เรื่องเล่า ดร. ผึ้ง ตอน 11(จบ) ครูเพื่อศิษย์....มีจริงหรือ? ตอนจบ Dr. Robert S Chapman ครูเพื่อศิษย์ ในความทรงจำ

In memory of my greatest teacher, Dr. Robert S. Chapman, M.D., passed away on 10 June 2017

ต่อจากตอนที่แล้ว ซึ่งผู้เขียน ได้พบ ครูที่เชี่ยวชาญในศาสตร์และชำนาญในศิลป์ ชื่อ Dr. Robert S. Chapman


หลังจากนั้น วันที่ 10 มิถุนายน 2557 ผู้เขียนส่ง email ขอให้อาจารย์ท่านนี้สอนการจัดการข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูลการสำรวจระดับประเทศ สามชุดปี โดยขอใช้ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ


ผู้เขียนมีความกังวล ว่า Dr. Chapman คงปฏิเสธ เช่นเดียวกับอาจารย์ท่านอื่นๆ ที่ไม่มีเวลา กอปรกับปัญหาสุขภาพของท่านเอง แต่ปรากฎว่าท่านตอบตกลง ให้ความช่วยเหลือ จะช่วยสอน ซึ่งผู้เขียนคิดว่า หนึ่งเดือนน่าจะวิเคราะห์ข้อมูลเสร็จเรียบร้อย เพราะไม่น่าจะซับซ้อนอะไรมากนัก แค่กรอกข้อมูลลง SPSS ก็ได้ผลวิเคราะห์แล้ว


แต่ทว่า การบริหารจัดการข้อมูลนั้น ใช้เวลาถึงสี่เดือน ท่านย้ำว่า การจะนำข้อมูลการสำรวจระดับประเทศมาวิเคราะห์นี้ หัวใจสำคัญอยู่ที่การทำความสะอาดข้อมูล บริหารจัดการข้อมูล จัดการตัวแปร ให้ถูกต้อง ซึ่งขั้นตอนนี้ ต้องใช้เวลา ใช้ความละเอียดรอบคอบ


หลังจากบริหารจัดการข้อมูลแล้ว ก็ใช้เวลาวิเคราะห์และแปลผลอีกราวเจ็ดเดือน รวมระยะเวลา 11 เดือนที่ได้เรียนกับท่านแบบตัวต่อตัว ซึ่งท่านจะย้ำเรื่องความรู้พื้นฐานเสมอ ถ้าพื้นฐานไม่แม่น ไม่มั่นคง ก็ต่อยอดไม่ได้ ถึงขนาดที่ว่าบางวันท่านปิดคอมพิวเตอร์ แล้วให้ผู้เขียนนั่ง derive สมการลงกระดาษให้ท่านดู ว่าย้ายข้างจากซ้ายมาขวาอย่างไร เครื่องหมายบวก ลบ ใส่ถูกหรือไม่ ซึ่งเป็นความรู้สมัย ม. 2 ผู้เขียนต้องรื้อฟื้นอยู่นานพอควร (ท่านปิดคอมพิวเตอร์ เพื่อไม่ให้ผู้เขียนเข้า google)


ในช่วงเวลาสี่เดือนแรกนั้น ผู้เขียนตระหนักว่าได้พบครูเพื่อศิษย์ ครูผู้ซึ่งมีจิตวิญญาณความเป็นครู ครูผู้เป็นผู้ให้โดยแท้


การที่ท่านถือไม้เท้าพยุงตัว เดินขึ้นรถไฟฟ้า มาสอนแทบทุกวันนั้น ไม่ใช่สิ่งเดียวที่ทำให้ครูท่านนี้ เป็นครูเพื่อศิษย์ ทว่าในแต่ละวันนั้นผู้เขียนเห็นความทุ่มเท ความใส่ใจ ความตั้งใจ ความมุ่งมั่นในการสอนให้ศิษย์เข้าใจ ซึ่งปรากฎผ่านลายมือ ผ่านกราฟที่วาด ผ่านข้อมูลที่ท่านเตรียมใน excel เพื่อมาอธิบายให้ผู้เขียนเข้าใจ


