เพื่อนคนหนึ่งของแม่ดาว มีปัญหามาปรึกษา บอกว่า ระยะหลัง ๆ มานี้เงินที่วางไว้มักหายไป ซึ่งปกติไม่เคยหายมาก่อน เขาสงสัยว่าลูกของเขาจะเอาเงินไปเติมเงินในเกมฮิตเกมหนึ่ง เพราะเห็นบ่น ๆ ว่าอยากจะเติมเพื่อซื้อตัวผู้เล่นในเกมเจ๋งๆ มาสู้กับเพื่อนๆ
สิ่งที่แม่ดาวถามกลับคือ เคยเห็นกับตาเลยไหมมาลูกหยิบไป หรือมีเหตุอะไรที่เป็นพิรุธหรือไม่ เพื่อนเล่าว่าก็ถามตรง ๆ ว่า "ลูกได้หยิบเงินแม่ไปไหม" ลูกก็ตอบว่าไม่ ก็เลยเล่า ๆ ออกแนวขู่ให้กลัวเรื่องตำรวจ ประมาณว่าหากขโมย ไม่ยอมรับ ก็จะต้องถูกจับส่งตำรวจทำนองนี้
ครั้งนั้นลูกจึงยอมสารภาพ บอกเอาไปจริง แม่เข้าใจว่าลูกเอาเงินไปเติมในเกม เพราะอยากจะได้ตัวเจ๋งๆ มาเล่น ก็เลยพูดบ่นปนสอนไปพักใหญ่ และหนนี้ก็หายอีก
อย่าด่วนตัดสินพิพากษา คือคำสรุปสั้น ๆ จากที่แม่ดาวได้พูดคุยกับเพื่อน วางไว้แล้วหาย ควรทำอย่างไรดีที่จะไม่หาย เราเองก็มีส่วนเปิดโอกาสให้ใครสักคนกระทำผิด ถามเพื่อให้ย้อนทบทวน หลัง ๆ ลูกมีพฤติกรรมใดเปลี่ยนไปไหม พอเล่าให้ฟังเช่นนี้ด้วยตัวแม่ดาวเองก็ใกล้ชิดเด็ก ก็พอรู้สึกว่าเหมือนเขาไม่ร่าเริงเหมือนปกติ(คิดในใจยังไม่บอกไป) เพื่อนเล่าว่า มักเหม่อลอยบ่อยครั้ง พ่อชวนเล่นปกติจะดีใจเข้ามาเล่น เมื่อวานชวนก็ไม่เล่นแล้วดูซิมๆ เซ็งๆ +++อย่างที่บอกนะคะว่าด้วยความเป็นคนมีสาระ...สาระแนเรื่องชาวบ้าน![]()
จึงทำการหาข้อมูลแวดล้อมจากคนใกล้ชิดเด็ก เพื่อนที่เล่นด้วยกัน คือลูกแม่ดาวเอง ลูกก็เล่าให้ฟังว่า ดิน(นามสมมุต)เล่าให้ฟังว่า เพื่อนมาขอให้เติมเงินในเกมให้ 650 บาท ซึ่งเป็นจำนวนเงินตรงกับที่หายไปเป๊ะ ถามลูกว่าแล้วเพื่อนเลาให้ฟังไหม ว่าเขามาขอดี ๆ หรือว่าอย่างไร ลูกก็ว่าไม่ได้เล่า ที่ต้องถามต่อเพราะปกติ น้องดินนั้นเป็นคนไม่ให้ของหรือเงินใครง่าย ๆ (แม่ใช้คำว่า "งก")
ได้ข้อมูลนี้มา กลับมาคุยกับเพื่อนอีกที มีอะไรผิดปกติอีกไหม เช่นมีฟกช้ำ แผลไหม หลัง ๆ มานี้ พอถามเช่นนี้ เพื่อนระลึกได้ว่าก็มีเหมือนรอยหยิกที่ต้นแขนด้านใน เรื่องนี้นักสืบดาวผู้มีสาระมีความมั่นใจในระดับสูงว่า นี้ไม่ใช่การขอแบบดี ๆ แน่ ๆ
