ตามที่ได้เขียนถึง เมล็ดพันธ์ใหม่ที่เริ่มงอกแล้ว #1  ก็จะต่อด้วยตอนที่ 2 ซึ่งเป็นประเด็นที่แยกเป็นอีกเรื่อง คือ ผมได้ทราบว่าที่ สอ.ลำสินธ์โดยพี่เชษฐ์นี่แหละ ได้ชวนพี่ทา หรือ หลานตาแขก ไปช่วยดำเนินงานด้วยในระหว่างที่มีการเตรียมทีมงาน ซึ่งพี่ทาได้ นำรูปแบบการถอดบทเรียนด้วยคำถาม "จตุปุจฉา" ไปใช้ ซึ่งพี่ทาเองก็ได้มีประสบการณ์ในการเรียนรู้ตรงนี้ไปหลายครั้งแล้วเช่นกัน เช่นที่ สอ.เกาะเรียน หรือ สอ.คลองใหญ่จัดขึ้น ซึ่งผมไปทำหน้าที่เป็นวิทยากรหลักเอง ก็ได้ใช้และถือโอกาสถ่ายทอดเทคนิคไว้ด้วย

     ที่สำคัญคือพี่เชษฐ์มาเล่าให้ฟังด้วยความภูมิใจ "ผมว่าเราได้อะไรมาก ๆ เลย ไม่เคยรู้มาก่อนว่าหลังทำกิจกรรมอะไรแล้ว ต้องทำอย่างนี้" ผมได้สรุปทั้งหมดไว้แล้ว อันนี้ผมเสริมให้ไปอกีว่า หากพี่เชษฐ์ได้ช่วยจดบันทึกไว้ด้วยจะยิ่งดี ว่าพี่เชษฐ์ดิดอย่างไร ในความเป็นส่วนตัว วันหลังผมจะให้พี่เล่าให้ฟังอีกที ยังไงก็ฝากเตือนความจำนี้ไว้ผ่านช่องทางนี้ไปด้วยก็แล้วกัน และอยากให้คุณหลานตาแขกได้เล่าว่า ทำอย่างไรบ้างในการถอดบทเรียนวันนั้นที่ สอ.ลำสินธ์

     สำหรับคำถามที่ใช้ 4 คำถาม (จตุปุจฉา) ที่ว่า คือ

          1) จะชื่นชมกับผลการดำเนินงานครั้งนี้ประเด็นอะไรบ้าง
          2) จะตำหนิ หรือบอกว่าไม่น่าทำอย่างนี้แล้ว หรือทำอย่างนี้ไม่ดีเลย มีประเด็นอะไรบ้าง
          3) แล้วถ้าหากให้ทำใหม่ได้ คิดว่าจะทำให้ดีกว่าครั้งนี้อย่างไรได้บ้าง
          4) สรุปว่าได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ บ้างในครั้งนี้
         

     อันนี้ผมได้ใช้มาตั้งแต่ไม่ได้รับทราบคำว่า "AAR" ตั้งแต่จบทำงานได้ปีแรก ๆ ที่ สอ.หนองธง ผมสรุปได้จากการพูดคุยกับชาวบ้านมุสลิมที่ออกดาวะห์ แล้วนำมาประยุกต์เอากับคำถามที่ครูพี่เลี้ยงชอบถามหลังจากกลับมาจากชุมชน ที่ สอ.ฉลุง อ.หาดใหญ่ พอมาทราบนึกอยากจะทดลองใช้คำถามตามเทคนิค AAR ที่ ได้อ่านจาก AAR (After Action Review) - ไมรู้ว่าจะเรียกชื่อไทยว่าอย่างไรดี? ที่คุณพี่ธวัชฯ ได้บันทึกไว้ แต่ยังไม่คุ้นชิน คงต้องทดลองปรับไปเรื่อย ๆ ให้เป็นธรรมชาติ และสัญญากับตัวเองว่าจะลองวิเคราะห์เทียบเคียงดูสักครั้งอย่างละเอียด (ตอนนี้กำลังหาเวลาอยู่สัก 2-3 ชม.) ครับ