​ปลายทาง@ เชียงราย(แพร่ - เชียงราย)

  ติดต่อ

ปลายทาง@ เชียงราย(แพร่ - เชียงราย)

6-10 มิถุนายน2560. ศูนย์ดูแลครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้สูงอายุ สกสค. จังหวัดชุมพร. เดินทางไปทัศนศึกษาจังหวัดเชียงราย



วันที่ 8 มิถุนายน 2560 ตื่นเมื่อเวลา 05.00 น. ตามปกติ อาบน้ำแต่งตัวนำสัมภาระลงมาชั้นล่างเพื่อเตรียมเดินทางต่อ อาหารเช้าที่โรงแรมแพร่นครา เวลา 07.00 น. มีเวลาอีกเกือบชั่วโมง ที่นี่บริเวณ Lobby ของโรงแรมเขาจัดมุมทำดอกไม้จันทน์ "ดอกดารารัตน์" ให้แขกที่มาพักได้ร่วมทำดอกไม้จันทน์ถวายในหลวง ร.9 เขามีอุปกรณ์ และบอกขั้นตอนการทำไว้พร้อม คนเป็นครูสบายมาก หลาย ๆ คนได้ร่วมกันทำคนละดอกสองดอกค่ะ



07.00 น. ห้องอาหารพร้อม คณะของเรารับประทานอาหารเช้าเรียบร้อยแล้ว ขึ้นรถบัสล้อหมุนเมื่อ 08.00 น เดินทางมาเป็นวันที่สามแล้ว สังเกตผู้สูงวัยของเรา เวลานี่เป๊ะมาก เป้าหมายของพวกเราคือพระธาคุแช่แห้ง จังหวัดน่าน (พระธาตุของคนปีเถาะ) บรรยากาศบนรถบัส 2 เช้านี้ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าทุกคน happy มาก




เวลาเกือบเที่ยงวัน คณะเราเดินทางมาถึงวัดพระธาตุแช่แห้ง จังหวัดน่าน ก่อนอื่นมารู้จักวัดนี้กันก่อนค่ะ








พระธาตุแช่แห้ง

จากพงศาวดารเมืองน่านกล่าวว่า พระยาการเมือง เจ้านครน่านได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจากกรุงสุโขทัย มาประดิษฐานไว้ที่ ดอยภูเพียงแช่แห้ง และตามตำนานกล่าวว่า พระพุทธเจ้าได้เสด็จมาประทับสรงน้ำที่ริมฝั่งแม่น้ำน่าน ทางทิศตะวันออก ที่บ้านห้วยไค้ และเสวยผลสมอแห้ง ซึ่งพระยามลราชนำมาถวาย แต่ผลสมอนั้นแห้งมาก พระพุทธเจ้าจึงทรงนำผลสมอนั้นไปแช่น้ำก่อนเสวย และทรงพยากรณ์ว่า ต่อไปที่นี่จะมีผู้นำพระบรมสารีริกธาตุมาประดิษฐาน จึงเรียกพระสถูปที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุแห่งนี้ว่า พระธาตุแช่แห้ง
นอกจากนี้ พระธาตุแช่แห้ง ยังใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีน้ำอภิเษกน้ำบ่อแก้ว จังหวัดน่าน ใช้ทำน้ำอภิเษก โดยเมื่อปีพ.ศ. 2373 เจ้าเมืองน่าน ได้ขุดบริเวณลอมเชียงของ พบว่ามี พลอยมีสีน้ำผึ้ง ขุดลึก 4 เมตร มีน้ำพุขึ้นในบ่อ น้ำก็ขึ้นมาเต็มปากบ่อ ประชาชนเชื่อถือว่าน้ำในบ่อนี้เป็นน้ำวิเศษ เรียกว่า น้ำบ่อแก้ว
ทั้งนี้ พระธาตุแช่แห้ง เป็นพระธาตุประจำปีเถาะ ชาวล้านนาเชื่อว่า หากได้เดินทางไป "ชุธาตุ" หรือนมัสการพระธาตุประจำปีเกิดจะได้รับอานิสงส์อย่างยิ่ง นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชม วัดพระธาตุแช่แห้ง ได้ทุกวัน ระหว่างเวลา 06.00-18.00 น. ....วิกิพีเดีย



