๕๘๘. พูดความจริง..จากสิ่งที่เห็นและเป็นอยู่..เชิงประจักษ์ ง่ายและเห็นผลที่งดงาม

”วันนี้ยังทำไม่ได้ผล อย่าไปท้อ พรุ่งนี้เราจำเป็นต้องทำอีก เดือนหน้าเราก็ทำ ผลอาจปีหน้า หรืออีกสองปี หรือสามปีข้างหน้า..”

วันนี้..ผมมีโอกาสได้ต้อนรับ..คุณหมอจากโรงพยาบาลประจำอำเภอ..จากหลายๆจังหวัด ทั่วทุกภาค ซึ่งมาอบรมสัมมนาที่กรุงเทพ ในโครงการอบรมระยะสั้น" ..เวชศาสตร์ครอบครัวเพื่อการปฏิบัติงานในคลินิกหมอครอบครัว”

เดินทางมาถึงโรงเรียน ๑๐.๓๐ น. ผมรับรองด้วยอาหารว่าง ประกอบด้วยกาแฟ ผลไม้และขนมสอดไส้ คุณหมอ..คงเหน็ดเหนื่อยกับการเดินทางและหิวด้วย จึงบอกเหมือนกันทุกคนว่า..ขนมไทย..สอดไส้..อร่อยมากๆ

คุณหมอ..หน้าตาชื่นแช่มแจ่มใสแล้ว ก็ถึงเวลาที่ผมจะได้กล่าวทักทายอย่างเป็นทางการ ด้วยข้อมูลพื้นฐานแบบเรียบง่าย..ไม่ลืมที่จะขอบคุณที่คณะได้กรุณาให้เกียรติและให้โอกาส..มาศึกษาดูงานการใช้ ”ศาสตร์พระราชา” ในการพัฒนาสถานศึกษาขนาดเล็ก..

ผมบอกด้วยว่า..โรงเรียนไม่ได้เป็นโรงเรียนดีเด่นของเขตพื้นที่ ไม่มีดีกรีอะไรทั้งสิ้น ไม่มีกระทั่งภารโรง..ขอบคุณคุณครู นักเรียน แลชุมชน...ที่ทำให้ผมมีวันนี้.. วันที่โรงเรียนมีนักเรียนเพิ่มขึ้นทุกปี ทั้งที่มีอาคารเรียนเพียงหลังเดียว และเก่ามากๆ...

ผมคุ้นชินกับความไม่มี..นับตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้าสู่โรงเรียนแห่งนี้..พบเห็นและสัมผัสในสิ่งที่มี(น้อย)จึงอยู่ในท่ามกลางอุปสรรคและความขาดแคลน เป็นที่มาของบทเรียนที่สอนให้รู้จักคำว่า “พอ” และเมื่อศึกษาจนเข้าถึงคำสอนของพ่อ..ก็รู้ได้ทันทีว่าต้องเริ่มทำเรื่องที่เล็กๆก่อน เรื่องที่ผมถนัดและมีทางเป็นไปได้...

จริงๆเรื่องเล็กๆ ที่ผมทำ เป็นเรื่องใหญ่มาก แต่ผมมองให้เล็กก่อน เพื่อให้การทำงานสนุกและมีความสุขจากงานที่ทำ คือ..สอนหนังสือ..สอนด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ เน้นงานภายในห้องเรียนก่อน มุ่งการเรียนการสอนเป็นหลัก เพื่อสร้างศรัทธาให้เกิดขึ้นในชุมชนและผู้ปกครอง..

ความคิดจิตใจผู้ปกครอง..อ่านออกได้ไม่ยาก เขามองว่า ยังไง ผอ.ก็อยู่ได้ไม่นาน เดี๋ยวก็ย้าย จึงไม่มีความเชื่อมั่นและไม่ส่งลูกหลานมาเรียน ตลอดจนไม่ให้ความร่วมมือกิจกรรมของโรงเรียนเท่าที่ควร..

วิธีจะเรียกศรัทธา ต้องเริ่มจากข้างใน ทำให้ลูกเขาอ่านออกเขียนได้ ลายมือสวย แล้วอย่างอื่นจะตามมาเอง และค่อยๆออกมาพัฒนาอาคารสถานที่และสิ่งแวดล้อมภายนอก

ผู้ปกครอง..เขาไม่สนใจหรอกว่า โรงเรียนจะมีป้ายโรงเรียนสวยหรือไม่ ได้รับรางวัลอะไรมาบ้าง แต่เขาจะสนใจว่า สอนลูกเขาหรือเปล่า..ห่วงใยใส่ใจลูกเขาแค่ไหน..

ผมบอกคุณหมอว่า..ผมกับคุณครู..ให้มากกว่าความเป็นครู ทำได้มากกว่าหน้าที่ มิได้สอนแต่ความรู้ แต่เราให้”ทักษะชีวิต”ผู้เรียนทุกคน ทำโรงเรียนให้เหมือน”บ้าน”หลังที่สองของพวกเขา ..ปลอดภัยและมีความสุข..ที่ได้มาโรงเรียน...

