ทำธุรกิจมา 5 ปีแล้ว วันนี้ได้บทเรียนทางธุรกิจเพิ่มเติมค่ะ

1. หากมีอำนาจแล้ว ไม่รู้จักใช้อำนาจจะเป็นภัยมหาศาลแก่สังคม

เช่น นักการเมืองท้องถิ่นที่วางแผนนโยบายทางธุรกิจที่เข้าใจว่าตัวเอง "เข้าใจ" แต่ "ไม่เข้าใจ" เข้าหลักธุรกิจที่เป็นอยู่ ก็เลยดูเหมือนว่านโยบายที่สร้างมาใหม่นี้จะเอื้อให้เกิดประโยชน์แก่พวกเขา

การแก้ไข: หากไม่สามารถปรับธุรกิจให้เข้ากับนโยบายของพวกเขาได้ ก็ต้องเข้าไปมีอำนาจเสียเอง (เพื่อแก้ไขให้ถูกต้องด้วยความเข้าใจ)

2. ในวงการธุรกิจ  บางคนมักให้ข้อมูลบิดเบือน เพื่อรักษาประโยชน์ส่วนตน

เช่น ผู้รับเหมาบางคนก็ให้ข้อมูลหุ้นส่วนแต่ละคนไม่เหมือนกัน ประมาณว่าอาจได้ประโยชน์จากความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้น จากความเข้าใจผิดกัน

การแก้ไข : หุ้นส่วนทุกคนควรพูดจาแลกเปลี่ยนข้อมูลกันอยู่เนืองๆ  

3. การไว้วางใจกันเป็นเรื่องสำคัญในธุรกิจ แต่การหลงเชื่อใจนำไปสู่ความเสียหาย

เช่น มีคนเข้ามาเสนองาน เราเห็นเขาลำบาก จึงช่วยเหลือโดยซื้อสินค้าของเขา เขาอาจร้องขอความสงสารกับหลายๆคนด้วย จึงใช้ช่องทางนี้หาประโยชน์และข้อแก้ตัว

การแก้ไข: ต้องไตร่ตรองด้วยเหตุผล อย่าใช้แค่ความรู้สึก  

เรื่องธุรกิจจงคิดข้อดีข้อเสียเป็นรูปแบบของจริยธรรมว่าเป็นสัมมาอาชีพหรือไม่ จากนั้นพิจารณาว่าได้เงินและเสียเงินเท่าใดจึงจัดว่าสำเร็จ  

4. ผิดพลาดเพราะเชื่อในสิ่งที่เห็น ที่ได้ยิน ที่รู้สึก

เช่น : เราพบคนจบวุฒิอย่างใดอย่างหนึ่ง มีอายุประมาณหนึ่ง ฟังดูเหมือนมีประสบการณ์ เชื่อใจให้ทำงานปรากฏว่าล้มเหลวไม่เป็นท่า เพราะแท้จริงแล้วเข้าอาจเก่งกร้าวด้วยเวลาและแดดลม แต่ไม่ใช่เพราะการทำงาน

บทเรียน : สิ่งที่เห็น ที่ได้ยิน ที่รู้สึก ปรุงแต่งได้โดยสถานการณ์ จงใช้ "เวลา" พิสูจน์ เพราะไม่มีใคร ปรุงแต่งได้ตลอดเวลา

การแก้ไข: อย่าได้หลงเชื่อเพราะได้เห็น ได้ยิน แล้วรู้สึกดี แต่จงไตร่ตรองด้วยข้อดีและข้อเสีย

5. คนมากมายที่น่าสงสาร แต่อย่าเปิดโอกาสให้คนไม่ซื่อทำงาน

เช่น คนๆหนึ่งมาทำงานร่วมกับเรา เราจับได้ว่า "ไม่ซื่อ" แล้วเราอภัยให้ และให้ทำงานต่อไป ทำให้คนที่อยู่อยาก "ไม่ซื่อ" บ้างด้วยเหตุผลส่วนตัว คนที่ถูกจับได้ก็อาจทำอีก เพราะเชื่อว่าเราจะอภัยให้อีกเรื่อยๆ กลายเป็นว่าเราเปิดโอกาสให้เขาทำความเลว

การแก้ไข: จงปิดโอกาสที่คุณจะทำให้ผู้คนทำความเลว

  

"รู้ใหม่" ที่โรงเรียนไม่เคยสอน:

1. โลกภายนอก มันจริงมากๆ ไม่เหมือนในตำรา ไม่มีเหตุผลและตรรกะแบบตำราเรียน

    (อาจารย์เจ้าขา ไม่เคยสอนหนูเลยว่ามนุษย์มีความหลากหลายจริงๆ)

 

2. คนดีพูดไม่ดัง คนรวยพูดดัง

    คนดีพูดไม่ดัง คนรวยพูดดังแต่ไม่นาน แต่คนรวยและดีน่ะพูดดังและอยู่นาน (น่าไหว้ด้วย)

 

3. ความสุขหาง่ายกว่าความรวย

   ครูบอกว่า ตั้งใจเรียนนะ โตขึ้นให้เป็นคนเก่ง ทำงานดีๆ มีตังค์เยอะๆ รวยๆ 

   หนูมีเพื่อนจำนวนมากที่ตั้งใจเรียน เรียนเก่ง ทำงานก็ดี ตังค์เยอะ แต่โทรมาร้องไห้กับหนูประจำว่าเครียดเป็นบ้า งานมาก เพื่อนร่วมงานแข่งขันสูง ไม่มีเวลากลับบ้านเลย

    หนูก็เลยตัดสินใจว่า หนูไม่รวยแล้วดีกว่า เพราะมันยากจัง หนูเลยตัดสินใจมีความสุขด้วยเงินที่ไม่มากนัก หนูมีเวลากับครอบครัว งานไม่มาก ไม่มีการแข่งขัน

 

4. ชั้นเชิงธุรกิจ เกณฑ์วัดความสามารถในการอยู่รอด

    อาจารย์อาจลืมโน๊ตให้หนูเลยว่า"ชั้นเชิงธุรกิจ" น่ะ มีไว้ตัดสินความฉลาดของคนได้เปรียบและความโง่ของคนเสียรู้!!