ได้ทำบุญไหว้พระและเก็บภาพสวย ๆ กันพอสมควรแก่เวลาแล้ว กลับขึ้นรถเดินทางต่อ ไปแวะปั๊มเข้าห้องน้ำและทานมื้อกลางวันแบบช่วยตัวเองง่าย ๆ เพราะเวลาอาหารกลางวันล่วงเลยมามากแล้ว จากนั้นเดินทางมุ่งหน้าสู่จังหวัดเชียงราย เป้าหมาย ไร่บุญรอดหรือสิงห์ปาร์ค เชียงราย คณะของเรามาถึงที่นี่เวลาประมาณ 16.00 น. เมื่อรถเข้ามาสิ่งแรกที่เห็นคือ สิงห์สีทองตัวโตยืนเด่นเป็นสง่าอยู่บนทุ่งหญ้าสีเขียว มีนักท่องเที่ยวเข้าไปถ่ายรูปกับสิงห์เยอะมาก และเห็นดสวนดอกไม้สวยงามอยู่บริเวณที่เราต้องเปลี่ยนรถเป็นรถของเขา ค่าบัตร 10 บาท รถนี้จะพาเขาเข้าไปเที่ยว ชมสวนต่าง ๆ ด้านใน






ไร่บุญรอด หรือสิงห์ปาร์ค เชียงราย เป็นไร่ของบริษัท บุญรอด ผู้ผลิตเบียร์สิงห์ เส้นทางเดียวกับวัดร่องขุน อ.เมือง จ.เชียงราย เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่สวยงาม ภายในไร่บุญรอดมีการจัดแต่งสวนดอกไม้เมืองหนาวสีสันสวยงามนานาชนิด มีพื้นที่ เกษตรกรรมและไร่ชากว่า 600 ไร่ โดยจัดเป็นรูปแบบฟาร์มทัวร์ให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาเยี่ยมชม ไร่บุญรอด ปลูกพืชหลายชนิด ตามความเหมาะสมกับสภาพดิน มีชาพันธุ์อู่หลง รวมทั้งแปลงเกษตรผสมผสาน และกิจกรรมต่างๆให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัส






















เมื่อเรานั่งรถเข้าไปชมด้านใน บนรถจะมีมัคคุเทศก์ของไร่ บรรยายถึงส่วน ๆ ต่าง ๆ ในไร่ และจอดให้พวกเราเก็บภาพดอกไม้สวย ๆ ตามจุดต่าง ๆ นอกจากนี้พาไปแวะร้านอาหาร มีเครื่องดื่มของสิงห์ทุกประเภท ได้ทดลองดื่ม สิงห์ U และชิมขนมวเยลลี่มะพร้าวอ่อน ไร่สิงห์ปาร์คเชียงรายเปิดให้เข้าเที่ยวชมตลอดปี การบริการรถฟาร์มทัวร์สำหรับนักท่องเที่ยวที่จะมาเที่ยวชมไร่วันจันทร์-ศุกร์ รถฟาร์มทัวร์ให้บริการเป็นรอบๆ ตั้งแต่เวลา 8.30 - 17.00 น.โดยออกทุกครึ่งชั่วโมง

นอกจากนี้ยังสามารถชมทัศนียภาพอันงดงามในบรรยากาศแห่งขุนเขาเมืองเหนือ ชมพระอาทิตย์ยามเย็นก่อนลับขอบฟ้า และ รับประทานอาหารอร่อยได้ที่ร้านอาหารภูภิรมย์ บนจุดชมวิว 360 องศา อีกด้วยมีร้านกาแฟเบเกอรี่ ซึ่งตั้งอยู่ทางเข้าไร่ร้านขายของที่ระลึกและร้านค้าขายผลิตภัณฑ์ที่มาจากไร่ ไม่ว่าจะเป็น ชา ไวน์ และผลิตภัณฑ์บำรุงผิว

www.paiduaykan.com/province/north/chiangrai/boonra...