บางวัน Dr. Chapman จะเขียนอธิบายบนกระดาษ ดังภาพ 1 ท่านอธิบาย population attributable to risk fraction



ภาพ 1 population attributable to risk fraction



ท่านจะเตรียมข้อมูลก่อนมาพบผู้เขียนเสมอ แล้วนำมาอธิบายให้ฟัง ดังภาพ 2 และ ภาพ 3 ด้านล่าง เป็นข้อมูลสมมติที่ทำใน excel จากบ้านวันที่ 14 กรกฎาคม 2557 แสดง time trends โดยใช้ค่า Odds Ratio และ Relative risk มา plot graph โดยท่านได้ชี้ให้เห็นประเด็นสำคัญของการนำค่า Odds Ratio มาแปลผล ท่านอธิบายว่าคนส่วนใหญ่ถามหาค่า Odds Ratio ซึ่งบางครั้งผลที่ได้อาจมีความคลาดเคลื่อน เพราะเมื่อถึงจุดหนึ่ง ค่า Odds Ratio จะกลับมาเท่าเดิม (parabola graph)




ภาพ 2


ภาพ 3 กราฟจากการนำค่า RR และ OR มา plot



นอกจากนี้ ท่านจะลองวิเคราะห์เอง แล้วตอบคำถามที่ท่านคิดในใจและใส่ข้อความบันทึกไว้ เพื่อเตือนความจำท่าน และเป็นการบอกให้ผู้เขียนทราบด้วยว่าท่านทำอะไร


ภาพ 4, และ 5 คือการวิเคราะห์เปรียบเทียบ model เมื่อใส่ตัวแปรต่างกัน ทำใน SPSS แล้วนำมาวางใน excel ข้อความสีน้ำเงิน สีแดง คือ note ที่ท่านใส่ไว้ ท่านจะส่งไฟล์ให้ผู้เขียนทุกครั้ง หากผู้เขียนสงสัยก็สามารถถามท่านได้




ภาพ 4 ส่วนหนึ่งจาก ไฟล์ excel


ภาพ 5 ส่วนหนึ่งจาก ไฟล์ excel



นอกจากจะช่วยวิเคราะห์และแปลผลข้อมูลแล้ว ท่านยังช่วยตรวจแก้ไข manuscript เพื่อส่งไปตีพิมพ์ที่สำนักพิมพ์แห่งหนึ่ง แต่ทว่าบทความถูก reject มาด้วยเหตุผล งานชิ้นนี้ไม่น่าสนใจ ถ้าเป็นการศึกษา age period-cohort จะน่าสนใจมากกว่านี้


เหตุผลนี้ ทำให้ท่านหัวเสียมาก แต่ท่านก็นั่งสอน นั่งอธิบายให้ผู้เขียนทราบความสัมพันธ์ของ age period cohort ซึ่งเป็นเส้นตรง ไม่สามารถแยกมาวิเคราะห์ผลกระทบ ตามที่ reviewer แสดงความเห็นได้


อ่านเพิ่มเติม A. Bell and K. Jones The impossibility of separating age, period and cohort effects. Soc Sci Med. 2013




ภาพ 6 Dr. Chapman เขียนอธิบายความสัมพันธ์ age period cohort บนกระดาษ ภาพนี้นั่งอธิบายที่โรงพยาบาล ขณะท่านเข้ารับการรักษาตัวด้วย pneumonia, COPD



ช่วงสงกรานต์ปี 2558 ปีนั้น อากาศร้อนจัด ท่านออกมายืนรอรถแท็กซี่ เพื่อจะไปสอนนิสิตที่นัดไว้ ทำให้ล้มป่วย เข้าโรงพยาบาล และพักรักษาตัวอยู่หลายเดือน โดยระหว่างนั้น ท่านได้โทรมานัดให้ผู้เขียนเข้าไปพบท่านและนั่งเรียนข้างเตียง


แม้ว่าท่านต้องเดินทางไปในที่ต่างๆ พร้อมถังออกซิเจน 1.5 คิว หลังจากออกจากโรงพยาบาลราวเดือนสิงหาคม 2558 แต่ถังออกซิเจน หรือสุขภาพที่ไม่แข็งแรงนั้น ไม่ได้ทำให้ท่านหยุดพักรักษาตัวที่บ้าน ท่านยังคงนัดให้ผู้เขียนไปพบเพื่อนั่งเรียนกับท่านอีกหลายครั้ง




