GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

คนตาบอดและวิชาความคุ้นเคยฯ #1

คนตาบอดก็ยังไม่ได้รับการยอมรับว่าเขาก็เป็นมนุษย์ ที่สามารถเรียนรู้สิ่ง ต่าง ๆ ได้เช่นเดียวกับบุคคลทั่วไป

     เอกสารที่ผมได้รับมาจาก ลุงช่วง  เรืองจันทร์ นายกสมาคมคนตาบอดจังหวัดพัทลุง เป็นประวัติโดยสังเขปการศึกษาของคนตาบอดและวิชาความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมและการเคลื่อนไหว (ORIENTATION & MOBILITY) ซึ่งเล่าไว้โดย คุณแฉล้ม  แย้มเอี่ยม โทรศัพท์  0-2895-4383, 0-1812-4790 และส่วนหนึ่งผมก็ได้นำไปสำเนาเพื่อเผยแพร่ต่อ รวมถึงการนำมาบอกต่อ ด้วยเพราะลุงช่วงฯ อยากให้ทุกคนได้เข้าใจคนพิการตาบอด ที่ลุงเล่าว่า ไม่เหมือนคนที่ไม่มีขา ไม่มีแขน ที่ยังไปไหนมาไหนได้ง่าย หากไม่พิการซ้ำซ้อน คนตาบอด จะไปไหนไม่ได้เลย หากไม่ได้ฝึกทักษะการใช้ชีวิต และการใช้ไม่เท้าขาว รายละเอียดมีคังนี้นะครับ

ตอนที่ 1
     ในสมัยโบราณเด็กตาบอดนับว่าโชคร้ายมาก  เพราะถ้าไม่ถูกฆ่าตายตั้งแต่แรกเกิดอย่างในประเทศกรีก  และประเทศโรมัน  ก็จะถูกขายไปเป็นทาส  หรือเป็นโสเภณี  จะมียกเว้นบ้างสำหรับคนตาบอด  ที่มีบุคลิกภาพดี  เข้มแข็ง  กล้าแสดงออก  มีความคิดสร้างสรรค์และมีความสามารถพิเศษ  ซึ่งจะได้รับการยกย่องและยอมรับนับถือมาก  ในฐานะผู้วิเศษ  ผู้ทำนายโชคชะตา  หรือกวี  อย่างไรก็ตามคนตาบอดก็ยังไม่ได้รับการยอมรับว่าเขาก็เป็นมนุษย์  ที่สามารถเรียนรู้สิ่ง ต่าง ๆ ได้เช่นเดียวกับบุคคลทั่วไป

     ในยุคกลาง  คนตาบอดในยุโรปจะถูกผลักไสให้ไปอยู่รวมกันในบ้านสงเคราะห์  โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายหลังสงครามครูเซคส์  มีทหารฝรั่งเศสจำนวนมากที่กลายเป็นคนตาบอด  เนื่องจากได้รับเชื้อโรคจากประเทศที่ถูกส่งไปประจำการ  ด้วยเหตุนี้พระเจ้าหลุยส์ที่  9  จึงตัดสินใจสร้างสถานสงเคราะห์ของรัฐสำหรับคนตาบอดขึ้นเป็นแห่งแรก  ในปี  1329  อังกฤษเจริญรอยตาม  โดยสร้างสถานสงเคราะห์เพื่อให้เป็นที่อาศัยของทหารซึ่งตาบอดจากสงครามครูเซคส์เช่นเดียวกัน     แต่คนตาบอดก็ยังไม่ได้รับการเหลียงแลและช่วยเหลือแต่อย่างใด  จนถึงศตวรรษที่  18  คนตาบอดส่วนมากก็ยังเป็นขอทานอยู่

     พวกเขาจะเร่ร่อนไปตามถนนจากหมู่บ้านหนึ่งไปยังอีกหมู่บ้านหนึ่ง  บางกลุ่มจะขอทานอยู่ในโบสถ์  บางคนโชคดีจะมีคหบดีผู้สูงอายุในเมืองแบ่งที่ว่างในชุมชนให้เป็นโรงทาน  ซึ่งอย่างน้อยจะทำให้คนตาบอดมีขนมปัง  และสตางค์  พอที่จะประทังชีวิตและอยู่รอดต่อไปได้  แต่มีคนบางกลุ่มไม่เห็นด้วย  และแสดงความคิดเห็นว่า  แท้ที่จริงแล้วการให้ที่พักอาศัยดังกล่างเป็นวิธีกักกันคนตาบอดมิให้ออกสู่โลกภายนอกมากกว่า  แทนที่จะคิดช่วยเหลือเพื่อให้พวกเขามีโอกาสที่จะพัฒนาความสามารถของตนเอง

     ตอนที่ 2 จะได้กล่าวถึงประเด็นของการเริ่มมีโรงเรียนสอนคนตาบอด

[ตอนที่ 1]  [ตอนที่ 2]  [ตอนที่ 3]  [ตอนที่ 4]

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 6348
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 1
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น(1)

พี่หนิงเคยไปร่วม ประชุมวิชาการ วิทยากรครูฝึกO&M แต่พิเศษกว่าคือท่านเป็นคนตาบอดค่ะ ตาบอดเมื่อายุ 16 ปี ประทับใจมากเลยค่ะ ขนาดเราตาดี เรายังฝึกให้คนตาบอดยาก