ปรุงวิถี แบบ Thailand.....

ปรุงวิถี แบบ Thailand ของเก่าที่นำมาเล่าขานต่อใหม่ เพื่อส่งต่อไปยังคนรุ่นหลัง ศิลปะของการใช้ชีวิตและดำรงชีพแบบพอเพียง ถือเป็นสิ่งที่หวังใจเอาไว้สืบต่อ...เพียงเชื่อมั่นในสิ่งที่เราทำ ก็จะทำให้เราเกิดพลังกาย พลังใจ ที่จะก้าวเดินต่อไป และพร้อมที่จะรับและแบ่งปันความสุขไปยังผู้คน ที่ก้าวเข้ามาในระหว่างเส้นทางเดินของชีวิตของเรา ด้วยความอบอุ่นใจ...ขอขอบคุณ G2K ที่ช่วยเก็บจดหมายเหตุชีวิตของเราเอาไว้บนพื้นที่แห่งนี้ด้วยนะครับ....

                                                      -หลังจากเก็บเกี่ยวข้าวในแปลงนาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ตามบันทึกนี้ คมเคียวเกี่ยวใจ ก็มาถึงขั้นตอนของการจัดการผลผลิตหลังการเก็บเกี่ยวแล้วล่ะครับ และสิ่งที่เรากำลังลุ้นกันอยู่นั่นก็คือปริมาณผลผลิตที่จะได้รับในปีนี้ว่าจะได้มากน้อยกว่าปีก่อนเท่าไหร่กันหนอ? เอาเป็นว่าพร้อมแล้วตามผมไปช่วยกันสืบสานวัฒนธรรมแบบพื้นบ้าน กับบันทึกนี้ "ปรุงวิถี แบบ Thailand"ไปพร้อมๆ กันได้แล้วคร้าบ!!!!!

1.เราได้ช่วยกัน"วาดวิถีแห่งท้องทุ่ง"กันเมื่อช่วงเย็นๆ ของวันศุกร์ ที่ 1 ธันวาคม 2560 ครับ งานนี้ได้เชิญชวนเพืี่อนบ้านเพียงไม่กี่คนมาช่วยกันครับ และผู้อ่านที่ได้ร่วมติดตามบันทึกของผมมาอย่างต่อเนื่องก็คงจะพอคุ้นหน้าคุ้นตากันดีกับ "ผู้ช่วยจ๊อก/พี่ธงชัย(เกษตรหมู่บ้าน)/ลุงวอน/พี่แดง/พี่ปรานอม/ป้าน้อย/และนายกอล์ฟ"ครับ...หลังจากเก็บฟ่อนข้าวขึ้นมาจากแปลงนาแล้ว ทีมงานบ้านไร่ก็เริ่มลงมือนวดข้าวด้วยวิธีแบบพื้นบ้านทันทีครับ...

2.สำหรับตัวผมและคนข้างกาย(มดตะนอย)ก็ได้ลงมือเรียนรู้ประสบการณ์ชีวิตไปพร้อมๆ กับทีมงานบ้านไร่ด้วยครับ ปีนี้ก็ก้าวเข้าสู่ปีที่ 4 แล้วสำหรับกิจกรรมการลงมือ"ทำนา"บนพื้นที่ประมาณ 1 งานเศษ ของครอบครัวเล็กๆ ของเราครับ...ซึ่งผลผลิตที่ได้นั้นก็เพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มตั้งแต่ปี 2557 ปีแรกเราได้ผลผลิต 13 ถัง ปีที่ 2 ได้ผลิต 15 ถัง ปีที่ 3 ได้ผลิต 19 ถัง และปีที่ 4 สรุปว่าได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 21 ถัง ครับ....ซึ่งปริมาณของผลผลิตที่เพิ่มขึ้นในทุกๆ ปีนี้เกิดจากการปรับปรุงบำรุงดินและได้พยามแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ครับ จากสภาพดินเสื่อมคุณภาพที่คนพรานกระต่ายรู้จักกันดีในชื่อว่า"ดินก้ามแป้ง"มาถึงวันนี้สภาพดินเริ่มดีขึ้นด้วยการไถกลบตอซัง/ใส่ปุ๋ยคอก/หว่านพืชปุ๋ยสด(ปอเทือง/ถั่วเขียว)/ปลูกพืชหมุนเวียน"แต่ทั้งนี้ก็ยังคงต้องมีการปรับปรุงบำรุงดินกันต่อไปอีก เพื่อจะได้เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดินให้มากที่สุดนั่นเองครับ...

