หลวงพ่อสนอง กตปุญฺโญ เจ้าอาวาสวัดสังฆทา จ.นนทบุรี เป็นพระนักเผนแผ่ธรรมและพระนักปฏิบัติด้านวิปัสสนากรรมฐานชื่อดัง ชื่อเดิมว่า สองโพธิ์สวรรณื เกิดเมือวันที่ ๕ เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๗ ที่ ต. หนองผักนาก อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี มีพี่น้องร่วม บิดามารดาเดียวกัน ทั้งหมด ๙ คน ท่านเป็นบุตรคนที่ ๗
เมื่ออายุได้ ๑๕ ปี ได้เข้าพีบรรพชาเป็นสามเณร ณ วัดไชนาวาส ต.ท่าพี่เลี้ยง อ.เมือง จะ.สพรรณบุรี แล้วมีดอกาสศึกษาบาลีนักะรรมอยุ่ ๒ ปี จนสามารถสอบไล่ได้นักะรรมชั้นตรี เมื่อายุครบ บวช ได้เข้าพิธีอุปสมบทเมื่อวันที่ -๙ เมษายน พ.ศ.๒๕๐๗ ณ พัมธสีมาวัดดอนไร่ ต.หนองสะเดา อ.สามชุก จ.สพรรณบุรี ดยมี พระครูสุวรรณวุฒาจารย์ (หลวงพ่อมุ่ย พะทูรักขิโต) วัดดอนไร่ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระบุญทรง วัดหนองไผ่ จ.สพรรณบุรี เป้นพระกรรมวาจาจารย์ และพระบุญยก วัดดอนไร่ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับนามย่ว่า “กตปุญฺโญ” ซึ่งแปลว่า “ผุ้มีบุญอันได้กระทำแล้ว, ผุ้ทำบุญไว้แล้วแต่ปางก่อนไ ท่านอุปสมบทได้เพียงพรรษาเดียวก็เริ่มออกเดินธุดงค์ไปทางภาคอีสาน
หลังจากอุปสมบทแล้ว หลวงพ่อสนอง กตปุญฺโญ ปฏิบัติตามศีลอย่างเคร่งครัด ท่านออกธุดงค์ประมาณ ๗ เดือน ได้ข่าวดยมมารดามาบวชชี ณ วัดทุ่งสามัคคะรรม ต.หนองผักนาก อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี จึงรีบเดินทางมาพบดยมมารดาด้วยความปิติดีใจ และได้พบหลวงพ่อสังวาล เขมโก จึงได้ถวายตังเป็นศิษย์ หลวงพอ่สงวาลย์ได้แนนำให้หลวงพ่อสนองเข้าห้องกรรมฐานบ่มอินทรีย์ เจิรญสติปัฎฐาน ๔ ณ ป่าช้าวัดหนองไผ่เช่นเดียวกับที่ท่านเคยปฏิบัตที่ป่าช้าวัดบ้านทึง โดยสมาทานไม่พุด ไม่เขียน ผพุดเขียนได้แต่เฉพาะกับหลวงพ่อสังวาลรูปเดียวเท่านั้น) และได้สมาทานุดงค์ ๗ ข้อ
การปฏิบันในป่าช้า หลวงพ่อสังวาลจะมาสอบอารมณ์กรรมฐานหลวงพ่อสนอง เดือนหรือ สองเดือนครั้ง ผลการปฎิบัติในป่าช้าทำให้ท่านเชื่อในนรกสวรรค์เชื่อว่ามรรคผลนิพพานมีจริง หลวงพ่อสังวาลย์กลาวชมหลวงพ่อสนอง่า เป็นพระภิกุสุวโจ คือเป็นคนที่ว่าง่ย สอนง่าย
