แม้สิ้นสุดการแข่งขันทักษะวิชาการ
งานศิลปหัตถกรรมนักเรียนครังที่ ๖๗
ในระดับเขตพื้นที่การศึกษา ฯ ไปแล้ว
และผลงานที่ทีมนักเรียนของคุณมะเดื่อ
จะทำได้ดีที่สุด ก็เพียง " รองชนะเลิศอันดับ ๑ "
นอกนั้น ก็เป็นเหรียญทองในลำดับต่อ ๆ ไป
แต่...เพียงเท่านี้ครูมะเดื่อก็ดีใจมาก ๆ แล้ว
เพราะ...รู้ว่าทุกคนทำเต็มที่เต็มกำลังแล้ว
อย่างที่ครูได้บอกไว้ก่อนแข่งขัน..เมื่อทำดีที่สุดแล้ว
เราสู้เขาไม่ได้ ก็ต้องยอมรับผลการตัดสินนั้น ๆ
อีกอย่างหนึ่ง...ครูมะเดื่อ ไม่ต้องเป็นกังวลที่จะต้อง
ฝึกซ้อมต่อไปเพื่อเตรียมการแข่งขันในระดับภาค
ในต้นเดือนมกราคม ๖๑ จึงมีเวลาให้ทำงานอื่น ๆ
ได้เดินหน้าต่อไป
เมื่อทุกคนทำอย่างเต็มที่ และมีเหรียญทองมาฝากครูกันทุกคน
ครูก็ต้องให้รางวัลทุก ๆ คน เป็นการตอบแทน และถือว่าเป็นการ
พักผ่อนของ..ทั้งครูและทั้งนักเรียน
วันนี้...๑๖ ธันวา ๖๐ คุณมะเดื่อ จึงขอแรงจาก
ท่านผู้ใหญ่บ้านให้ช่วยบริการนำรถยนต์มารับนักเรียน
ไปยัง " เขาแดง" ในตอนเช้า ๙.๐๐ น.
ซึ่งโปรแกรมในวันนี้ทั้งวัน ครูยกให้กับคนเก่งของครูทุกคน
เพื่อความสุข สนุกสนาน และรู้จัก " บ้านของเรา"
ในห้องเรียนธรรมชาติในท้องถิ่นบ้านเรา ที่ครูจะพาไปเรียนรู้นี้
โปรแกรมแรก เด็ก ๆ ได้รู้จักแหล่งท่องเที่ยวอันลือชื่อ " ล่องคลองเขาแดง"
แทบไม่น่าเชื่อว่าเด็ก ๆ เคยมาที่นี่เพียงสองคน ในจำนวน ๑๐ คน
ทั้ง ๆ ที่คลองเขาแดง อยู่ในท้องถิ่นของนักเรียนแท้ ๆ ในขณะที่
คนที่อยู่ต่างถิ่นต่างจังหวัด หรือแม้แต่ชาวต่างชาติต่างภาษา
มากมายหลายคนรู้จักที่นี่ " กุ้ยหลินเมืองไทยแห่งที่ ๒" นี้
เป็นอย่างดี
เด็ก ๆ ตื่นเต้น ตื่นตา ตื่นใจกับวิวทิวทัศน์สองฝั่งคลองที่เรือแล่นผ่าน เด็ก ๆ ถ่ายภาพ
เป็นที่ระลึกไว้ คนขับเรือก็ใจดี เป็นไกด์ ให้ความรู้และแนะนำสถานที่ตลอดเส้นทาง
ขึ้นจากเรือ ก็ถึงมื้อกลางวัน ณ ร้านอาหารระดับต้น ๆ ในละแวกชายทะเลนี้
" แหลมทองซีฟู้ด " ที่มีรายการ " ตะลอนทัวร์" ของ แหม่ม สุริวิภา
รับประกันความอร่อย เด็ก ๆ กินอย่างเอร็ดอร่อยกับเมนูยอดนิยมของร้านนี้
โดยเฉพาะ ยำชะคราม แกงส้มชะครามไข่ และต้มยำทะเล
เป็นเวลาประจวบเหมาะกับที่ฝนตกลงมา อากาศเย็นสบาย แม้ว่า
" ยุง " จะรบกวนพวกเราจะอยู่นิ่งไม่ได้ แต่มีอาหารอร่อย ๆ ตรงหน้า
ก็พอทนกันได้