ได้เวลาพอสมควรคณะของเรากลับขึ้นรถ เพื่อไปวัดร่องขุ่น ซึ่งอยู่บนเส้นทางเดียวกันกับไร่สิงห์ปาร์คนี้ แต่เราไปถึงหลัง 17 นาฬิกา วัดปิดไม่สามารถเข้าไปชมด้านในได้ พวกเราจึงเก็บภาพสวย ๆ ด้านนอก



วัดร่องขุ่น เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ พ.ศ. 2540 โดยท่านอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ จิตรกรชั้นแนวหน้าของไทย ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจในการสร้างมาจาก3 สิ่งต่อไปนี้คือ

1. ชาติ : ด้วยความรักบ้านเมือง รักงานศิลป์ จึงหวังสร้างงานศิลปะที่ยิ่งใหญ่ไว้เป็นสมบัติของแผ่นดิน

2. ศาสนา : ธรรมะได้เปลี่ยนชีวิตของอาจารย์เฉลิมชัยจากจิตที่ร้อนกลายเป็นเย็น จึงขออุทิศตนให้แก่พระพุทธศาสนา

3. พระมหากษัตริย์ : จากการเข้าเฝ้าฯ ถวายงานพระองค์ท่านหลายครั้ง ทำให้อาจารย์เฉลิมชัยรักพระองค์ท่านมาก จากการพบเห็นพระอัจฉริยะภาพทางศิลปะและพระเมตตาของพระองค์ท่าน จนบังเกิดความตื้นตันและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

ดังนั้นอาจารย์จึงได้สร้างงานพุทธศิลป์ถวายเป็นงานศิลปะประจำรัชกาลพระองค์ท่าน โดยปรารถนาจะสร้างวัดให้เหมือนเมืองสวรรค์ที่มนุษย์สัมผัสได้ บนพื้นที่เดิมของวัด 3 ไร่ และอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ได้บริจาคทรัพย์สินส่วนตัว และคุณวันชัย วิชญชาคร เป็นผู้บริจาคที่ดินประมาณ 7 ไร่เศษ รวมเงินบริจาคของผู้มีจิตศรัทธาอื่นๆ จนถึงปัจจุบันมีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 12 ไร่ และมีพระกิตติพงษ์ กัลยาโณ รักษาการเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน






ลักษณะเด่นของวัด

คือพระอุโบสถที่ตกแต่งด้วยสีขาวเป็นพื้น ประดับด้วยกระจกแวววาววิจิตรงดงามแปลกตา บนปูนปั้นเป็นลายไทย โดยเฉพาะภาพพระพุทธองค์หลังพระประธานซึ่งเป็นภาพที่ใหญ่งดงามมาก เหนืออุโบสถที่ประดับด้วยสัตว์ในเทพนิยาย เป็นรูปกึ่งช้างกึ่งวิหคเชิดงวงชูงา ดูงดงามแปลกตาน่าสนใจมาก ภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถก็เป็นฝีมือภาพเขียนของอาจารย์เอง

ความหมายของอุโบสถ

สีขาวของโบสถ์แทนพระบริสุทธิคุณของพระพุทธเจ้า กระจกขาวหมายถึง พระปัญญาธิคุณของพระพุทธเจ้าที่เปล่งประกายไปทั่วโลกมนุษย์และจักรวาล

สะพาน หมายถึง การเดินข้ามวัฏสงสารมุ่งสู่พุทธภูมิ ก่อนขึ้นสะพานครึ่งวงกลมเล็กหมายถึง โลกมนุษย์ วงใหญ่ที่มีเขี้ยวเป็นปากของพญามาร หรือพระราหู หมายถึง กิเลสในใจแทนขุมนรกคือทุกข์ ผู้ใดจะเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าในพระพุทธภูมิต้องตั้งจิตปลดปล่อยกิเลสตัณหาของตนเองทิ้งลงไปในปากพญามาร เพื่อเป็นการชำระจิตเราให้ผ่องใสถึงจะเดินผ่านขึ้นไป บนสันของสะพานจะประกอบไปด้วยอสูรอมกัน 16 ตัว ข้างละ 8 ตัว อุปกิเลส 16 จากนั้นก็จะถึงกึ่งกลางสะพาน หมายถึง เขาพระสุเมระ เป็นที่อยู่ของเทวดา ด้านล่างเป็นสระน้ำ หมายถึง สันดรมหาสมุทร มีสวรรค์ตั้งอยู่ 6 ชั้นด้วยกัน ผ่านสวรรค์ 6 เดินลงไปสู่แผ่นดินของพรหม 16 ชั้น แทนด้วยดอกบัวทิพย์ 16 ดอก รอบอุโบสถ ดอกที่ใหญ่สุด 4 ดอก ตรงทางขึ้นด้านข้างโบสถ์ หมายถึง ซุ้มพระอริยเจ้า 4 พระองค์ ประกอบด้วยพระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามี และพระอรหันต์ เป็นสงฆ์สาวกที่เราควรกราบไหว้บูชา