หลังจากผ่านไป ๓ ปี หลวงพ่อสนองของอนุญาตหลวงพ่อสังวาล์ออกจาห้องกรรมฐาน หลวงพ่อสังวาลย์เห็นสมควรแล้วจึงอนุญาต และได้พุดถึงความดีของพระสงฆ์ให้ฟัง ต่อมากลวงพ่อสนองได้กราบลาหลวงพ่อสังวาลย์เพื่ออกธุดงค์หาที่สงบวิเวกและเที่ยวชมวัดร้าง โดยไม่คิดที่จะเป็นครูบาอาจารย์สอนใคร แต่หลวงพ่อสังวาลคิดว่าพระรูนี่ต้อไปจะต้องสั่งสอนคนแน่นอน จึงมอบกลดของท่านี่หลวงพ่อเกลื่อทำถวาย ซึ่งหลงพ่อสังวาลย์ใช้เดินธุดงค์เป็นเวบลาหลายปีให้กับหลวงพ่อสนอง การเดินธุดงค์ของหลวงพ่อสนองจะเดินไปตลอด ไม่ยอมขึ้นรถเมือพบคนไม่มีรองเท้าก็ถอดให้ ตัวท่านเองจะเดินเท้าเปล่า
ปี พ.ศ. ๒๕๑๑ วัดร้างวัดแรกที่ท่านสร้างโดยมิได้ตั้งใจ คือ วัดสังฆทาน ร้างอยุ่กลางสวน มีเพียงองค์หลวงพ่อโตกับศาลาไม่มุงสังกะสีเก่าๆ และฐานอิฐเก่าๆ บนที่ไร่เศษ สถานที่สงบเย็น ร่มรื่น เหมาะกับการปฏิบัติธรรม หลวงพ่อสนองพิจารณาแล้วคิดสร้างวัดสังฆทานให้เป็นศูนย์กลางในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาตามหลักธุดงค์กรรมฐาน เพราะที่ตั้งของวัดอยุ่ใกล้แหล่งรวมของผุ้มีปัญญาและกำลังซึ่งจะเป็นกำลังของพระศาสนาได้ดี
แต่ขณะนั้นตัวทานคิดว่าตนเองยังมีบารมีไม่เพีงพอที่จะเป้ฯผุ้นำที่นี้ได้ ด้วยเหตุผลที่ว่าที่นี่ไม่เหมือนที่อื่น การจะเข้ามาทำอะไรนั้นทำได้ยาก จะต้องให้เขาเห็นดี ให้เขชาเข้าใจเพราะเป็นการเผยแผ่ธรรมมะให้กับผุ้มีปัญญา ท่านจึงตั้งธุดงค์กลับไปปฏิบัติรรมที่ถ้อพุข่าย จ.สุพรรณบรี แต่มีเหตุให้ต้นไม้ล้มขวางเส้นทางลบหายไปหมด ท่านจึงเดินย้อนมาอีกทางก็มาพบเขาถ้ำหมี จึงเปลี่ยนใจปฏิบัติธรรมที่เขาถ้ำหมี จ. สุพรรณบุรี และถ้ำกระเปาะ จ.ชุมพร อีกเป็นเวลา ๖ ปี โดยท่านได้ฝึกสิณที่เขาถ้ำหมีนั่นเอง
พ.ศ.๒๕๑๓ หลวงพ่อสนองเดินทางมาที่ถ้ำกะเปาะ พิจารณาแล้วว่าเป็นสถานที่เหมาะสำหรับการฝึกปฏิบติของพระสงฆ์มาก แต่มีไข้มาลาเรียชุกชุม ที่นี่หลวงพ่อได้มาฝึกสิณ น้ำ กสิณลม ส่วนกสิณไฟได้มาฝึกอีกครั้งจนเกิดดวงกสิณ การเผยแผ่ธรรมในช่วงนี้จะมีเพียงเล็กน้ยอ มีญาติโยมาฝึกสมาธิบ้าง ที่ถ้ำกะเปาะ พระที่ตามไปปฏิบัติธรรมกับท่านคือหลวงพ่อประทีป สมฺปุณฺโณ ต่อมาหลวงพ่อได้ต่างตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดต้นตาลโตน ต.ป่าแดด อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ท่านมรณภาพลงเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๔