อิ่มหนำสำราญกันทุกคนแล้ว เหมือนฝนเป็นใจหยุดตกพอดีเหมือนกัน
คุณมะเดื่อและเด็ก ๆ เดินเท้าจากร้านอาหารไปยังชายหาดเขาแดง
ซึ่ง ระยะทางห่างจากร้านอาหารไม่เกินสองร้อยเมตร ซึ่งเป็น
โปรแกรมต่อไป คุณมะเดื่อจะให้เด็ก ๆ ได้พักผ่อนและ
เล่นน้ำทะเลที่นี่ ประมาณ ๑ ชั่วโมง


วันนี้ นับว่าโชคดีสองชั้น ที่ทั้งแดดไม่ร้อน อากาศดียิ่ง เหมาะแก่การเล่นน้ำทะเล
แล้ว...ในวันนี้ ตลอดชายหาด ยังเต็มไปด้วยชาวบ้านที่ออกมา " ไสเคย "
ที่จะนำเอาไปทำเป็น " กะปิ " อีกด้วย ซึี่ง การไสเคยนี้จะมีเพียงปีละครั้ง
ในฤดูกาลนี้ และ ครั้งละไม่กี่วันเท่านั้น
คุณมะเดื่อ ถือโอกาสให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้ วิถีชีวิตของชุมชนเกี่ยวกับ
การไสเคย และ กระบวนการทำกะปิกันตรงนั้นเลย โดยให้นักเรียน
แต่ละคน สอบถาม สัมภาษณ์ คุณลุง คุณป้าที่กำลังไลเคยและ
ทำความสะอาดตัวเคย โดยการเลือกเอาปู ปลา หรือเศษสิ่งต่าง ๆ
ที่ปะปนมากับเคยออกทิ้ง ไปจนถึงการเอาเกลือใส่คลุกเคล้ากับตัวเคย
ไปจนถึงขั้นตอนการทำกะปิ จนได้ " กะปิ " ออกมาจำหน่าย
รวมไปถึงราคาซื้อขายตัวเคยสด และ กะปิ
ด้วยเหตุนี้ วันนี้นักเรียนจึงเกิดการเรียนรู้จากห้องเรียนธรรมชาติ
นี้ อีกด้วย
แต่เด็ก ๆ บอกว่ายังเหลือเวลาอีกนานกว่าจะเย็น ดังนั้น คุณมะเดื่อ
จึงขอให้ผู้ใหญ่บ้าน แวะที่ที่ทำการอุทยานเขาสามร้อยยอด
ตั้งใจจะพาไปเดินสะพานเดินชมป่าชายเลน และดูกระดูกแรดชวา
ผู้ใหญ่บ้านก็ตกลง

นิทรรศการที่ในอาคาร แต่บอกว่า สะพานเดินชมป่าชายเลนกำลังซ่อม ยังใช้งาน
ไม่ได้ ประกอบกับยุงชุมเหลือเกิน กัดจนเด็ก ๆ อยู่นิ่งไม่ได้ (รวมทั้งคุณมะเดื่อด้วย)
จึงขอบคุณและขอลาคุณลุงเจ้าหน้าที่อุทยาน เดินทางต่อไปยัง " สำนักสงฆ์ถ้ำพระประทุน"
ซึ่งเป็นทางผ่านระหว่างกลับบ้าน ที่นี่เป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวของกุยบุรีอีกแห่งหนึ่ง
ที่แม้แต่คุณกุยบุรีแท้ ๆ ก็ยังไม่รู้จัก
คุณมะเดื่อพาเด็ก ๆ ไปกราบขอพรพระบรมสารีริกธาตุบนศาลา
จากนั้นจึงกราบนมัสการ หลวงตา ซึ่งเป็นพระที่ดูแลสำนักสงฆ์นี้
หลวงตาถามว่าจะเข้าชมถ้ำไหม คุณมะเดื่อตอบว่า " ชมค่ะ"
หลวงตาจึงบอกให้เดินขึ้นบันไดไปยังปากถ้ำก่อน
ท่านผู้ใหญ่บ้านจะขอตัวไม่ขึ้นไป เพราะเจ็บเข่า
แต่คุณมะเดื่อบอกว่า ระยะท่างไปยังปากถ้ำ