ภาพ 7 Dr. Chapman วาดกราฟ อธิบายความสัมพันธ์ age period cohort ภาพนี้ ท่านนั่งสอนที่ starbucks



ต่อมาวันที่ 15 มิถุนายน 2559 เวลา 9.22 น. มี email ส่งมาจาก editor สำนักพิมพ์แห่งที่สองให้แก้ไข manuscript ตามข้อเสนอแนะ (major change requested) โดยส่งสำเนาถึง author ทุกคน ซึ่งมีอาจารย์ท่านนี้รวมอยู่ด้วย ผู้เขียนจำได้แม่นยำว่า ได้รับโทรศัพท์จาก Dr. Chapman เวลา 9.35 น. โดยประโยคแรกที่ท่านพูดคือ


Hello Pueng, I got good news concerning your manuscript then let me get help in this matter.



ผู้เขียนไม่คาดคิดว่าท่านจะโทรมา และโทรมาเร็วมาก หลังจากอ่าน email แม้ว่าก่อนหน้านี้ จะได้รับโทรศัพท์จากท่านหลายครั้ง แต่ไม่มีครั้งไหนที่ทำให้เกิดความซาบซึ้งใจได้เท่าครั้งนี้



ตลอดระยะเวลาตั้งแต่ปี 2557 ถึงปี 2559 นั้น Dr. Chapman จะนั่งสอน นั่งอธิบาย และให้ผู้เขียนนั่งทำเอง โดยส่วนใหญ่ใช้ excel



ท่านจะมีวิธีพูดให้ผู้เขียนคิด ให้ผู้เขียนทำ โดยผู้เขียนไม่รู้ตัว โดยประโยคที่ท่านพูดแปลเป็นภาษาไทย เช่น


“….บอกฉันทีสิ ช่องนี้ควรนำเลขตัวไหนมาใส่ ฉันแก่แล้ว มองเห็นไม่ชัด….”

หรือ

“……ช่วยดูทีนะ ว่าฉันใส่ตัวแปรใน syntax ครบไหม ฉันพิมพ์ถูกหรือเปล่า…… ”

หรือ

“……ฉันจำไม่ได้ ว่าคราวที่แล้ว เราใช้ model ไหน run regression…เธอจำได้ไหม…”

หรือ

“…….เธอช่วยเล่าให้ฉันฟังได้ไหม ว่าคราวที่แล้ว ทำไมเราถึงไม่ใช้ model ตัวนี้นะ ทำไม เราจึงใช้ model ตัวนี้ ….”

หรือ

“…..ฉันจะลุกไปสูดอากาศสักหน่อย เธอช่วยนำค่า prevalence ของ disability มา run model นี้ต่อใน excel ได้ไหม เธอทำได้เร็วกว่าฉัน …ฉันกลับเข้ามา เราจะได้มาดูผลด้วยกัน….”

เป็นต้น



จากประโยคข้างต้น โดยรวมคือ ครูสั่งนักเรียนทำงานนั่นเอง เพียงแต่ Dr. Chapman เปลี่ยนวิธีพูด ให้ผู้เขียนซึ่งเป็นนักเรียน รู้สึกดี เหมือน Dr. Chapman ขอให้ผู้เขียนช่วยเหลือ


นอกจากนี้ การที่ Dr. Chapman บอกให้ช่วยอธิบายให้ฟัง เพราะลืมแล้ว ก็เป็นวิธีหนึ่งที่ให้ผู้เขียนทบทวนสิ่งที่เรียนผ่านไปแล้วนั่นเอง โดยให้ผู้เขียนอธิบายให้ฟังเป็นภาษาอังกฤษ แล้ว Dr. Chapman ก็สอบทานว่าสิ่งที่ผู้เขียนเข้าใจนั้นถูกต้องหรือไม่


Dr. Chapman จะมีวิธีพูดเพื่อลดช่องว่างระหว่างครูกับศิษย์ ทำให้ผู้เขียนรู้สึกว่าท่านเป็นเพื่อนที่มาช่วยติวหนังสือ หรือเป็นเพื่อนที่มาขอคำแนะนำจากเพื่อน ประโยคที่ท่านมักพูดบ่อยๆ คือ


“.......ฉันไม่เคยวิเคราะห์ด้วยวิธีมาก่อนนะ ถือว่าเป็นการเรียนรู้ร่วมกัน…….”

