มหาเศรษฐี บิล เกตส์ เกิด พศ. 2498 เป็นช่วงปีที่เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์กำลังเริ่มบูม
ผมถามว่า ถ้าเค้าไม่ได้เกิดช่วงนั้น เขาจะรวยและโด่งดังเท่านี้ไหม ?
.
ใครชอบศึกษาประวัติคนประสบความสำเร็จ ร่ำรวยมีชื่อเสียง
เมื่อลงลึกรายละเอียดจะพบว่า ที่เขารวยดังก้องโลก ไม่ใช่เพราะความอัจฉริยะของเขาอย่างเดียว
เขาต้องมีโอกาสมาประกอบ เกตส์ในวัยรุ่น ได้เล่น ได้ฝึก ได้เขียนโปรแกรม
ได้ทำงานกับคอมพิวเตอร์ที่ล้ำยุคที่สุดในยุคนั้นเลย
เค้ามีโอกาสได้ทำในสิ่งที่เค้าหลงไหล ได้โอกาสมีเวทีได้แสดงความเป็นอัจฉริยะอย่างเต็มที่
และเขาก็มีเพื่อนดี ที่ช่วยกันสร้างไมโครซอฟท์ เขาถึงเป็นอัจฉริยะมหาเศรษฐี อย่างที่เราเห็น
.
คนรวยทุกคนครับ มีจังหวะโอกาสเหมาะ มีทีมงานดี มาส่งเสริมความสามารถตนทั้งนั้น
ไม่เชื่อไปถามเจ้าสัวทั้งหลายดูก็ได้ ... ว่าจังหวะที่เขาเปลี่ยนชีวิตได้ เพราะมีโอกาสอะไรเข้ามาช่วย
บางคนไม่ได้เก่งด้วยซ้ำ แต่ทำสิ่งถูกที่ถูกเวลาก็ยังรวยได้เลย
จังหวะชีวิตมีส่วนสำคัญมาก
.
ครอบครัวเพื่อนผมทำโรงไม้ กิจการก็โอเคพอไปได้
มีอยู่ปีหนึ่งไม่รู้เป็นอะไร ห่วงไม้เกิดบูม เป็นแฟชั่น ทำต้มหู ทำกำไล ออเดอร์ท่วมท้น
เค้าบอกว่านั่งปั๊มห่วงกันทั้งวันทั้งคืน ยังทำไม่ทัน
ปีนั้นปีเดียวครับ พวกเขาปลดหนี้เป็นสิบล้านที่ลงทุนไปได้หมดเกลี้ยง ยังมีเงินเหลืออีกด้วย
สต๊อคไม้ที่บ้านคือกำไรทั้งหมด ! ขายได้เท่าไหร่กำไรเท่านั้น ถือว่าไม่มีต้นทุน
รวยขึ้นทันตาเห็น แค่ปีเดียว ไม่ว่าเศรษฐกิจซบยังไง ฟองสบู่แตก เขาไม่กระเทือน...
.
.
ที่เล่ามาทั้งหมด เพราะผมเห็นว่า ช่วงนี้ไม่รู้เป็นอะไร คนไทยบ้ารวยกันมากเหลือเกิน
ตามเน็ตออกมาประกาศโชว์รวย ชักชวนไปรวย มาเรียนวิชารวย ทำอาชีพนี้แล้วจะรวยทางลัด
เปิดเว็บไปทางไหนก็เจอ แล้วคนก็แห่ไปเรียนกันตรึม ขายของในเน็ตกันจนคนขายจะมากกว่าคนซื้อแล้ว
.
คือการขยันทำมาหากิน ผมก็ว่าดีนะ ผมสนับสนุน เป็นเรื่องดี คนไทยเคยถูกมองว่าขี้เกียจ รักสบาย
แต่การที่หวังรวยจนหน้ามืด แบบไม่สนใจสิ่งอื่นแล้ว อันนี้มันเกินพอดีแล้ว
วันๆ จะมุ่งรวยจนลืมสิ่งดีๆ ในชีวิตอื่นๆ หมด อย่างนี้ ความโลภมันครอบงำแล้วล่ะ...
.
การขยัน ตั้งเป้าหมาย วางแผนหาทางสู่เป้า นั่นเป็นเรื่องที่ต้องทำ ผมใช้คำว่า”ต้อง” เลยครับ
แต่ต้องมีความรู้เพิ่มเติมด้วยว่า...
.
1. บางทีทำเต็มที่แล้ว แต่โอกาสไม่อำนวย ทำแล้วอาจไม่เป็นตามแผน มันอาจต้องฝ่าอุปสรรค หรือต้องเปลี่ยนแผน
หรือแม้กระทั่งทำสำเร็จตามแผน มีเงินเป็นร้อยล้าน ก็ไม่ได้ว่าจะจบนะ
ต้องตระหนักรู้ด้วยว่า สรรพสิ่งไม่แน่นอน มันมีโอกาสพลิกกลับได้ ... มีโอกาสรุ่ง ก็มีโอกาสร่วงได้เช่นกัน
ผมรู้จักคนหนึ่งมี 200 ล้าน สุดท้ายกลายเป็นหนี้ และติดคุกด้วย ...
เรื่องแบบนี้ มันเกิดขึ้นได้ ...เราต้องรู้ และเผื่อใจ วางแผนให้รอบคอบ อย่าประมาท
.
2. ต้องคิดได้กว้างไกลไม่คิดสั้นๆ ด้วยการถามตัวเองว่า เราจะรวยไปเพื่อ...?
