ทีมงานที่มีอยู่ก็ไม่มีใครร่ำเรียนมาในด้านสื่อเลยสักคน ที่สามารถทำออกมาได้ก็ด้วยความสามารถเฉพาะส่วนบุคคลล้วนๆ อันหมายถึง เป็นความสนใจส่วนบุคคล และพัฒนาตนเองผ่านการลงมือทำจริงในวาระต่างๆ




ถึงแม้ผมจะใช้เทคโนโลยีสารสนเทศไม่เก่ง แต่ผมก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ดังจะเห็นได้จากในห้วงเกือบสิบปีให้หลัง ผมกระตุกกระตุ้นให้ทีมงานได้ผลิตสื่อสร้างสรรค์ในรูปแบบต่างๆ อย่างหลากหลายในชื่อ “นวัตกรรมความคิดนิสิต มมส” มีทั้งที่เป็นหนังสือ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-book) ภาพถ่าย นิทรรศการ เพลง คลิป ห้องนิทรรศการ ฯลฯ


สิ่งเหล่านี้ผมปักหมุดไว้เป็น “จดหมายเหตุว่าด้วยพัฒนานิสิต” ในอนาคต หรือแม้แต่ไม่ต้องรออนาคตอันไกลโพ้น หากแต่รองรับการใช้งานจริงในวันนี้ไปเลย

เรื่องของคลิป-วีดีทัศน์เองก็เช่นกัน ผมให้ความสำคัญอย่างมาก ถึงขั้นให้บุคลากร (สุริยะ สอนสุระ) รับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรง กล่าวคือมีการตัดต่อคลิปวีดีทัศน์เป็นระยะๆ ในบางเรื่องตัดแบบ “ดิบด่วน” เลยทีเดียว หรือแม้แต่ในบางเรื่องถึงแม้จะแพลนเวลายาวนานแค่ไหน เขาก็จะทำในค่ำคืนเดียว จนผมต้องสมญานามให้ว่า “นวัตกรรมข้ามคืน”


จะว่าไปแล้ว ทีมงานที่มีอยู่ก็ไม่มีใครร่ำเรียนมาในด้านสื่อเลยสักคน ที่สามารถทำออกมาได้ก็ด้วยความสามารถเฉพาะส่วนบุคคลล้วนๆ อันหมายถึง เป็นความสนใจส่วนบุคคล และพัฒนาตนเองผ่านการลงมือทำจริงในวาระต่างๆ 



สามปีให้หลังยอมรับว่าเราแทบจะไม่มีชิ้นงานใดเป็นรูปธรรมเกี่ยวกับคลิป-วีดีทัศน์กิจกรรมนอกหลักสูตรเลยก็ว่าได้ ทุกอย่างเหมือนชะลอตัว ไม่ทรุดแต่ก็ออกทรงๆ เซๆ อยู่บ้าง  ปีนี้ – พอผมกลับมากำกับดูแลอีกวาระจึงพยายามกระตุ้นให้ผู้เกี่ยวข้องได้หันกลับมา “ปัดฝุ่น” เรื่องเหล่านี้อีกรอบ 

เป็นการปัดฝุ่นในแบบ “เริ่มใหม่”  ไม่มีมาตรฐานที่สูงลิบลับ ไม่มีการเอาความสำเร็จเก่าๆ มาเป็นบรรทัดฐานการทำงาน เรียกได้ว่า “ทำใหม่แบบชิวๆ” หรือ “เอาที่สบายใจจะทำ” 


ยกตัวอย่างเช่น เมื่อต้องจัดโครงการวันวิชาการกิจการนิสิต ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2560 ผมก็ฝากแนวคิดให้ทีมงานได้ลองสัมภาษณ์นิสิตที่จะขึ้นนำเสนองานบนเวที เป็นการสัมภาษณ์ในแง่มุมต่างๆ แล้วนำมาตัดต่อเป็นคลิปสั้นๆ รายบุคคล หรือรายองค์กร  เพื่อโพสเผยแพร่เรียกน้ำย่อยประชาสัมพันธ์ล่วงหน้า หรือแม้แต่การนำมาเปิดอีกครั้งก่อนการขึ้นเวทีนำเสนองาน –

ผมฝากแนวคิดไปเช่นนั้นจริงๆ แต่ไม่ได้เน้นว่าต้องอลังการด้วยแสงสีเสียงและชิ้นเชิงใดๆ ให้มากความ ทำเท่าที่มีความสุขที่จะทำ - ทำเท่าที่มีแรงจูงใจที่จะทำ ขอเพียงให้เสร็จก่อนงาน หรือจะแล้วเสร็จในแบบ “นวัตกรรมข้ามคืน” เหมือนดังอดีตก็ได้ 





เช่นเดียวกับเมื่อครั้งถึงเวทีของการติดตามหนุนเสริมการเขียนเรื่องเล่าชาวค่ายเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2560 ผมก็เคลื่อนขยับในทำนองเดียวกัน กล่าวคือ กระตุกให้ทีมงานได้จัดทำคลิปสั้นๆ ที่ว่าด้วยการไปเยี่ยมค่ายมาเปิดให้นิสิตได้ดูชมร่วมกัน

ครั้งนี้ – ผมเกริ่นว่าไม่จำเป็นต้องตัดต่อจากบทสัมภาษณ์ก็ได้ เอาภาพนิ่งมาจัดทำประกอบเพลงสักเพลงสองเพลงก็ได้ เอาไว้ที่เหลือ มีเวลาค่อยละเมียดละไมกับการตัดต่อใหม่ เพื่อใช้เผยแพร่อย่างจริงๆ จังๆ และเป็นทางการ

ทั้งปวงที่ผมเล่ามีนี้คือการให้ความสำคัญกับการสร้างสื่อการเรียนรู้ในรูปลักษณ์ของ “คลิป-วีดีทัศน์” เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูล ชุดความรู้ หรือแม้แต่จดหมายเหตุของการพัฒนานิสิตในวันนี้และอนาคต

ตลอดจนการพยายามสื่อให้รู้ว่า ผมเองก็มิใช่ก้มหน้าก้มตาจะเอาแต่งาน โดยไม่สนใจว่าคนทำงานจะมีความสุข หรือพร้อมแค่ไหนต่อภารกิจที่ผมมอบหมาย หรือแม้แต่ภารกิจอันเป็นหน้าที่ของเขาโดยตรง - ผมเข้าใจและใจเย็นพอที่จะรอ ... รอเพื่อให้ทั้งคนและงาน มิใช้ได้งานแต่เสียคน และได้คน แต่เสียงาน



ครับ – ทุกอย่างมีวันเวลาของมันเอง ขอเพียงกล้าพอที่จะเริ่มต้นมันย่อมดีกว่าไม่เริ่มต้น และเมื่อเริ่มต้นแล้วก็กล้าพอที่จะให้สิ่งนั้นสุกงอมเบ่งบานด้วยตัวเอง เราเป็นเพียง “คนสวน” เฝ้าคอยรดน้ำพรวนดินเป็นจังหวะๆ ก็พอ