หรือ

“.......ฉันไม่แน่ใจนะ เพราะไม่มีวิธีที่ตายตัว นี่ฉันแค่ลองทำดู ลองผิดลองถูกหน่ะ…….”

หรือ

“......ฉันคิดว่าเราควรทำแบบนี้นะ เธอคิดอย่างไร ถ้าไม่เห็นด้วยก็ไม่เป็นไรนะ ฉันเคารพการตัดสินใจของเธอ …….”

หรือ

“……เธอซื้อ notebook เครื่องใหม่เหรอ เครื่องนี้มันดียังไง บอกฉันได้ไหม ฉันกำลังคิดว่าจะซื้อใหม่เหมือนกัน..แต่เลือกไม่ถูก..”

หรือ

“......มือถือฉัน มันชอบดับ มันคงแก่เหมือนฉัน เธอช่วยแนะนำร้านซ่อมให้ได้ไหม ฉันใช้รุ่นนี้ (หยิบ nokia 3310 สีเทา ยื่นมาให้ดู)………”

เป็นต้น



Dr. Chapman ยังคงนัดให้ผู้เขียนเข้าไปพบเรื่อยๆ โดยปลายปี 2559 ท่านโทรมาบอกว่า ยุ่งมาก เดี๋ยวค่อยนัดกันใหม่ เพื่อมาคุยเรื่องงานวิจัยอีกชิ้นหนึ่ง แล้วท่านจะติดต่อมาอีกที


ปรากฎว่าท่านล้มป่วยและเข้าโรงพยาบาลเมื่อวันที่ 4 มกราคม 2560 ด้วยถุงลมโป่งพอง ปอดอักเสบ เมื่อไอแล้วจะปวดหลังมาก ตลอดระยะเวลาที่เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลนั้น ท่านยังคงทำหน้าที่ครู นัดให้นักศึกษาในความดูแลเข้าไปพบข้างเตียง อยู่เสมอ



ล่าสุด เมื่อวันพุธที่ 7 มิถุนายน 2560 Dr. Chapman ได้ skype มาสอบนักศึกษาปริญญาเอก ที่ท่านดูแลอยู่

ก่อนจากไปอย่างสงบ วันที่ 10 มิถุนายน 2560



Dr. Robert S. Chapman ขณะก้าวลงจากรถ taxi เพื่อมาสอนผู้เขียนตามที่ได้นัดไว้

เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2559 ผู้เขียนวิ่งออกมารอรับ จึงถ่ายภาพได้พอดี



Dr. Robert S. Chapman ขณะเปิดไฟล์ syntax เพื่ออธิบายให้ผู้เขียนฟัง เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2559



  • หากมีใครสักคนถามผู้เขียนว่า ผู้เขียนได้เรียนรู้อะไรบ้างจาก ครูเพื่อศิษย์ ที่ชื่อ Dr. Chapman
  • ผู้เขียนจะถามก่อนว่า มีเวลามากพอ ที่จะนั่งฟังผู้เขียนเล่าให้ฟังหรือไม่


  • คำถามที่ว่า ครูเพื่อศิษย์ มีจริงหรือ?
  • คำถามนี้ ผู้เขียนได้พบคำตอบด้วยตัวผู้เขียนเองแล้ว ว่าครูเพื่อศิษย์ มีตัวตนจริงๆ และครูเพื่อศิษย์ท่านนั้น ชื่อ Dr. Robert S. Chapman ครูผู้ให้ จวบจนวาระสุดท้ายของชีวิต



รำลึกพระคุณครู


ภัทรพร คงบุญ

10 มิถุนาย 2560

แก้ไข 12 มิถุนายน 2560



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สภามหาวิทยาลัย



ความเห็น (0)