ก่อนขึ้นบันได ครึ่งวงกลม หมายถึง โลกุตตรปัญญา บันไดทางขึ้น 3 ขั้น แทนอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ผ่านแล้วจึงขึ้นไปสู่แผ่นดินของอรูปพรหม 4 แทนด้วยดอกบัวทิพย์ 4 ดอก และ บานประตู 4 บาน บานสุดท้ายเป็นกระจกสามเหลี่ยมแทนความว่าง (ความหลุดพ้น) แล้วจึงจะก้าวข้ามธรณีประตูเข้าสู่พุทธภูมิภายในประกอบด้วยภาพเขียนโทนสีทองทั้งหมด ผนัง 4 ด้าน เพดาน และพื้นล้วนเป็นภาพเขียนที่แสดงถึงการหลุดพ้นจากกิเลสมาร มุ่งเข้าสู่โลกุตรธรรม

ส่วนบนของหลังคาโบสถ์ ได้นำหลักธรรมอันสำคัญยิ่งของการปฏิบัติจิต 3 ข้อ คือ ศีล สมาธิ ปัญญา นำไปสู่ความว่าง (ความหลุดพ้น)

ช่อฟ้าเอก หมายถึง ศีล ประกอบด้วยสัตว์ 4 ชนิดผสมกัน แทน ดิน น้ำ ลม ไฟ ช้าง หมายถึง ดิน, นาค หมายถึง น้ำ, ปีกหงส์ หมายถึง ลม และหน้าอก หมายถึง ไฟ ขึ้นไปปกปักรักษาพระศาสนา บนหลัง ช่อฟ้าเอกแทนด้วยพระธาตุ หมายถึง ศีล 5 ศีล 8 ศีล 10 ศีล 227 ข้อ และ 84,4000 พระธรรมขันธ์

ช่อฟ้าชั้นที่ 2 (บน) หมายถึง สมาธิ แทนด้วยสัตว์ 2 ชิด คือ พญานาคกับหงส์ เขี้ยวพญานาค หมายถึง ความชั่วในตัวมนุษย์ หงส์ หมายถึง ความดีงาม ศีลเป็นตัวฆ่าความชั่ว (กิเลส) เมื่อใจเราชนะกิเลสได้ก็เกิดสมาธิ มีสติกำหนดรู้เกิดปัญญา

ช่อฟ้าชั้นที่ 3 (สูงสุด) หมายถึง ปัญญา แทนด้วยหงส์ปากครุฑ หมอบราบนิ่งสงบไม่ปรารถนาใดๆ มุ่งสู่การดับสิ้นซึ่งอาสวะกิเลสภายใน

ด้านหลังหางช่อฟ้าชั้นที่ 3 มีลวดลาย 7 ชิ้น หมายถึงโพชฌงค์ 7 ลาย 8 ชิ้นรองรับฉัตร หมายถึง มรรค 8 ฉัตรหมายถึงพระนิพพานลวดลายบนเชิงชายด้านข้างของหลังคาชั้นบนสุดแทนด้วยสังโยชน์ 10 เสา 4 มุม ด้านข้างโบสถ์ คือ ตุง (ธง) กระด้าง เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระพุทธเจ้าตามคติล้านนา

มืดแล้ว แวะหาอาหารง่าย ๆ สำหรับมื้อเย็นจากนั้นเข้าโรงแรมที่พัก คืนนี้พักที่โรงแรมอินคำ พรุ่งนี้เช้าจะเก็บภาพโรงแรมมาฝากค่ะ คืนนี้ขออาบน้ำนอนก่อน เพราะเดินทางมาไกล ถึงแล้วนะคะเชียงรายปลายทางของคณะเรา .....ราตรีสวัสดิ์ค่ะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สังคมแห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้

หมายเลขบันทึก: 629897, เขียน: , แก้ไข, 2017-06-16 15:48:01+07:00 +07 Asia/Bangkok, สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (Tags) #เชียงราย#วัดร่องขุ่น#พระธาตุแช่แห้ง#ไร่บุยรอดสิงห์ปาร์คเชียงราย

บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (0)