เรารอบรู้เพียงใด? เพื่อพึ่งตนเองด้านสุขภาพ

  ติดต่อ

เหมือนเคยอ่านบันทึกการสำรวจว่าคนใน GotoKnow ระดับการศึกษาปริญญาตรี ปริญญาโทขึ้นไป รวมแล้วเกินครึ่งนะคะ

จึงไม่น่าห่วงใยในการแสวงหาความรู้และประสบการณ์เพื่อดูแลตนเองด้านสุขภาพ เชื่อว่าจะมีจุดตัดสินใจที่ดีอย่างเหมาะสมกับบริบทของชีวิต ในการจะเพิ่มเติมการดูแลโดยผู้อื่น ไม่ว่าทางจิตวิญญาณ ทางกาย หรืออื่น ๆ ทั้งระบบการแพทย์แผนปัจจุบัน แพทย์ทางเลือก คำสอนทางศาสนา ระบบการดูแลสุขภาพตามแบบวิถีต่าง ๆ ที่ผ่านการคัดสรรตามความเชื่อ ความรู้ ทักษะของตนเอง ครอบครัว หรือเพื่อน ๆ รอบข้างมาแล้ว

และคงไม่ได้หมายขนาดว่าจะพึ่งตนเอง ๑๐๐% ในทุก ๆ เรื่อง

เช่น หากพบทันตแพทย์ พบแพทย์แล้ววินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งในช่องปาก มีโอกาสรักษาเพื่อยืดชีวิตที่เหลืออยู่ ส่วนหนึ่งก็คงพึ่งพิงระบบการรักษาทางการแพทย์แผนปัจจุบัน พึ่งพิงการรักษาเยียวยาจิตใจ รวมทั้ง การพึ่งพิงตนเองและครอบครัว ในการดูแลสุขภาพให้มีคุณภาพชีวิตที่เหมาะสมกับความต้องการและใจของเราอย่างดีที่สุด ... ในสิ่งที่มี ในสิ่งที่เกิดขึ้นและผ่านไปแล้ว

^_,^

ใน ๗ จังหวัดอีสานตอนบน เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร อุดรธานี หนองบัวลำภู รวมกันเป็นเขตสุขภาพที่ ๘

ยกตัวอย่างจังหวัดหนองคาย ปี ๒๕๕๙ ประชากรอายุ ๑๕ – ๓๙ ปี มีจำนวนปีการศึกษาเฉลี่ย ๑๐.๑ ปี (ประมาณมัธยมปลายช่วงแรก) ช่วงอายุกว้างขึ้น ๑๕ – ๕๙ ปี มีจำนวนปีการศึกษาเฉลี่ย ๘.๖ ปี (ประมาณช่วง ม. ๒ – ม.๓)

(ที่มา https://www.m-society.go.th/article_attach/19896/20900.pdf ซึ่งได้จาก สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา คำนวณจากข้อมูลตัวอย่างของการสำรวจภาวะการทำงานของประชากรทั่วราชอาณาจักร รอบที่ ๓ สำรวจโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ)

การศึกษาเป็นพื้นฐานหนึ่งในการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพของประชาชน การศึกษาเป็นหนึ่งในปัจจัยกำหนดสุขภาพ แต่เราเลือกประชาชนไม่ได้ เราทำงานกับทุกหมู่บ้านเพื่อทุกคนในเขตพื้นที่งานของเรา

เมื่อ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๖๐ มีสมาชิกบุคลากรสาธารณสุขเข้าประชุมครั้งแรกของเครือข่าย Self care เขตสุขภาพที่ ๘ ที่ห้องประชุมสำนักงานหลักประกันสุขภาพ (สป.สช.) เขต ๘ อุดรธานี เจ้าภาพงบประมาณหลักในการขับเคลื่อน ๓ ประเด็น ๑) กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน ๒) เกษตรกรกลุ่มเสี่ยงสารเคมี ๓) เด็กปฐมวัยที่เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพช่องปาก

พี่ปี นางสาวปรีดา โนวฤทธิ์ หัวหน้ากลุ่มงานพัฒนาคุณภาพและรูปแบบบริการ สสจ.หนองบัวลำภู ชี้แจงวัตถุประสงค์ของโครงการส่งเสริมการดูแลสุขภาพตนเอง (Self care) ปี ๒๕๖๐

๑) เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่เข้าร่วมโครงการ มีความรู้และทักษะในการดูแลตนเอง เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาภาวะสุขภาพของตนเอง ครอบครัวและชุมชนได้อย่างเหมาะสมในแต่ละปัจเจกบุคคล

๒) เพื่อพัฒนาศักยภาพของบุคลากรสาธารณสุขให้มีความรู้ความสามารถ ในการสร้างพลังอำนาจประชาชนให้มีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพตนเอง

กรอบแนวคิดในการดำเนินโครงการหลัก ที่ได้จากผู้รับผิดชอบโครงการหลักและโครงการย่อยทั้ง ๓ ประเด็นนำเสนอ แล้วอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิช่วยชี้แนะเติมให้ นพ.วรวุฒิ โฆวัชรกุล พญ.สุพัตรา ศรีวณิชชากร

กิจกรรมที่จะไปทำร่วมกับบุคคล ครอบครัวและชุมชน เพื่อให้เกิดการดูแลตนเอง พึ่งตนเองได้นั้น

๑) จะติดตามอย่างไร เมื่อไร (monitor)

๒) จะขับเคลื่อนอย่างไร

๓) ใครทำจึงจะยั่งยืน

๔) ทำอย่างไรจึงจะเปลี่ยนแปลง (intervention)

๕) ปัจจัยไหนมีอิทธิพลมากน้อย

๖) มีปัจจัยอะไรบ้างกำหนดผลลัพธ์

๗) อะไรคือผลลัพธ์ที่ต้องการ

^_,^

เป็นโจทย์ต่อให้โครงการย่อยที่ผู้เขียนเข้าร่วม โครงการพัฒนารูปแบบการดูแลสุขภาพช่องปากเด็กปฐมวัยด้วยการมีส่วนร่วมของครอบครัวและชุมชน ปี ๒๕๖๐ ต้องคิดร่วมกันต่อ ประกอบด้วย

๑) รพ.สต.บ้านก่าน รพ.สต.โนนม่วง อำเภอนากลาง โรงพยาบาลสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภู (รพ.สต. ย่อมาจาก โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล)

๒) รพ.สต.สระใคร รพ.สต.คอกช้าง รพ.สต.บ้านฝาง อำเภอสระใคร รพ.สต.กุดบง อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย

๓) รพ.สต.บ้านผือ อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี

๔) อำเภอภูกระดึง อำเภอหนองหิน อำเภอผาขาว จังหวัดเลย

ซึ่งพี่ฝน ทพญ.วรางคณา อินทโลหิตประธาน Service plan สาขาสุขภาพช่องปาก เขต ๘ เขียนโครงการย่อยนี้ มีวัตถุประสงค์เฉพาะอีก

๑) เพื่อถอดบทเรียนการทำงานที่ดีจากจังหวัดหนองคายก่อนขยายผลไปสู่จังหวัดอื่น

๒) พัฒนารูปแบบการดูแลสุขภาพช่องปากเด็กปฐมวัย โดยการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองและชุมชน

^_,^

เหตุที่เป็นพื้นที่ต้นแบบที่เพื่อน ๆ ในโครงการจะมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แล้วถอดบทเรียนออกมาให้เห็นร่องรอยตามข้อคำถามในกรอบแนวคิดของโครงการหลัก

อำเภอสระใคร จังหวัดหนองคาย จึงมีการบ้านกลับมาทำ ๒ ข้อใหญ่

๑) ออกแบบการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทั้งในชุมชนที่มีแกนนำชุมชน กรรมการหมู่บ้าน คณะอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) ผู้ปกครองและเด็ก ๆ เป็นผู้ให้ความรู้ ให้ประสบการณ์ เป็นคนต้นเรื่อง

ในการทำงานโดยทีมหมอครอบครัวของพื้นที่ที่จะเป็นแหล่งเรียนรู้เอง ก็ต้องประสาน ชี้แจง ทำความเข้าใจ เพื่อสามารถถ่ายทอดประสบการณ์การทำงานได้อย่างตรงประเด็น (ถ้าอ้อมมาก คนมาแลกเปลี่ยนจะใช้เวลาในการซักถามนานขึ้น)

ในระดับอำเภอ ในบทบาทกรรมการประสานงานสาธารณสุขอำเภอ เตรียมเล่าและเตรียมสื่อประกอบให้เห็นถึงความเชื่อมโยงกับการทำงานระบบสุขภาพอำเภอ (District health system)

๒) ในเชิงบริหารจัดการโครงการย่อยของพื้นที่ ก็ต้องกลับมาเขียนโครงการรองรับในระดับอำเภอ ทั้งเตรียมรับคณะเพื่อน ๆ พื้นที่อื่นที่จะมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และดำเนินกิจกรรมของทุก รพ.สต. เพิ่มเติมการเสริมพลังอำนาจให้แกนนำชุมชน ครอบครัวดูแลสุขภาพช่องปากเด็ก ๆ และสมาชิกครอบครัวได้อย่างดี

อาจจะมีอบรมเชิงปฏิบัติการทักษะที่จำเป็นเพิ่มเติมให้ทีมหมอครอบครัว ในการเป็น Facilitator ของชุมชน ทักษะการแปรงฟันแยกตามกลุ่มวัย

อบรมทักษะการแปรงฟันให้ อสม. ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลเด็ก

มีเตรียมจัดประชุมสรุป วิเคราะห์ข้อมูล

การคืนข้อมูลให้กับชุมชน

การเตรียมสรุปบทเรียนและประเมินผล

^_,^

ไม่ทันรู้ตัวดีนัก ปีนี้เป็นพื้นที่ที่เพื่อน ๆ มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ๒ ประเด็น การสร้างเสริมสุขภาพช่องปากกลุ่มวัยทำงาน (นอกสถานประกอบการ) หรือกลุ่มเกษตรกร อาชีพอิสระที่คนพื้นที่เราส่วนใหญ่ทำนี่ละค่ะ .... มาแล้วไปแล้วเมื่อ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๖๐

ไม่น่าเกิน ๑ เดือน เพื่อน ๆ จังหวัดแถวนี้จะมาดูเรื่อง การสร้างเสริมสุขภาพช่องปากเด็กปฐมวัยโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน หวังว่าโครงการนี้จะไม่รบกวนเวลาของชุมชนจนเกินไป

เพื่อประโยชน์และความสุขสู่สาธารณะวงกว้าง ขยายสิ่งดีงามออกไป

ปากเป็นประตูสู่สุขภาพ สุขภาพช่องปาก สุขภาพองค์รวม สุขภาพชุมชนและสังคม

มีความสุขกันถ้วนทั่ว เพราะรู้ตัวดีว่าจะดูแลช่องปากตนเองให้สุขภาพดีอย่างไรนะคะ

ราตรีสวัสดิ์ค่ะ

ไม่ลืมนะคะ ทำอะไรก่อนเข้านอนเอ่ย

^_,^


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เครือข่ายคนอิสานฟันดี

หมายเลขบันทึก: 629990, เขียน: , แก้ไข, 2017-06-20 12:33:51+07:00 +07 Asia/Bangkok, สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง, ดอกไม้: 3, ความเห็น: 8, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (Tags) #การมีส่วนร่วม#ครอบครัว#สุขภาพช่องปาก#หนองบัวลำภู#การพึ่งตนเอง#เด็กปฐมวัย#อุดรธานี#เลย#หนองคาย#ปัจเจกบุคคล#self care#การเสริมพลัง#โรงพยาบาลสระใคร#ธิรัมภา ลุพรหมมา#วรางคณา อินทโลหิต#ความรอบรู้ด้านสุขภาพ#็Health literacy#การพัฒนาโดยชุมชนเป็นฐาน#เขตสุขภาพที่ ๘#สป.สช.เขต ๘ อุดรธานี#ปรีดา โนวฤทธิ์

บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (8)

อ่านเพลินเลย ;)...

sr
IP: xxx.158.57.76
เขียนเมื่อ 

May I say this (tongue in cheek) : ปากเป็นเอก.

This is one effective means of educating people or the mass (but in this modern days perhaps social media/blogging can speak louder?)

  • ชาวสาธารณสุขทำงานเข้มแข็ง..ชื่นชมเสมอครับ!

มีไข่ปิ้งมาฝาก เจ้าค่ะ...(ไข่BIO)..แม่ไก่..เดี๋ยวนี้..เครียดมั้กๆ..นะเจ้าคะ...

ธิ
เขียนเมื่อ 

ขอบคุณค่ะคุณครูเงา ^_,^

ธิ
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ คุณ sr

วันนี้เพิ่งไปครบหมู่บ้านที่ ๒๒ ที่ดำเนินการในปี ๒๕๖๐ ออกเยี่ยมเสริมพลังหมู่บ้านปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ โดยเฉพาะการสร้างเสริมเพื่อสุขภาพดี ปลอดโรคเรื้อรังให้มากที่สุด เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคฟันผุ เหงือกอักเสบ

ไม่ได้ไปสอน ไม่ได้ยัดเยียดความรู้ แต่คุยให้กำลังใจทีมแกนนำชุมชนที่ทำกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อสุขภาพคนในหมู่บ้านตนเอง ค่อย ๆ เสริมเฉพาะสิ่งที่จำเป็นและสามารถนำไปปรับใช้ได้จริง เท่าที่แกนนำจะเชื่อและเข้ากันได้กับความรู้ ความเชื่อของคนส่วนใหญ่ในหมู่บ้าน

งานช้า งานช้าง วางเป้าหมายร่วมกันกับแกนนำชุมชนแล้ว ค่อย ๆ ทำไปในส่วนที่มีความสุขในการทำค่ะ

การสื่อสารทาง social media ส่วนใหญ่ติดตามข่าว หรือเขียน blog ยังเข้าถึงคนในชนบทแถวนี้ไม่มากนะคะ

ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ

ธิ
เขียนเมื่อ 

ขอบพระคุณค่ะคุณครูธนิตย์ คุณครูดีเพื่อศิษย์แถว GTK ก็ไม่น้อยนะคะ เช่นคุณครูธนิตย์นั่นไงคะ

ธิ
เขียนเมื่อ 

กินได้จริงไหมคะคุณยายธี ชอบไข่ปิ้งค่ะ