KM โรงเรียนเพลินพัฒนา (6) ครูผู้เรียนรู้


ตอนที่ ๑ (๒๕ มีนาคม ๒๕๕๙)    ตอนที่ ๒ (๒๕ มีนาคม ๒๕๕๙)    ตอนที่     ตอนที่   ตอนที่  

ต่อไปนี้เป็นการสะท้อนคิดรวบยอดของผมจากการไปร่วม KM ครั้งที่ ๑๒ ของโรงเรียนเพลินพัฒนา

ผมคิดว่าโรงเรียนเพลินพัฒนาแผนกประถมได้สร้าง learning platform ให้แก่ครู     จากการทำงานประจำของตัว ครูเอง    learning platform นี้มีคนตั้งชื่อว่า PLC – Professional Learning Community    ซึ่งที่จริงกิจกรรมและชื่อน่าจะใช้ กับอาชีพอื่นๆ ได้ด้วย   

learning platform นี้ต้องบูรณาการอยู่ในชีวิตและเวลาปฏิบัติงานของครู    รวมทั้งผู้บริหาร (ในกรณีนี้คือครูปาด และครูใหม่) ต้องเป็นพี่เลี้ยงและเข้าร่วมวง 

เมื่อ PLC บูรณาการเข้าไปในชีวิตการทำงานตามปกติของครู    และดำเนินการอย่างมีพลัง ครูจะมีความเป็น ผู้เรียนรู้” (Learning Person) เกิดขึ้น    เป็นคุณต่อชีวิตของบุคคลผู้นั้นไปตลอดชีวิต    เพราะคนที่มีทักษะและฉันทะ ในการเรียนรู้ จะสามารถพัฒนาตนจากการทำงานและการดำรงชีวิตได้เรื่อยไปไม่มีที่สิ้นสุด 

จุดอ่อนที่สำคัญอย่างหนึ่งของการศึกษาไทย และของประเทศส่วนใหญในโลกที่ระบบการศึกษาอ่อนแอ ก็เพราะครูตั้งตนเป็น “ผู้รู้” ไม่เป็น “ผู้เรียนรู้”    ไม่มีทักษะและฉันทะในการทำให้การทำงานเป็นการเรียนรู้    ครูจึงเรียนรู้น้อยจากชั้นเรียนของตน

โรงเรียนเพลินพัฒนาได้ใช้ห้องเรียนให้เป็น “ห้องเรียนรู้ยกกำลังสาม     คือเกิดการเรียนรู้ของนักเรียน  ของครู  และของผู้บริหาร    หรือจริงๆ แล้วน่าจะเป็น ห้องเรียนรู้ยกกำลังสี่” ด้วยซ้ำ    คือเพิ่มการเรียนรู้ของพ่อแม่เข้าไปด้วย

ครูผู้เรียนรู้จะเกิดขึ้นได้ต้องเริ่มจาก สัมมาทิฐิ ว่าด้วยการเรียนรู้    ที่ภาษาอังกฤษใช้คำว่า Learning Sciences (1)    ว่า การเรียนรู้ไม่ได้เกิดจากการรับถ่ายทอดความรู้สำเร็จรูปเป็นก้อนๆ    แต่เกิดจากการสร้างความรู้ขึ้นเองภายในสมอง และภายในร่างกายของตนเอง    โดยครูต้องทำหน้าที่ เอื้ออำนวย” (facilitate) กระบวนการนั้นแก่ศิษย์    โดยการออกแบบ กิจกรรมหรืองานให้ศิษย์ทำร่วมกัน    ตามด้วยการไตร่ตรองสะท้อนคิดร่วมกันว่าข้อเรียนรู้จากการลงมือทำกิจกรรมชิ้นนั้น สรุปเป็นหลักการหรือทฤษฎี (abstraction) ได้อย่างไร  

สัมมาทิฐิว่าด้วยการเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ ๒๑ จึงเริ่มต้นด้วยรูปธรรม (คือการปฏิบัติ)  เพื่อการเรียนรู้นามธรรม (abstraction) คือทฤษฎี    ต่างจากความเคยชินของพวกเรา ที่ผ่านการเรียนแบบครูบอกทฤษฎี  แล้วให้ศิษย์เอาความรู้ไป ฝึกปฏิบัติ โดยทำแบบฝึกหัดหรือฝึกงาน    การเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ ๒๑  จึงสวนทางกับการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๐ และก่อนหน้านั้น  

หน้าที่ของครูแห่งศตวรรษที่ ๒๑ จึงแตกต่างจากครูในศตวรรษที่ ๒๐    และเนื่องจากวงการผลิตครูของไทย ยังไม่เปลี่ยน    โรงเรียนที่ทันสมัยอย่างเพลินพัฒนาและโรงเรียนอื่นๆ อีกสองสามร้อยโรงเรียนของประเทศไทย จึงต้องฝึกครู ให้มีเปลี่ยน mindset ว่าด้วยการเรียนรู้    และฝึก skills ชุดใหม่    ด้วยกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติหน้าที่ครู   หรือ KM ครู    ซึ่งโรงเรียนเพลินดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องกว่าสิบปี    ยิ่งนับวันก็ยิ่งค้นพบวิธีการที่ทรงพลัง น่าชื่นชมยิ่งนัก  

ผมมีบุญ ได้รับเชิญเข้าร่วมกิจกรรมทุกปี    จึงได้ร่วมเรียนรู้วิธีการสร้างครูยุคใหม่ของโรงเรียนเพลินพัฒนา     และได้เสนอแนะต่อที่ประชุมว่า    ควรดำเนินการเขียนหนังสือออกเผยแพร่    เพื่อช่วยเร่งการเปลี่ยนแปลง mindset ด้านทักษะและหน้าที่ครู และผู้บริหารสถานศึกษา    อันเป็นพื้นฐานสำคัญของคุณภาพพลเมืองไทย    ที่จะเป็นกำลัง สำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ ประเทศไทย ๔.๐    ซึ่งทักษะสำคัญของพลเมืองในยุคนี้คือทักษะเชิงซ้อน    ไม่ใช่ทักษะตื้นๆ แบบชั้นเดียว 

การจัดการเรียนรู้ตามแนวของโรงเรียนเพลินพัฒนาแผนกประถม    ตามที่เล่าแล้ว    เป็นการปูพื้นฐาน ทักษะเชิงซ้อนดังกล่าว

วิจารณ์ พานิช

๑๖ พ.ย. ๖๐


 

 

หมายเลขบันทึก: 642639เขียนเมื่อ 29 พฤศจิกายน 2017 22:56 น. ()แก้ไขเมื่อ 29 พฤศจิกายน 2017 23:02 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (1)

เติมพลังทางจิตวิญญาณของความเป็นครูทุกครั้ง ในแนวทางของอาจารย์

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี