บันทึกชุด ศาสตร์และศิลป์ว่าด้วยการสอน นี้ตีความจากหนังสือ The New Art and Science of Teaching เขียนโดย Robert J. Marzano ซึ่งเพิ่งออกวางจำหน่ายในปี พ.ศ. ๒๕๖๐ นี้เอง
ตอนที่ ๔๒ มั่นคงในเป้าหมายและการมีวินัย ตีความจาก Element 40 : Displaying Objectivity and Control ซึ่งเป็นตอนสุดท้ายใน ภาค ๙ สร้างความสัมพันธ์
สาระในตอนนี้ว่าด้วยพฤติกรรมของครู ที่ช่วยให้นักเรียนมองครู ว่าเป็นคนที่จะไม่มีอารมณ์เมื่อนักเรียน ประพฤติไม่ดี แต่จะบังคับใช้กติกาและข้อพึงปฏิบัติอย่างไม่ใช้อารมณ์
คำถามเชิงยุทธศาสตร์ของครู ในการแสดงความมั่นคงในเป้าหมายและการมีวินัย คือ “ครูแสดงความมั่นคงในเป้าหมายและวินัยได้อย่างไร”
ยุทธศาสตร์และวิธีการที่ครูใช้เพื่อให้ตนแสดงความมั่นคงในเป้าหมายและการมีวินัย มีดังต่อไปนี้
ครูต้องทำความเข้าใจจุดอ่อนของตนเอง ในเรื่องการควบคุมอารมณ์ ควบคุมสถานการณ์ความไม่เป็นระเบียบ เรียบร้อยของชั้นเรียน และฝึกฝนตนเองตามในตารางข้างบน ผมมีความเห็นว่า ทักษะเหล่านี้ไม่เพียงช่วยป้องกัน หรือแก้ปัญหาวินัยเท่านั้น แต่ยังช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ของศิษย์ด้วย เพราะช่วยให้ศิษย์มีความศรัทธาเชื่อมั่นในครู และความรู้สึกว่าห้องเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัย นำไปสู่ผลดีต่อการเรียนรู้
ผมตีความต่อว่า ครูต้องถือเป็นหลักการเอกอุหรือคอขาดบาดตาย ว่าต้องไม่ทะเลาะกับนักเรียน ไม่ว่านักเรียนจะร้ายกาจยั่วยวนกวนโทโสเพียงใด
เมื่อยุทธศาสตร์นี้ได้ผล จะสังเกตเห็นพฤติกรรมของนักเรียนดังต่อไปนี้
- นักเรียนรู้สึกมั่นคง จากความสงบเยือกเย็นของครู
- นักเรียนบอกว่าครูควบคุมตัวเองได้ดี และควบคุมชั้นเรียนได้ดี
- นักเรียนบอกว่า ครูไม่มีความอาฆาตแค้น หรือมองปัญหาเป็นเรื่องส่วนตัว
นี่คือตอนสุดท้ายของ ภาค ๙ สร้างความสัมพันธ์ ซึ่งมี ๓ ตอน หนังสือ The New Art and Science of Teaching แนะนำว่า ให้วางแผนสร้างความสัมพันธ์กับนักเรียนอย่างเป็นระบบ
หลักการสำคัญของภาค ๙ คือ เปลี่ยนความสัมพันธ์กับนักเรียนจากความรู้สึกชอบส่วนตัวของครู ไปสู่ความสัมพันธแบบมีเกณฑ์พฤติกรรม ซึ่งเป็นการเอาชนะสัญชาตญาณตามปกติของมนุษย์ ที่แสดงความชอบคนที่มีลักษณะและพฤติกรรมตามความชอบส่วนตน แต่ครูต้องฝึกให้สื่อสารความรักและความเมตตา ต่อนักเรียนทุกคน รวมทั้งคนที่มีลักษณะที่ตนไม่มีความชอบด้วย
ครูน่าจะตรวจสอบว่าตนรู้จักนักเรียนคนไหนน้อยเป็นพิเศษและหาทางทำความรู้จัก รวมทั้งตรวจสอบว่า นักเรียนคนไหนมีแนวโน้มจะก่อกวนและทำให้ตน “หลุด” และมีแนวโน้มจะโต้ตอบรุนแรงเกินควร (over-react) แล้วหาทาง เตือนสติตนเองไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของพฤติกรรมโต้ตอบรุนแรง
ผมขอเสนอความเห็นส่วนตัวว่า ยุทธศาสตร์สร้างความสัมพันธ์ในภาพรวมคือ ใช้ความสัมพันธ์เชิงบวก หรือความสัมพันธ์ที่ดี ไล่ความสัมพันธ์เชิงลบ หรือความสัมพันธ์ที่ไม่ดี ให้อารมณ์ของความสัมพันธ์เชิงบวกยึดครอง พื้นที่ ไม่เปิดช่องให้ความสัมพันธ์เชิงลบมีโอกาสก่อหวอด
ผมแปลกใจที่หนังสือ The New Art and Science of Teaching ไม่แนะนำให้ครูช่วยเหลือกันเลย ผมมองว่าหากครูรวมตัวกันเรียนรู้ฝึกฝนซึ่งกันและกัน เป็น PLC รวมทั้งส่งต่อข้อมูลเกี่ยวกับนักเรียนให้แก่กัน การดำเนินการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างครูกับศิษย์จะง่ายขึ้นมาก
วิจารณ์ พานิช
๑๓ เม.ย. ๖๐
