วินัย เพื่อดูแล มิใช่ทำร้ายนักศึกษา....การอุทธรณ์โทษทางวินัยนักศึกษา

วินัยนักศึกษานั้น หากจะทำให้งานสำเร็จลุล่วง คือ ต้องเข้าใจเด็ก เมตตาต่อเด็ก ไม่ใช่เกลียดเด็กหรืออย่างเอาโทษจากเด็ก ไม่เลือกปฏิบัติว่า นี่เด็กคณธเรา นั่นเด็กคณะอื่น แต่ต้องมองว่า นักศึกษาทุกคน คือนักศึกษาของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ของเรา

วันที่ 10  สิงหาคม 60 งานวินัยนักศึกษา กองกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดแลกเปลี่ยนเรียนรู้และขอบคุณคณะกรรมการกลั่นกรองอุทธรร์โทษทางวินัยนักศึกษา มข. ที่หมดวาระลง และเปลี่ยนคระกรรมการเกือบยกชุด เหตุเพราะ ผศ.ปิ่นปินัทธ์  เผือกพันธ์ ประธานฯ กำลังจะเกษียณอายุราชการ ในวันที่ 30 กันายน 60 นี้ เมื่อจะตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ จึงต้องเฟ้นหาคณาจารย์และกรรมการ มาทำหน้าที่นี้ อีกทั้งกรรมการในองค์คณธเดิมก็เกษียณอายุราชการด้วยส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งก็ขอวางมือเพราะได้ทำหน้าที่มาอย่างยาวนาน.... จึงเป็นเหตุของการได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน

ผศ.ปิ่นปินัทธ์ เล่าให้ฟังว่า เริ่มมาทำงานที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น เมื่อปี 2526 เป็นคนจบกฎหมายมา เมื่อมาถึง  มหาวิทยาลัยก็แต่งตั้งให้เป็นกรรมการสอบสวนหาข้อเท็จจริงกรณีของบุคลากร มาแรกๆยังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับ มข.เลย มาทำหน้าที่เลยทำให้ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ในกระบวนการ   แต่เมื่ออยู่ไปสักระยะ ได้มาทำหน้าที่เป็นกรรมการสอบสวนวินัยนักศึกษา เช่น สอบสวนกรณีพิพาทในหอพักนักศึกษา จึงทำให้ได้เรียนรู้และสัมผัสได้อย่างลึกซึ้ง เห็นข้อเท็จจริงมากมาย จนทำให้เรียนรู้บริบทของนักศึกษา มข. และเริ่มเข้าใจวัฒนธรรมองค์กรของ มข.  ซึ่งถือว่ากิจการนักศึกษา เป็นต้นทางและต้นทุนที่ดีอย่างมาก ได้เรียนรู้เรื่องนักศึกษาในมิติต่างๆ ได้เรียนรู้กับอาจารย์ที่ปรึกษา จนได้ทำหน้าที่เป็นกรรมการอุทธรณ์โทษทางวินัยนักศึกษามาโดยตลอด

วินัยนักศึกษานั้น หากจะทำให้งานสำเร็จลุล่วง คือ ต้องเข้าใจเด็ก เมตตาต่อเด็ก ไม่ใช่เกลียดเด็กหรืออย่างเอาโทษจากเด็ก ไม่เลือกปฏิบัติว่า นี่เด็กคณธเรา นั่นเด็กคณะอื่น แต่ต้องมองว่า นักศึกษาทุกคน คือนักศึกษาของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ของเรา