ปี พ.ศ. ๒๕๑๖ หลวงพ่อสนองเดินทางกลับมาที่ถ้ำหมีอีกครั้งเพื่อมาโปรดญาติโยมและสร้างโรงเรียน มีญาติดโยมศรัทามาปฏิบัติเป็นประจำ ในวันหนึ่งท่านปีนขึ้นไปบนยอดเขาและได้ก้าวพลาดตกลงมา หลังกระแทกกับหินทำให้กระพูกที่หลังแตก จากนั้นเป็นต้นมาท่านจะปวดหลังตลอดเวลา ต่อมาภายหลัง หลังโยมมารดาถึงแก่กรรม (พงศ. ๒๕๓๒) ท่านจึงไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล ศิริราช กรุงเทพฯ
หลังจากฝึกกสินเป็นเวเลาทั้งหมด ๖ ปี ท่านจึงเดินทางกลับมาวัดสังฆทานอีกครั้งในปี พ.ศ. ๒๕๑๗ เพื่อจำพรรษาร่วมกับพระสงฆ์อีก ๕ ป ด้วยข้อวัตรปฏิปทาตามหลักธุดงค์กรรมฐานชาวบ้านบางคนตั้งข้อหาท่านว่าเป็นพระคอมมิวนิสต์ สภาพความเป็นอยู่จึงยากลำบาก ถูกข่มขู่ด้วยปืนและการปาระเบิด บิณฑบาตเกือบไม่ได้ เมื่อนำอาหารมาเทรวมกันก็มีจำนวนน้อยมาก พระสงฆ์ทุกรูปไม่ยอมตักอาหารใส่บาตร หลวงพ่อต้องเป็นผุ้ตักใส่บาตรให้ น้ำดื่มต้องตักจากบย่อเกามาต้มแนบ ไม่มีน้ำปานะ ไม่มีไฟฟ้า หลวงพ่อสนอง ใช้หลักการเผยแผ่ธรรมด้วยความสงบด้วยการปฎิบัติ ท่านเล่าว่ามีนิมิตเกิดขึ้น คือ หมีเดินเข้ามาหา ต่อมาหมีก็กลายเป็นหมู จากหมุ่ก็กลายเป็นเณรมานั่งตักท่าน ท่านเริ่มต้นด้วยการสร้างบุคลากรโดยมุ่งฝึกฝนพระสงฆ์ที่มาบวช พระสงฆ์ที่จะออกมาทำงานให้กับสังคมต้องเก็บตัวปฏิบัติก่อน จนกว่าจะมีธรรมะและสามารถนำธรรมะมาใช้ได้ จึงจะไห้ออกมาทำงาน
ในปีเดี่ยวกันนั้นได้เดินทางไปกราบ หลวงปุ่สงฆ์ พรหมสโร ณ วัดอาวุธวิกสิตาราม แขวงบางพลัด เขตบาลพลัด กรุงเทพฯ ปรารภถึงสถานที่ปฏิบัติธรรม พิจารณาเห็นว่าวัดร้างกลางสวนบริเวณ ต.บางไผ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี มีพระพทธรูปใหญ่เป็นพระปราน (องค์หลวงพ่อโต) มีความเป็นสัปปายะอันหาได้ยาก ทั้งบริเวณตั้งอยู่ใกล้เมืองหลวง จึงได้บูรณะปฎิสังขรณ์และขอพระราชทานวิสุคามสีมาตั้งเป็นวัดสังฆทาน เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๒...
ผลงานด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนาทั้งในประเทศและต่างประเทศของหลวงพ่อสนอง ดำเนินการไปในนามของมูลนิธิพุทธอเนกประสงค์ วัดสังฆทาน โดยเฉพาะรายการวิทยุ “ธรรมะสว่างใจ” และธรรมะก่อนนอทรา” มีผู้ติตามรับฟังเป็นจำนวนมาก
ต่อมาท่านจัดตั้งสถานีวิทยุสังฆทาน เพื่อใช้เป็นสื่อในการสร้างสติปัญญาทางธรรมให้กับสาธุชนให้ได้รับฟังะรรมะ ตลอดทั้งวันทั้งคืน โดยมีทั้งภาคภษาไทย คือ เอฟเอ็ม ๘๙.๒๕ เมกกะเฮิท และภาคภาษาอังกฤษ คลื่น เอฟ.เอ็ม. ๘๙.๗๕ เมกกะเฮิท ปัจจุบัน สถานีวิทยุสังฆทานธรรมยังได้ขยายเครือข่ายไปยังจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ หลวงพ่อสนอง เป็นผุ้มีความจริงจังต่องานการเผยแผ่หลักธรรมคำสอนของพระบรมศาสดาองค์สมเด็จ พระสัมมา สัมพุทธเจ้าท่านดำรงตำแน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดสังฆทาน เลขที่ ๑๐๐/๑ หมู่ที่ ๓ บ้านบางไผ่น้อย ต.บางไผ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี สำหรับวัดสังฆทานนี้ แยกสาขาออกไปเพื่อเผยแผ่ธรรมะตามจังหวัดต่างๆ ถึงกว่า ๓๘ แห่ง และตามถ้ำต่างๆ รวมแล้วประมาณ ๔๑-๔๓ แห่งทั่วประเทศ และในต่างประเทศอีก ๑ สาขา คือ วัดสันติวงศาราม เมืองเบอร์มิงแฮม ประเทศอังกฤษ
ชาวพุทธในต่างประเทศยอมรับในผลงานของท่าน โดยมาคิมหาโพธิแห่งอินเดียและองค์กรยุวพุทธสงฆ์โลก ถวายพระบรมสารีริกธาตุจากวัดมหินทะเลและวัดมหินทุ ประเทศศรีลังกา ประดิษฐาน ณ อุโบสถแว วัดสังฆทาน เป็นการถาวร ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ๒๕๔๘
หลวงพ่อสนอง ยังมีเมตตาธรรมสงเคราะห์พระภิกษุ สามเณร แม่ชีและฆราวาส ผุ้มีปัญหาด้านสุขภาพ จัดสร้างโรงพยาบาลแพทย์แผนไทย เพื่อรักษาผุ้ป่วยด้วยการแพทย์วิถีไทย โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น อีกทั้งยังสนับสนุนและส่งเสริมให้สาธุชนทั่วไปได้ใช้วัดเป้ฯสถานที่ในการศึกษาธรรม ฟังธรรม ปฏิบัติธรรม และให้โอกาสทุกท่นที่สนใจบวชเนกขัมมะที่วัดสังฆทานได้ทุกวัน และมีการปฏิบัติธรรมตลอดรุ่งทุกวันเสาร์และวันพระ
๒๕ สิหาคม ๒๕๕๕ นายบุญเลิศ โสภา ผอ. สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนนทบุรี กล่าวว่ เมื่อเวลาประมาณ ๒๒ นาฬิกา วัที่ ๒๔ ที่ผ่านมา ได้รับรายงานว่ พระอธิการสนอง กตปุญโญ หรือ “หลวงพ่อสนอง” เจ้าอาวาสวัดสังฆทาน อ.เมือง จ.นนทบุรี มรณภาพลงอย่างสงบด้วยโรคไต ในระหว่างที่กำลังจำพรรษาอยุ่ที่ศูนย์ปฏิบัติธรรม กตปุญโญ อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี สิริอายุรวม ๖๘ ปี พรรษา๔๘ ซึ่งทาคณะศิษยานุศิษย์ได้เคลื่อศฑหลวงพ่อสนองมาไว้ที่ศาลาทรงไทย วัดสังฆทาน เพื่อให้ศิษยานุศิษย์ได้สรงน้ำศพแล้ว ส่วนจะมีการตั้งศพไว้กี่วันนั้น ทางวัดจะมีการหารือกับคณะลูกศิษย์อีกครั้ง เนื่องจากหลวงพ่อมีลูกศิษย์จำนวนมาก จึงต้องมีการหารือเพื่อความชัดเจนก่อน
- tps://www.web-pra.com/amulet/ห...