เมื่อมีโอกาสได้คุยกับเด็ก 2 คน จึงชวนคุยไปเรื่อย ๆ ก่อน ถามกว้างๆ เป็นอย่างไรบ้างขึ้นป.5 มานี้ สนุกไหม ยังมีปัญหาเพื่อนแกล้งอีกหรือเปล่า คำตอบคือ ก็พอมีครับ เราชวนคุยกันไปเรื่อยจนโยงเข้าเรื่องเกม ถามเขาตรง ๆ ด้วยความห่วงใย ว่าแม่เล่าให้ฟังว่าดินเอาเงินแม่ไปเติมเงินให้เพื่อนโดยไม่ขอ ที่แม่เล่าเพราะเป็นห่วงกลัวดินจะถูกรังแกจากเพื่อนไหม ดินก้มหน้าไม่ตอบ เม้มปาก ท่าทางอึดอัดคับข้องใจมาก
แม่ดาวสัมผัสตัวเขา โอบไหล่ ดินครับมองน้าดาว นี่น้าดาวใช่ไหม(เรามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันค่ะ) ไม่มีใครจับใครส่งตำรวจไม่ว่าดินหรือเพื่อนดินก็เถอะ น้าดาวอยากรู้ เพราะเห็นว่าหลังๆ ดินแปลกๆไป เล่นก็มีเหม่อ ซึมๆ ไม่ร่าเริงเหมือนก่อน หากดินถูกเพื่อนขู่หรือทำร้าย ไม่ใช่แค่ดินที่ควรได้รับการช่วยเหลือ แต่หมายถึงเพื่อนของดินด้วย ไม่มีใครอยากเป็นคนร้ายๆ อยากเป็นเด็กไม่ดี เขาแค่่ไม่รู้วิธีที่จะเป็นเด็กดีได้อย่างไร หากดินยังไม่สบายใจ ไม่เชื่อใจน้าดาว ก็ไม่เป็นไรครับ ที่ถามเพราะเป็นห่วงจริง ๆ แม่เองก็เป็นห่วงมาก
นี่ไม่ใช่คำพูดที่จำมาจากตำราจิตวิทยามาพูดพล่อยๆ เพราะแค่อยากรู้ความจริงเฉยๆ แต่พูดด้วยจิตที่รักห่วงใยและหวังดีอย่างจริงใจต่อเด็กทั้ง 2 ฝ่าย แม่ดาวเชื่อพลังความรู้สึกเช่นนี้ค่ะ ว่าเด็กจะรับรู้ได้ว่าเรารู้สึกกับเขาอย่างไร และดินเล่าให้ฟังว่า เพื่อนมาขอให้เติมให้ ถ้าไม่ให้จะต่อย เราคุยกันอีกยาว สอนเทคนิคการเอาตัวรอด การป้องกันตัว
โดยใช้เหตุการณ์สมมุติ แมด่าวทำให้เขาดูก่อน โดยแม่ดาวเป็นคนถูกขอเงิน ส่วนดินให้เป็นคนมาขอเงินแล้วขู่ทำร้าย จากนั้นก็สลับกัน ในการแสดงบทบาทสมมุตนั้น แม่ดาวใช้อารมณ์ขันผสมเข้าไปในบางจังหวะ เพื่อไม่ให้เครียดเกินไป เดี๋ยวใจปิด ใจเปิด ก็สมองเปิด
หลังจากการคุยกัน มหัศจรรย์ทันตาเห็น ความร่าเริง ประกายตาที่สดใสกลับมาอีกครั้ง อย่างไม่น่าเชื่อ (อะไรจะเร็วขนาดนั้น) แม่ดาวพอเขาใจ นึกถึงคำว่า "ยกภูเขาออกจากอก" คงรู้สึกทุกข์มากไหนจะเสียเงิน เสียใจ เสียความรู้สึก รู้สึกผิดต่อแม่อีก เหมือนน้ำท่วมปาก พูดไม่ออก บอกไม่ถูก จัดการเองก็ไม่ได้ และเป็นคนรักเพื่อนมากอีกด้วย