ราว ๆ ๕๐ เมตร และในถ้ำก็สว่างเพราะติดไฟฟ้า
มีพัดลมด้วย เดินได้สะดวก ผู้ใหญ่บ้านจึง
ตกลงใจเดินไปกับเด็ก ๆ ด้วย
คุณมะเดื่อเคยลงถ้ำนี้มาหลายครั้งแล้ว เป็นถ้ำที่มีความสวยงามมาก ๆ
และเคยเขียนบันทึก เล่าถึงถ้ำพระประทุน ไว้ในโกทูโนนี้มาแล้ว
แต่คูเหมือนว่าวันนี้ ความสวยงามจะลด ๆ ไป คงเพราะกาลเวลา
ที่พานักท่องเที่ยวให้มาเยือน และสร้างรอยประทับไว้กับพื้น
และผนังถ้ำซ้ำ ๆ กัน จนลบเลือนความงามไปมากนั่นเอง
หลวงตาพาชมไปได้ครึ่งถ้ำ ท่านผู้ใหญ่บ้านบอกว่าชักจะเดินไม่ไหวแล้ว
คุณมะเดื่อจึงบอกเด็ก ๆ ว่าคงต้องกลับแล้ว ประกอบกับหลวงตา
เล่าให้พวกเราฟังว่า วันก่อนช่วยลิงจากงูเหลือมที่หวังจะ
จับมันเป็นอาหารไว้ได้ งูเหลือมตัวใหญ่หนัก ๑๒ กก.
ไม่รู้ว่ามันอาศัยอยู่ในถ้ำไหน ( ที่เขาถ้ำพระประทุนนี้
มีถ้ำใหญ่ ถ้ำเล็ก สิบกว่าถ้ำ) ทำให้พวกเราชักเสียว ๆ ขา
หลวงตา จึงพาพวกเรากลับออกจากถ้ำ
คุณมะเดื่อและเด็ก ๆ กราบนมัสการลาหลวงตาแล้ว จึงเดินทางกลับบ้าน
ในเวลาบ่ายสามโมงเศษ ๆ เป็นวันว่าของขวัญจากครูมะเดื่อ
ที่ให้เด็ก ๆ วันนี้มีทั้งความสุข สนุกสนาน และความรู้จากประสบการณ์
จากห้องเรียนธรรมชาติ ในท้องถิ่นของตนเอง อีกด้วย
คุณมะเดื่อบอกกับเด็ก ๆ ก่อนแยกย้ายกันกลับบ้านว่า...
" เราควรรู้จักบ้านของตนเองให้ดีก่อน ก่อนที่จะไปรู้จัก
บ้านของคนอื่น ๆ ..."
นั่นคือ " การพานักเรียนไปทัศนศึกษานอกสถานที่
ควรที่จะพิจารณาสถานที่ต่าง ๆ ในท้องถิ่นของนักเรียน
ก่อนที่จะพานักเรียนไปท้องถิ่นออื่นใด"
































ยอดเยี่ยมเลยนะคะครูมะเดื่อ เด็กๆได้รับประสบการณ์มากมาย
ผมอ่านบันทึกนี้ เห็นคำว่า "โชคดี" อยู่หลายที่ และเห็นการยึดโยงที่ว่านั้นสู่การใช้ชีวิตและเรียนรู้ชีวิตที่ดีอย่างน่าชื่นชมครับ
สวัสดีจ้ะคุณครูตูม
ขอบคุณมากมายสำหรับการทักทายและกำลังใจจ้ะ
สวัสดีจ้ะน้องอาจารย์แผ่นดิน
ความเป็นครู สอนครูให้รู้ว่า สิ่งใดที่ครูควรหยิบยื่น
ให้กับศิษย์ สิ่งใดที่มีประโยชน์ต่ออนาคตของศิษย์นะจ๊ะ
ขอบคุณสำหรับกำลังใจจ้ะ
เด็กชอบการเรียนรู้นอกห้องเรียนแบบนี้ครับ
ดูเหมือนว่าชาวบ้านได้เคยมากเลยนะครับ
ขอบคุณครับ
สวัสดีจ้ะน้องขจิต
เด็ก ๆ เรียนรู้ได้ดีด้วยประสบการณ์ตรงจ้ะ
ได้รู้ ได้เห็น ได้ลงมือทำ เป็นการเรียนรู้
ที่ดีที่สุด ขอบคุณสำหรับกำลังใจจ้ะ