัตโนมัติ โดยไม่สูญเสียผลแห่งการปฏิบัติที่ได้ปฏิบัติมาแล้วจนถึงขั้นนี้
ญาณ คือความรู้ที่จะเกิดขึ้นแก่เขาว่ เพราะลมหายใจละเอียดเกินไปบ้าง เพราะลมหายใจถุกปแรสภาพเป็นละเอียดเร็วเกนไปบ้าง เพราะการกำหนดผุสนาไม่ถุกที่อันเหมาะสม บ้าง หรือเพราะกำหนดฐปนาโดยอาการที่พรวดพลาดผลุนผลัน บ้าง ลมหายใจจึงไม่ปรากฎเพื่อประโยชน์แก่การกำหนดนั้นๆ..ทั้งในขณะแห่งคณนา อนุพันธนา ผสุนาและฐปนา แล้วแต่ว่าอุปสรคและปัญหาจะเกิดขึ้นระยะไหน ซึ่งตามปรกติทั่วไปในกรณีของอานาปานสติมักจะเป็นปัญหายุ่งยากข้อนี้ขึ้นในขณะแห่งผุสนานั่นเอง อุคคหนิมิตไม่ปรากฎ เพราะไม่มีการรู้สึกว่าลมมากระทบในฐานแห่งผุสนา ทำให้กำหนดจุดๆ ไม่ได้ ที่เรียกว่าลมหายใจหายไปในระยะผุสนา เขาจะต้องแก้ไขด้วยอุบายดังที่กล่าวมาแล้ว
สำหรับในขณะแห่งปฏิภาคนิมิตนั้น สติกำหนดแก้ปขด้วอยุบายดังที่กล่าวมาแล้ว สำหรับในขณะแห่งปฏิภาคนิมิตนั้น สติกำหนดนิมิตที่เป็นมโนภาพที่ปรากฎขึ้นมาใหม่ ไม่เนื่องด้วยลมหายใจโดยตรงก็จริง แต่ก็ยังเนื่องกันอยูถ่โดยอ้อมคือถ้าลมหายใจไม่เป็นไปตามปรกติตามที่ต้องประสงค์ขั้นนี้ ปฏิภาคนิมิตก็ไม่อาจจะเกิดขึ้น หรือเกิดขึ้นแล้วก็กลับล้มเหลวไป เพราะฐปนาไม่อาจเป็นไปด้วยดีนั้นเอง
อีกประการหนึ่งพึงทราบไว้อีกชั้นหนึ่งในที่นี้ว่ ปฏิภาคนิมิตนั้นเป็นสิ่งที่สามารถเคลื่อนย้ายจากจุดลมกระทบ คือจุดผสุนา ไปได้ตามการน้อมไปของจิต เช่นสามารถจะย้ายปฏิภาคนิมิตจากที่เคยตั้งอยู่ที่จะงอยจมูก ให้ออกไปภายนอก เช่นไปลอยอยู่ตรงหน้าห่างออกไปจากตัว หรือย้ายเข้าไปในภายใน ไปเด่นอยู่ที่ทรวงอกหรือที่สะดือก็ตาม แล้วแต่กรณี เมื่อจุดแห่งผุสนาเป็นส่งิที่เคลื่อนย้ายไปสู่ตำแหน่งใหม่ได้โดยมโนภาพ จุดแห่งฐปนาก็เป็นอันย้ายตามไปได้อย่างเดียวกันในกรณีเช่นนี้ การกำหนดผุสนาและฐปนา จะต้องเป็นไปอย่งพลิกแพลงและละเอียดสุขุมยิ่งขึ้นไปต้้งแต่ต้น ลมหายใจก็จะต้องมีอยู่ได้เอง เป็นระเบียบอยู่ได้เอง โดยอัตโนมัติ โดยไม่ต้องมีวามสำนึก มากขึ้นไปตามส่วน นี้เองเป็นการแสดงว่า ลมหายใจ มีอยู่ได้โดยไม่ทำความรู้สึกว่มีแต่อย่างใด เพราะฉะนั้นการกำหนดลงมหายใจจะต้องเป็นการกำหนดที่ชัดเจนที่สุด และเป็นระเบียบที่สุดและด้วยความแน่ใจปราศจากความสงสัยที่สุด ในการทีจะไปสงสบ และทำให้เกิดความเข้าใจผิดไปว่าลมหายใจมิได้มีอยู่ ซึ่งทีแท้มันเป็นสิ่งที่มีอยู่ได้โดยไม่ต้องมีความสำนึก และเป็นระเบียบสม่ำเสมออยู่ได้ โดยไม่ต้องมเจตนาควบคุม เพราะผลแห่งการฝึกมาแลวเป้นอย่างดี และอย่างเพียงพอนั่นเอง สรุปความได้ว่าการหายไปแห่งลมหายใจจริง ๆ นั้น ต้องไม่มีอย่างแน่นอน ถ้ามีก็ต้องเป้นความสำคัญผิด ต้องขจัดให้หายไปด้วยอุบายดังที่กล่าวแลว ผุ้นั่นจึงจะสามารถกำหนดลมหายใจ หรือกายสังขาร ในขั้นที่รำงับลงอย่างละเอียดที่สุดได้
นี้คืออุปสรค และวิธีขจัดอุสรรคชนิดที่มักเกิดในขั้นแรก แห่งอานาปานสติขั้นที่สี่นี้
- อานาปานสติภาวนา พุทธทาสภิกขุ

