ปกติเราใช้สันทนาการเพื่อ "ความสนุก" เเต่เรารู้ไหมว่า คำว่า "ความสนุกนั้น ทำไมต้องทำให้สนุก" คำถามนี้สำคัญมากต่อการเรียนรู้ขั้นต่อไป เพื่อรู้อย่างนุ่มลึกขึ้น จะได้จัดกระบวนการอย่างเข้าใจ การที่เราใช้ความสนุก เพื่อนำเข้าสู่กิจกรรมหลักนั้น มีความหมายสำคัญมาก มีแนวคิดที่อยากให้เรียนรู้ ดังนี้

๑) ทัศนคติ(Attitude) ตาม KPA เป็นภาษานักการศึกษา ซึ่งเป็นเหมือนประตูแห่งการเรียนรู้ หากเปิดประตูแห่งทัศนคตินี้ได้ ก็จะเรียนรู้ได้อย่างมีความสุข นั่นหมายความว่าการที่เราเอากิจกรรมแห่งความสนุก เช่น สันทนาการ มานำเข้ากิจกรรมจะทำให้เด็กเปิดใจที่จะเรียนรู้ได้ดีมากๆเลยทีเดียว
๒) ทฤษฎีสมอง๓ชั้น ปัญญา ๓ ฐาน ของรูดอฟ ไซส์เนอร์ กล่าวว่าหากสมองอยู่ในโหมดปกติ ได้แก่ ความกล้า(ฐานกาย) ความสบายใจ(ฐานใจ) เเละการคิดสร้างสรรค์(ฐานคิด) ซึ่งกิจกรรมสันทนาการเเละกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์สามารถเปิดประตูทั้ง๓ฐานได้ ช่วยให้สมองเข้าสู่โหมดปกติ ไม่อยู่โหมดปกป้องนั่นเอง
๓) ทฤษฏีคลื่นสมอง ปกติสมองคนเราจะอยู่ในคลื่น Beta (พื้นฐาน) เเต่เมื่อมีสันทนาการเข้ามา สมองจะปรับเป็นคลื่นแห่งการเรียนรู้ คือ Alpha Wave นั่นเอง
๔) ทฤษฎีระบบประสาท ปกติเราอยู่กับระบบประสาทซิมพาเทติก(กลไกป้องกันตนเอง) เเต่สันทนาการจะช่วยให้ระบบประสาทพาราซิมพาเทติก(กลไกปลอดภัย) ให้ทำงานตรงข้ามกับซิมพาเทติกนั่นเอง
๕) ทฤษฎีนิวโรไซส์ กล่าวว่า สมองคนเรามีเซลล์ประสาท ชื่อ นิวรอน เป็นตัวกำหนดพฤติกรรม หากนิวรอนเป็นบวก ก็จะทำดี หากนิวรอนเป็นลบก็จะทำไม่ดี สันทนาการเเละกิจกรรมดี สร้างสรรค์ ไม่ลามก ช่วยให้นิวรอนเป็นบวก ซึ่งจะส่งผลทำให้เกิดพฤติกรรมที่ดี

หากพูดภาษานักกิจกรรม ในขั้นสนุกนี้ เรามักเรียกว่า "กิจกรรมสันทนาการ" ซึ่งใช้เพื่อละลายพฤติกรรม สานสัมพันธ์กันในค่าย คั่นความเป็นวิชาการ ให้มีบรรยากาศอยากเรียน อยากรู้มากยิ่งขึ้น ฉะนั้นเเล้ว คำว่า "สนุก" จึงมีความหมายมากต่อการเรียนรู้ในศตวรรษนี้ เเต่สนุกก็มีขอบเขตเช่นเดียวกัน ซึ่งข้อนี้เราในบทบาทผู้จัดกระบวนการ ต้องใคร่ครวญอย่างนุ่มลึก ..

ปล.บันทึกนี้ เป็นคำถามปลายเปิด ของ 3 กำลัง ส โมเดล (ขั้นสนุก) ที่จะเขียนต่อไป ...