3.เช้าของวันเสาร์ที่ 2 ธันวาคม 2560 ผมก็ได้นำเอาฟางข้าวที่ถูกนวดเอาเมล็ดข้าวเสร็จเรียบร้อยแล้วมา"ห่มดิน"ในบริเวณสวน"ป่าสามอย่างประโยชน์สี่อย่าง"ที่อยู่ในบริเวณหน้าบ้านครับ พื้นที่สวนป่าก็มีไม่มากนักเพราะว่าพื้นที่เรามีอย่างจำกัด ดังนั้นจึงต้องจัดสรรปันส่วนให้มีความเหมาะสมตามสภาพพื้นที่และที่สำคัญให้เหมาะสมกับ"กำลังกาย"ของตัวเราเองด้วยล่ะครับ 55555 

4.และปีนี้ก็ถือเป็นปีที่ 3 แล้วที่ตัวผมเองได้นำเอาฟางข้าวมาคลุมดินในสวนป่าแห่งนี้ครับ ซึ่งปีแรกที่เริ่มห่มดินได้เขียนเอาไว้ตามบันทึกนี้ครับ บ้าหอบฟาง และเท่าที่ได้เฝ้าสังเกตการเปลี่ยนแปลงของสภาพดินในสวนป่าพอจะทำให้ได้พิสูจน์ได้ว่าดินเริ่มมีความสมบูรณ์ขึ้น และมีการปลูกไม้ป่าคลุมดินให้มากขึ้นด้วยตามทฤษฎี"ป่า 5 ระดับ"ครับ...และที่สำคัญเรายังต้องช่วยสร้างความชุ่มชื้นให้ดินอีกแรงหนึ่งด้วยการทำ"ฝายแม้ว"เอาไว้ ซึ่งน้ำที่ได้ก็จะสูบจากสระน้ำเอามาเติม"ฝายแม้ว"ให้มีน้ำหล่อเลี้ยงสวนป่าของเรานั่นเองครับ...งานนี้หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจการคลุ่มดินแล้ว คนข้างกาย(มดตะนอย)ก็ขอลงมาตรวจสอบผลงานกันหน่อย ในฐานะ"นักวิชาการเกษตร"ประจำบ้านไร่ของเราคร้าบ 5555555555

5.และก็เช้าวันเดียวกันนี้(02/12/60)ผมก็ได้นัดกับ"พี่ธงชัย(เกษตรประจำหมู่บ้าน)"ที่มีรถไถนาขนาดใหญ่ มาช่วยไถกลบตอซังในนาด้วยล่ะครับ ทั้งนี้ก็เพราะว่าจะได้เตรียมพื้นที่เอาไว้สำหรับการ"ปลูกพืชหลังนา"ซึ่งปีนี้ตั้งใจเอาไว้ว่าจะปลูกพืชใหมีความหลากหลายขึ้น ประกอบด้วย"ฟักทอง/ถั่วเขียว/แตงกวา/ข้าวโพดข้าวเหนียว/ถั่วฝักยาว/ผักบุ้งจีน/ผักกาด/หัวผักกาด/คะน้า และพืชผักสวนครัวอื่นๆ ด้วย ดังนั้นจึงขอให้"พี่ธงชัย"ได้แบ่งพื้นที่ยกร่องเป็น 6 ส่วน เพื่อจัดสรรพื้นที่ในการเพาะปลูกพืชหลังนาในปีนี้ครับ...เอาเป็นว่ารอตามติดภารกิจและผลผลิตของเราได้ในบันทึกของผมในโอกาสต่อไปก็แล้วกันนะคร้าบ...