เคยเห็นคนมีพันล้านแล้วหาความสุขไม่ได้ไหมครับ ? ผมเห็นมาแล้ว ลูกจะฆ่ากันแย่งสมบัติ
ผัวเมียตอนจนรักกันดี พอรวยก็แตกกัน ผัวมีกิ๊ก เมียก็ฟุ้งเฟ้อ บ้านหรูแต่บรรยากาศมาคุ
.
คนมีเป้าหมายว่า รวยๆๆ ... เค้าต้องมีสติปัญญาคิดไปไกลกว่านั้น
นอกจากคิดได้ว่า ... ถ้ารวยแล้ว ชั้นจะมีความสุขยังไงบ้าง... มันต้องมีคำถามเพิ่มด้วยว่า
รวยแล้ว เราจะสูญเสียอะไรบ้าง...?!! ... เคยคิดแบบนี้ไหมครับ รวยแล้วจะเสียอะไร !
.
ทราบไหมครับ สตีฟ จ๊อปส์ คนที่ทั้งโลกชื่นชมยกย่อง สุดท้ายสิ้นเนื้อประดาตัว เหลือแต่เงินอย่างเดียว !!
เป็นเงินที่ซื้อสุขภาพคืนมาไม่ได้ เงินที่ซื้อมิตรภาพที่ตนทำพังไม่ได้
มีเป็นแสนล้าน แต่ไม่มีค่า เหมือนมีแต่ตัวเลข
.
สังคมทุกวันที่มันมีแต่เอาเปรียบ หักหลัง ผิดสัญญา โกง คอรัปชั่น
นี่ก็เพราะคนคิดแต่จะรวย จนความโลภครอบงำให้ทำอะไรแบบขาดสติ
ถ้าเราหน้ามืดคิดแต่จะรวย วันหนึ่งก็จะถูกดูดเข้าไปในวงจรอุบาท
บางคนเริ่มต้นก็คิดดี แต่พอความโลภเข้าครอบ นิสัยก็เปลี่ยน โดยไม่รู้ตัว
.
คนเราถ้ามุ่งหาความสุขที่แท้จริง เราจะไม่หลงโลกครับ
ก่อนจะตั้งเป้าร้อยล้าน ลองถามตัวเองก่อนนะครับ ว่าความสุขที่แท้จริงคืออะไร ?
เงินก็ต้องมีให้พอ ผมไม่สนับสนุนให้จน จนมันก็ทุกข์...
วางแผนซิครับ ปลดเกษียณแล้วเราควรมีเท่าไหร่ 5 ล้าน 10 ล้าน 20 ล้าน ก็คำนวณเอา
แล้วทำอะไรให้ได้เท่านั้น... ก็วางแผนและลงมือทำไป ทำแล้วก็อย่าให้เสียชีวิตด้านอื่นๆ
อย่าให้สุขภาพพัง อย่าให้ความสัมพันธ์กับคนเสีย โดยเฉพาะคนที่เค้ารักคุณ
.
หรือถ้าทำเงินขนาดนั้นไม่ได้ โอกาสไม่อำนวย เราก็ออกแบบชีวิตให้มีความสุขได้ครับ
พ่อหลวงท่านสอนวิถีพอเพียงให้เราแล้ว ท่านมีแบบอย่างให้เรา
แต่คนไทยกลัวจนครับ เลยเข้าใจผิดอย่างแรงว่า พอเพียง คือต้องจนๆ
ไม่ใช่เลย คิดผิดกันหมด ท่านให้รู้จักคิด รู้จักวางแผนชีวิต
และรู้จักการคุ้มครองตัวเอง ไม่ให้โดนหลอก หรือทำอะไรผิดๆ
.
ถ้าคิดเป็น เราจะเห็นได้ว่า ชีวิตเรามีหลายอย่างมากๆ ที่มีความสุขได้โดยไม่ต้องใช้เงิน
และผมก็เห็นคนชนบทที่หน้าเปื้อนรอยยิ้มได้ตลอด ทั้งๆ ที่แค่พอมีพอกิน
.
ผมเองก็โดนคนเกลียดชังพอสมควร ที่ออกมาสวนกระแสพูดต่อต้านลัทธิบ้ารวย
แต่ถ้าไม่มีคนออกมาพูดบ้าง คนก็บ้าหลงกระแสกันอยู่แบบนี้ ใครจะเกลียดผมก็เอาเหอะ...
ผมถือว่า ถ้าผมเห็นอะไรที่ไม่ดีแล้วยังเฉย แสดงว่าผมขาดความรับผิดชอบต่อสังคม
.
คนเรานะครับ ถ้าไม่หน้ามืดเห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตัวอย่างเดียว
ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน คนละนิดคนละหน่อย เราอยู่กันได้อย่างมีความสุข
ไม่ต้องมีเงินมาก แต่มีความดีมาก สังคมก็อบอุ่น
.
คำถามคือ วันนี้ ในใจคุณคิดอะไรอยู่
ลองตอบอย่างซื่อสัตย์กับตัวเองซิว่า...
เรามุ่งจะรวยลูกเดียวรึเปล่า แล้วมีเผื่อใจคิดจะช่วยเหลือคนอื่นบ้างไหม?
หรืออย่างน้อย ดูแลสุขภาพตัวเองไหม ดูแลคนที่รักเราและเรารักดีหรือยัง ?
.....
สุขภาพหาซื้อไม่ได้ ต่อให้มีเงินรวยล้นฟ้า
ขอบใจที่สวนกระแสครับ
(^_^) อโรคา ปรมา ลาภา ครับ