นักเรียนได้เรียนรู้จากกิจกรรมการเกษตร ทั้งเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์ เป็นเรื่องใกล้ตัว ที่สัมพันธ์สอดคล้องกับชีวิตจริง..มีวิชาดนตรีและเสียงเพลง ช่วยขับกล่อมจิตใจ มีเพลงพื้นบ้าน..สืบสานและอนุรักษ์มรดกไทย เพื่อมิให้นักเรียนหลงลืมการละเล่น ที่เน้นเนื้อหาและจังหวะชีวิต...

๑๑.๓๐ น. ก่อนอาหารมื้อกลางวัน..ผมนำคุณหมอเดินชมแหล่งเรียนรู้...รอบๆอาคาร และบอกคุณหมอว่า.เมื่อทำกิจกรรมการเรียนการสอนในห้องเรียนดีแล้ว ต่อมาก็ค่อยๆขยับขยายออกมาพัฒนาภายนอก โดยเริ่มทำในสิ่งที่ง่ายๆก่อน..และได้ประโยชน์มาก  เช่น บ่อปุ๋ยหมักใบไม้..เพื่อให้นักเรียนเก็บกวาดใบไม้ แล้วเก็บทิ้งได้สะดวก ผลพลอยได้ ก็คือ..ปุ๋ยหมัก..นำไปใช้ในแปลงผักปลอดสารพิษ..

แหล่งเรียนรู้แต่ละแห่ง..ไม่ได้เกิดขึ้นได้โดยง่าย และไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกัน บางเรื่องราว..คิดได้ทำไม่ได้ หรือทำได้ก็ใช่ว่าจะสำเร็จในทันที..ต้องทำต่อเนื่อง กว่าจะเห็นผล..ที่สุดแล้ว..ทุกอย่างจะเชื่อมโยงกันได้หมด คือเป็นเครื่องมือการเรียนรู้ และปลายทางสู่..โครงการอาหารกลางวัน เช่น ปลาดุก ไข่ไก่ ไข่เป็ด และผักบุ้งจีน...

ตรงนี้..ผมพูดให้คุณหมอนึกถึง..คำพ่อสอน..อีกครั้ง พ่อบอกเราเสมอว่า..”วันนี้ยังทำไม่ได้ผล อย่าไปท้อ พรุ่งนี้เราจำเป็นต้องทำอีก เดือนหน้าเราก็ทำ ผลอาจปีหน้า หรืออีกสองปี หรือสามปีข้างหน้า..” ขอเพียงแค่..อย่าบ่น อย่าท้อถอย..ตั้งหน้าตั้งตาทำความดีไปเถอะ..อานิสงส์แห่งความดี..ไม่ได้หายไปไหนหรอก..ติดตัวคนที่ทำไปตลอด..

ผมบอกความในใจกับคุณหมอว่า..ผมเกิดมาจากครอบครัวที่ยากจน..อยากมีงานทำ อยากเป็นข้าราชการ..พอเป็นแล้ว..ก็ต้องตอบแทนคุณแผ่นดิน ทำงานให้มากกว่าหน้าที่ มากกว่าเงินเดือนที่ได้รับ ไม่กอบโกยผลประโยชน์ เป็นผู้รับแล้ว ก็ต้องเป็นผู้ให้ด้วย ไม่สนใจรางวัลหรือคำชื่นชม แต่จะทำให้องค์กรอยู่ได้อย่างมั่นคง ยั่งยืน และบุคลากรทำงานอย่างมีความสุข..

ท้ายที่สุด..หลังอาหารมื้อกลางวัน..ผมมีโอกาสได้มอบต้นไม้”โสมไทย”และ”หาบเงินหาบทอง” เป็นที่ระลึก..พร้อมบทเพลงที่ขับร้องโดยนักเรียน “เพื่อพ่อ..ลูกจะทำแต่ความดี” และ เพลงฉ่อย “เทิดพระคุณแม่”

ก่อนกลับ..คุณหมอผู้ชายท่านหนึ่ง..บอกผมว่า..จากการเรียนรู้แนวคิดของผมกับสิ่งแวดล้อมที่เห็นและเป็นอยู่..เข้าใจได้เลยว่า มันไม่ง่าย..แต่มันต้องเริ่มจากศรัทธาและการลงมือทำ..

ส่วนคุณหมอผู้หญิง..ยกมือไหว้ผม และบอกผมว่า..ท้อ..กับระบบขององค์กรที่ทำงานอยู่ พอได้ฟังผมพูดแล้ว รู้สึกมีกำลังใจ..จะกลับไปทำงานด้วยแนวคิดใหม่..ให้จงได้..

ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

๑๘  สิงหาคม  ๒๕๖๐








บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่า....จากโรงเรียนเล็ก



ความเห็น (4)

โรงเรียนจัดการตนเอง

เขียนเมื่อ 

ชื่นชอบๆๆๆๆๆๆ..เจ้าค่ะ

เขียนเมื่อ 

ทีมคุณหมอมาดูงานถึงที่เลยนะครับ

ดูแล้วมีความสุข

ขอบคุณมากๆครับ

เขียนเมื่อ 

ต้นเดือนตุลาพบกันจ้ะ

ท่าน ผอ.คนเก่ง