6.สิ่งหนึ่งที่ครอบครัวเล็กๆ ของเราได้ยึดถือและปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่องนั่นก็คือการสืบสานพิธีกรรมดี ดี ของทางบ้านเกิดเมืองนอน(เหนือ,ลำปาง,เถิน,บ้านสุขสวัสดิ์"ครับ โดยเรียกพิธีกรรมนี้ว่า"การลาลาน"ครับ ซึ่งเมื่อ 2 ปีก่อนผมเคยได้เขียนเรื่องราวเกี่ยวกับความเชื่อต่างๆ ของการ"ลาลาน"เอาไว้มในบันทึกนี้ครับ ลาลาน

7.ช่วงระหว่างพักผ่อน ดื่มน้ำคลายร้อนกันแล้ว ผมก็จะพาทุกท่านเดินชมสวนครัวและเก็บผลผลิตจากสวนไปทำเมนูคลายร้อนกันสักหน่อยก็แล้วกันนะครับ...หลังจากปีก่อนผมได้"ต้นพันธุ์หม่อน"มากจากบ้านเพื่อน ที่จังหวัดเชียงใหม่ ตามบันทึกนี้ครับ Farm ฮัก ของ"ภูมินทร์" มาถึงปีนี้เราเริ่มเก็บผลผลิตได้แล้ว อาจจะมีไม่มากนักแต่ก็พอที่จะได้ลิ้มลอง"มัลเบอร์รี่"ที่หวานฉ่ำจากไร่ของเราแล้วล่ะครับ...นอกจากนี้ยังมี"ฟักข้าว"ที่กำลังสุก แม้ว่าจะมีไม่มากแต่ก็พอที่จะช่วยหล่อเลี้ยงชีพเราได้อย่างสบายเลยล่ะครับ...ว่าแต่จะนำผลไม้ไปทำเมนูอะไรนั้น คงต้องตามไปชมกันต่อครับ...

8.เมื่อได้เวลาแล้ว เราก็ได้นำเอาผลผลิตมาปรุงเป็นเมนูอร่อยๆ แล้วล่ะครับ..สำหรับเมนูที่ทำในวันนี้ก็คือ"ยำไก่"อาหารพื้นบ้านล้านนา ที่ได้ลิ้มลองคราวใดแล้วก็ได้รำลึกถึงความหลังครั้งเก่าก่อนได้เป็นอย่างดีเลยล่ะครับ...และผลไม้ที่เราเก็บมาในวันนี้ก็ได้จัดเป็นเมนูอร่อยๆ แบบเย็นฉ่ำ กับ"ฟักข้าวและมัลเบอร์รี่ปั่น"นั่นเองคร้าบ 5555

9.และนี่ก็คือกิจกรรมดี ดี ก่อเกิดขึ้น บนพื้นที่ไม่มากนัก ที่อาศัยอยู่ในชุมชนเล็ก ๆ แห่งนี้ครับ การสานต่อและสืบทอดประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามเช่นนี้ ถือเป็นความตั้งใจที่เราพยายามจะทอดต่อจากบรรพบุรุษของเราครับ..การดำรงชีพแบบนี้มิได้ก่อเกิดขึ้นใหม่หากแต่มันเป็นการนำเอาวิถีแบบดั้งเดิมที่คนเก่าก่อนได้สอนบอกเอาไว้มาปรุงแต่งให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันครับ การก้าวเดินมิจำเป็นต้องก้าวกระโดดขอเพียงเราค่อยๆ ก้าวไปทีละก้าว แบบ"เดินทีละก้าว กินข้าวทีละคำ"แล้วละก็ผมเชื่อว่าเราก็จะได้พบกับ"ความสุข"ซึ่งครอบครัวเล็ก ๆ ของเราได้รับและพร้อมที่จะแบ่งปันไปยังผู้คนที่ก้าวผ่านเข้ามา ณ ที่แห่งนี้ เพราะที่นี่ Hi Hug House "บ้านฉันก็บ้านเธอ"ครับ....