การทำงานเป็นกรรมการอุทธรณ์โทษทางวินัยนักศึกษา ต้องทำงานควบคู่กันไปกับคณะกรรมการสอบสวนวินัยอื่นๆ (ส่วนกลาง/ส่วนหอพักนักศึกษา/ส่วนคณะ) โดยเฉพาะกรรมการสอบสวนวินัยนักศึกษาส่วนกลาง ที่ต้องทำงานควบคู่กันตลอด เพราะเรื่องอุทธรณ์โทษส่วนใหญ่ ก็เป็นผลจากการพิจารณาตัดสินของคณะกรรมการสอบสวนวินัยฯ หลายครั้งกรรมการอุทธรณ์ก็เห็นต่างเห็นแย้งจากกรรมการสอบสวนวินัยฯ บางครั้งก็เห็นตาม จึงเป็นเรื่องที่คณะกรรมการอุทธรณ์โทษ ต้องรอบคอบ  สอบสวนหาข้อมูลให้รอบด้าน และที่สำคัญก็ต้องเคารพความเห็นของกรรมการด้วยกันเอง เพราะการเห็นต่างหรือเห็นตาม ก็เพื่อช่วยคิด วิเคราะห์ ให้รอบคอบ และเกิดผลดีแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย เช่น เด็กยกพวกตีกัน แต่การสอบสวน มีผลกับเด็กแค่ 1 คน ซึ่งเป็นไปไม่ได้ ก็ต้องสืบสาวราวเรื่อง สอบสวนให้รอบด้าน

 อาจารย์ปิ่นปินัทธ์ กรุณาฝากข้อคิดสำหรับการทำงาน  3 ประเด็น

  • การ้องขอให้ใช้หน่วยกิจกรรมมาลดทอนโทษ/ความผิด แต่ยังไม่มีระเบียบหรือข้อบังคับมาปฏิบัติใช้  ซึ่งแนวทางน่าจะนำมาปฏิบัติใช้ได้ เพราะมหาวิทยาลัยกำหนดว่า ถ้าหน่วยกิจกรรมไม่ครบ จบไม่ได้  เช่นเดียวกับ หากนักศึกษายังมีภาระผูกพันเรื่องกระบวนการสอบสวนวินัยนักศึกษา ก็จบไม่ได้เช่นกัน แต่ทั้งสองสิ่งคือเรื่องทางบวกและทางลบ หากสร้างแนวปฏิบัติก็จะเป็นเรื่องที่ดี
  • การทุจริตการสอบ มีการลงโทษที่โดยความเห็นส่วนตัวคิดว่าน่าจะปฏิบัติผิดมาอยู่บ้าง เช่น เมื่อนักศึกษาทุจริตในรายวิชา ก. แต่คณะกรรมการสอบสวนบางคณะ ปรับตกทุกวิชาที่ลงทะเบียนเรียนในภาคการศึกษานั้นๆ  ซึ่งถือเป็นการปฏิบัติที่น่าจะไม่ถูกต้อง เพราถือว่าเกินกรอบฐานความผิด
  •  การบำเพ็ญประโยชน์ ของนักศึกษาที่ได้รับคำสั่งโทษทางวินัยนักศึกษา  ที่ผ่านมาการบำเพ็ญประโยชน์ดูเหมือนจะยังไม่ได้สร้างความตระหนักสำหรับนักศึกษาเท่าที่ควร บางคณะก็อาจไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ ก็ปล่อยผ่านเลยไป ยำประโยชน์ให้จำเลย แต่ มข. ควรสร้างมาตรฐานที่ดี และสร้างกลไกการบำเพ็ญประโยชน์ที่ชัดเจนมากขึ้น และให้สามารถปรับพฤติกรรมของนักศึกษานั้นๆได้อย่างเป็นรูปธรรม เช่น การให้ไปบำเพ้ญประโยชน์ ช่วยเหลือดูแลผู้ป่วยวิกฤติ/ระยะสุดท้าย การไปช่วยเจ้าหน้าที่ รปภ. เป็นหน่วยอาสากู้ชีพ เป็นต้น 









ประธานฯ กับ  เลขานุการฯ ที่ทำงานมาด้วยกันนับสิบปี สวมกอดกันในวันที่หมดวาระ อันหมายถึง หมดภาระอันหนักหน่วงที่ดูแลนักศึกษามายาวนาน แต่ทั้งสองท่าน ก็ให้คำมั่นชัดว่า จะช่วยดูแล เป็นที่ปรึกษาและช่วยงานต่อไป เท่าที่จะทำได้ และไม่ขัดกับระเบียบข้อบังคับ  และจะคอยให้กำลังใจทุกๆฝ่าย 


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การพัฒนานักศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น



ความเห็น (0)