คณะผู้เข้าอบรมในโครงการฯของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ..หรือ สปสช. เดินทางถึงโรงเรียน..ตรงเวลากับที่ได้นัดหมายไว้ เมื่อดื่มน้ำชากาแฟกันเป็นที่เรียบร้อย..ผมก็เริ่มพูดคุยทันที...
บุคลากรที่มาส่วนใหญ่..ทำงานอยู่ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลและสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ โดยมีเจ้าของโครงการจาก สปสช.ส่วนกลาง เป็นผู้กำกับดูแลและบริหารจัดการทุกอย่าง..
ก่อนที่ผม..จะนำเข้าสู่เรื่องราว..ความเป็นมาเป็นไปของโรงเรียน ที่เห็นและเป็นอยู่..มีการแนะนำผู้มาศึกษาดูงานทุกคน อย่างน้อยก็ทำให้ผมรู้จักบุคคลที่ทำงานด้านสาธารณสุข..จากทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ..เมื่อทำความรู้จักกันแล้ว ก็เริ่มเลย..
ผมบอกข้อมูลพื้นฐานของโรงเรียน..ข้อมูลชุมชน และข้อมูลแหล่งเรียนรู้ ตลอดจนข้อมูลการเรียนการสอน..ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ..โดยส่งเสริมสนับสนุนผู้เรียนทั้งด้านวิชาการ และวิชาชีวิต..
จากนั้น..ผมก็พูดเชื่อมโยงให้เห็น “ศาสตร์พระราชา” ที่ผมน้อมนำมาใช้ และส่งผลดีต่อครูและนักเรียน โรงเรียนมีความเจริญก้าวหน้า เป็นที่ยอมรับและศรัทธาของผู้ปกครอง...
หลักๆที่ผมยึดถือและปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่อง..ก็คือ..ภูมิสังคม การพัฒนาตามบริบท การแก้ปัญหาที่จุดเล็ก ..การพึ่งตนเอง..และการทำสิ่งที่ยาก..ให้ง่าย..ทำให้ง่าย..ก็เพื่อให้โรงเรียนน่าอยู่ นำไปสู่การทำงานอย่างมีความสุข...
วันนี้..ผมปรับเปลี่ยนบทบาทการบรรยาย..แลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่ไม่เหมือนครั้งก่อน โดยให้นักเรียนชั้น ป.๕ ทุกคน.เข้ามาเป็นผู้ช่วย..นอกเหนือจากการเป็นมัคคุเทศก์นำชมสถานที่โดยรอบโรงเรียน..
เพราะผมคิดว่า..ผู้ฟังหรือคณะผู้มาเยี่ยมเยือน ต้องได้เห็นอะไรเชิงประจักษ์ ต้องเข้าใจและเชื่อมโยงได้ถึง..ศาสตร์พระราชา..ในบ้านเล็กในป่าใหญ่..ก่อให้เกิดคุณูปการต่อการจัดการศึกษาอย่างไร และนำไปใช้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้อย่างไรบ้าง...
เริ่มจาก..การสร้างความรักและสามัคคีให้เกิดขึ้น..หล่อหลอมจิตใจเป็นหนึ่งเดียว..โดยใช้บทเพลงประจำโรงเรียน..ผมให้นักเรียนร้องเพลง..มาร์ชหนองผือ..ให้ทุกคนได้รับฟัง..เป็นบทเพลงที่ใช้ประกอบกายบริหารในปัจจุบัน...
การน้อมนำคำพ่อสอน..มาใช้..พระองค์ท่านเป็นแรงบันดาลใจ..ให้โรงเรียนขนาดเล็กได้ก้าวไกล เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ..ผมให้นักเรียนร้องเพลงที่ผมแต่งขึ้นเมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๙..ชื่อเพลง..เพื่อพ่อ..ลูกจะทำแต่ความดี..
ด้วยพระปรีชาสามารถของในหลวง รัชกาลที่ ๙..บทเพลงพระราชนิพนธ์..ที่ผมนำมาใช้เป็นสื่อการสอนภาษาและปรุงรสการสอนให้เกิดความสุนทรีย์ ณ เวลานี้..เด็กเริ่มเรียนรู้และเข้าใจในบทเพลงของพ่อมากขึ้น..ผมให้นักเรียนขับร้องเพลง..ยามเย็น...
ตามด้วย..การบรรเลงเครื่องดนตรีจากตัวโน้ต..ในชื่อเพลง..ใกล้รุ่ง..เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสดงออกซึ่งความสามารถ เพิ่มความมั่นใจ และโรงเรียนก็ได้แสดงศักยภาพด้านดนตรี..ด้วย..
งานนี้.นักเรียนได้แสดงผลงานกันอย่างเต็มที่..ปิดท้ายด้วย..ศาสตร์พระราชา ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง..เกี่ยวข้องกับการศึกษาอย่างไร?.และผมบูรณาการแบบไหน.?.ผมจึงให้นักเรียนได้แสดงผลงาน..เป็นแผนภูมิความคิด..ที่เชื่อมโยงการปฏืบัติในแหล่งเรียนรู้..แล้ววิเคราะห์ให้เกิดสาระ..ที่หลากหลาย..
ท้ายที่สุด..ผมตอบคำถามมากมาย..เป็นคณะแรกที่มาเยี่ยมชม..แล้วบันทึกเรื่องราวจากการตอบคำถามของผม..อาทิ..มีปัจจัยใดบ้าง..ที่ทำให้ผมทำงานแล้วประสบความสำเร็จ...รู้สึกท้อบ้างไหม.?.อยากทำอะไรอีกและใช้หลักการบริหารแบบไหน..?
คำถามสุดท้าย..ที่ผมจำได้แม่นยำ ก็คือ.".สักวันหนึ่ง..ผมต้องเกษียณอายุราชการ..โรงเรียนจะอยู่ได้อย่างไร..จะก้าวไปได้อย่างมั่นคงแบบนี้ไหม..?
ผมตอบได้โดยแทบไม่ต้องคิดเลย.."..ผมมีความเชื่อว่า..อยุธยา..ย่อมไม่สิ้น..คนดี..ครับ.."
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๐
<p></p> <p>
</p> <p> </p><p>
</p> <p>
</p> <p>
</p> <p>
</p><p>
</p><p>
</p><p>
</p>
ผมสังเกตว่าทางสาธารณสุข
สนใจกระบวนการเรียนรู้มากกว่าทางการศึกษา
ขอชื่นชมครับ
คนสาธารณสุขช่างอยากรู้นัก ... ลงมือทำไปด้วยกันเถอะนะคะ บ้าน+โรงเรียน+วัด+โรงหมอ+อบต. (ท้องถิ่น)+อื่น ๆ
ชื่นชมศาสตร์ของพระราชาที่โรงเรียนหนองผือใช้ได้ดีมาก ขอให้ขยายไปทุกที่ ทุกเวลาที่คณะดูงานมีแรงบันดาลใจ กำลังใจเพียงพอและสร้างเองได้ที่จะยึดเป็นแนวทางอย่างกล้าหาญที่จะทำจริงนะคะ
ครูกับหมอ ... สักคนดี ๆ