เรื่องราวหลังจากนั้น คือเล่าให้แม่เขาฟัง ให้แนวทางและปล่อยให้เป็นหน้าที่ของแม่เขาดำเนินการต่อไป
โรงเรียนลูกเพื่อนแม่ดาวคนนี้ เป็นโรงเรียนที่คล้ายว่าครูไม่ค่อยเอาใจใส่นักเท่าไหร่ ฟังจากเพื่อนเล่า เคยมีผู้ปกครองไปต่อยครูด้วย ไม่ใช่แค่โรงเรียนนี้ โรงเรียนลูกแม่ดาวก็มีค่ะ แต่ลูกแม่ดาวไม่โดนเขาก็เล่าให้ฟัง ว่าเพื่อนเขาโดนประมาณนี้เลย เพียงแต่ไม่เอาเงิน แต่เอาการ์ด(ของเล่น) ถ้าไม่ให้ก็จะเอาเพื่อนมารุม มีคนโดนหลายรายด้วย
เมื่อแม่ดาวมีจังหวะ ด้วยความเป็นคนมีสาระเช่นเคย ก็นำไปเล่าให้ครูประจำชั้นฟัง บอกถึงความห่วงใย ไม่ใช่เพื่อลูกเราคนเดียว แต่เพื่อเด็ก ๆ ทุกคน ทั้งผู้ถูกกระทำและผู้กระทำ ครูเล่าว่าสงสัยจะแก็งเดิมค่ะ
แสดงว่าทำมาหลายครั้ง ทำโทษแล้ว แต่ยังทำ แบบนี้ควรทบทวนวิธีการเนาะและสาเหตุของปัญหาที่แท้จริง
ส่วนใหญ่เรามักมุ่งจัดการผลที่เกิด มากกว่าไปจัดการที่สาเหตุที่แท้จริง การทำโทษ หมายถึงอะไรในความหมายของผู้ใหญ่ส่วนใหญ๋ "การทำให้เด็กเข็ด กลัว จะได้หลาบจำ สำนึก"หรือเปล่า เห็นมาเท่าไหร่ที่ทั้ง "ตี ด่าทอ ไล่ออก " ไม่ได้ช่วยเด็กให้สำนึก หลาบจำได้จริง หนำซ้ำบางร้ายจะยิ่งทวีความร้ายมากยิ่งขึ้น
ในฐานะผู้ใหญ่ผู้มีสมองส่วนหน้าที่ควรจะพัฒนาได้สมบูรณ์กว่าเด็ก ๆ
? เราควรทบทวนตัวเองกันนะคะ เราจะแก้ปัญหาเหล่านี้อย่างไร (ทำหน้าที่ของตัวเอง) มาเฟียเด็ก อนาคตก็อาจเป็นอาชญากรเด็ก หากเราไม่ใส่ใจ ที่จะช่วยเหลือพวกเขาจริง ๆ ไม่มีใครอยากเลวร้าย ขอโอกาสให้พวกเขา ขอความรักและความรู้ให้พวกเขา เติมอาหารใจ รดน้ำเมล็ดพันธ์ที่ดีงามที่มีอยู่แล้วในใจพวกเขาให้เติบโต แข็งแรง ออกดอกงดงามกันเถอะคะ
ด้วยรักและห่วงใย ต้องขออภัยเด็กที่เลือกใช้คำว่า มาเฟีย อันที่จริงก็แค่การใช้คำเพื่อกระแทกจิตสำนึกผู้ใหญ่ก็เท่านั้น เด็กก็คือเด็ก ทำผิดก็เพราะไม่รู้หรือหลงผิด