ไม่มีใครบอกได้ว่ากี่ปีแล้วที่ชายคนนี้ยึดศาลาปากซอยเป็นบ้าน

เช้ามืดเห็นเขานอนขดกอดผ้าห่มผืนขาด เมื่อก่อนมันคงมีสีสันที่ปัจจุบันกลายเป็นสีดำ

กลมกลืนกับผิวขมุกขมอม ผมเผ้ายาวรุงรังพันยุ่งเหยิงกับหนวดเครายาวเฟิ้ม

อีกด้านหนึ่งของศาลา ที่นั่งพักริมทาง มีขวดน้ำใส ดูสะอาด ขัดกับเจ้าของมันยิ่งนัก

    มีใครรู้บ้างมั๊ย ว่าเขากินอยู่อย่างไร

   ผู้คนผ่านมา ผ่านไป เห็นเขานั่งหน้าเหงาคางพาดพนักม้านั่ง เห็นเขานอนถอดเสื้อในวันอากาศร้อน เห็นเขานอนห่มผ้าผืนขาดดำบางในคืนอันเหน็บหนาว เห็นเขาถอยรุ่นไปอยู่ด้านในเพื่อหลบฝนในวันพายุกระหน่ำ

   พวกเราตื่นเช้า ไปทำงาน เขานอนหลับไหล ไม่สนใจใครๆ หรือกลับกันไม่มีใครสนใจเขาเช่นเดียวกัน

   เป็นสิ่งปกติธรรมดาของชีวิตผู้คนในซอยนี้ เช้ามีพระเดินบิณฑบาตร เด็กวัดเข็ญรถอาหารนำหน้า ชายผู้ยึดครองศาลานั่งเหม่อมอง สายตาเรียบเฉย เช่นเดียวกับในค่ำคืนดึกดื่น เขานอนโดยไม่สนใจกับเสียงรถแข่งของเด็กวัยรุ่นที่ไม่กลัวความตาย หรือไม่สนใจแม้กระทั่งใครจะเป็นคนดีคนร้าย เป็นโจรขโมยที่ผ่านไปมาในแต่ละวันแต่ละคืน

   หรือไม่มีใครสนใจเขาแล้วจริงๆ ว่าเขามาจากไหน เขาเป็นอยู่อย่างไรและเขาจะไปต่ออย่างไรในชีวิตนี้

   ทุกคนคงคิดว่าเขาเป็นคนบ้าคนหนึ่งเท่านั้นเอง

   จะมีใครบ้างไหมที่คิดว่าเขาเป็นคนที่มีความสุข สุขด้วยเหตุผลแห่งการไม่มีอะไรยึดติด สุขที่ไม่มีใครมายึดติด สุขที่ไม่มีอะไรเลย

   จริงหรือ...

   ชายผู้ยึดครองศาลาริมทางปากซอย

............................

   

  

   

ขอบคุณภาพจาก google