สำหรับวันนี้......

                                                                                             สวัสดีครับ

                                                                                          เพชรน้ำหนึ่ง+มดตะนอย

                                                                                               08/12/2560

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เกษตรบ้านพราน



ความเห็น (10)

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณเพชร น้ำหนึ่ง..อยากจะบอกว่า.."มีความสุขค่ะที่ได้เป็นผู้อ่านบันทึกของคุณเพชรค่ะ.."

เขียนเมื่อ 

อ่านบันทึกของคุณเพชรน้ำหนึ่งแล้วมีความสุขที่ได้มองภาพประกอบจนเพลินตาเพลินใจ. อยากทำได้บ้างจัง

เขียนเมื่อ 

หวัดดีน้องเพชร น้องมดที่รัก

เมืองชากังราว หนาวหรือยังจ๊ะ

เห็นข้าวใหม่ นึกถึง " ข้าวเม่า" นะ

สมัยพี่มะเดื่อยังเป็นเด็กน้อย

พอเกี่ยวข้าวใหม่แบบนี้  คุณตา คุณยาย

ก็จะชวนชาวบ้านมา " ตำข้าวเม่า" ในยามค่ำคืน

สนุกสนาน และอิ่มอร่อยด้วย เดี๋ยวนี้...

ไม่เห็นแล้วจ้ะ

เขียนเมื่อ 

นักวิจัยได้เลยนะเนี่ย  เก็บข้อมูลเป็นระยะ


ยินดีด้วยคร้า  อยากกินยำไก่  อิ อิ  มัลเบอรรี่ปั่น  น่าสนใจ  เดี๋ยวว่าง ๆ ทำมั่งอ่ะ

ทำนาเอง ปลูกพืชเอง ดูมีความสุข

ดูดินดีด้วยนะคะ

เป็นเกษตรกรมืออาชีพ ลองทำเอง สุดยอดเลยค่ะ

ต่อไปครอบครัวน้องเพชรจะเป็นครอบครัวตัวอย่างของประเทศแน่นอน

-สวัสดีครับยายธี

-ยินดีที่ได้เขียนเรื่องราวและฝากแบ่งปันจังหวะการก้าวเดินของชีวิตไว้ที่นี่ครับ

-ด้วยความระลึกถึงยายนะครับ

-รอต้อนรับยายครับ..

-สวัสดีครับคุณแม่มด

-การเรียนรู้เกิดขึ้นได้ในทุกๆ ที่ครับ

-ขอเป็นกำลังใจให้

-เพียงเราได้ฝันเราก็สามารถเดินตามฝันได้ครับ

-ขอบคุณที่มาเยี่ยมและให้กำลังใจบันทึกนี้ด้วยนะครับ

-สวัสดีครับพี่ครูมะเดื่อ

-ยินดีที่บันทึกนี้ทำให้พี่ครูได้รำลึกถึงความหลังนะครับ

-ด้วยความคิดถึงครอบครัวของพี่ครูอยู่เสมอครับ

-ขอบคุณสำหรับพลังใจที่่มอบให้กันเสมอมานะครับ

-สวัสดีครับพี่หมอธิ

-ไม่ถึงขั้นนักวิจัยตามหลักวิชาการนะครับ

-ขอเป็นนักปฏิบัติและนักเก็บข้อมูลมาเล่าสู่กันอ่านก็แล้วกันนะครับ

-อย่าลืมเอารูปมาอวดด้วยนะครับ "น้ำปั่นมัลเบอร์รี่"

-สวัสดีครบพี่หมอแก้ว อุบล...

-เป็นกิจกรรมที่ตั้งใจเอาไว้ว่าจะทำแบบนี้ในทุกๆ ปีน่ะครับ

-ถือเป็นการผ่อนคลาย ตามที่ผมมักบอกเอาไว้อยู่เสมอว่า"เกษตรกรรมบำบัด"

-ขอบคุณพี่หมอที่ตามมาอ่านบันทึกและให้กำลังใจกับครอบครัวเล็กๆ ของเราด้วยนะครับ