Diabetic foot:

เป็นภาวะแทรกซ้อนหนึ่งที่เป็นสาเหตุสำคัญทำให้ผู้เป็นเบาหวานถูกตัดขาทั่วโลกประมาณ 70% และทุก 30 นาทีในผู้เป็นเบาหวานที่มีแผลจะสูญเสียขาหรือเท้า จากเบาหวานหนึ่งข้างด้วยอัตรา 13.7 คน/พัน/ปี ซึ่งสูงกว่าผู้ที่ไม่ได้เป็นเบาหวานถึง 25 เท่าและมีอัตราเสียชีวิตในช่วง 5 ปี สูงกว่าผู้ที่ไม่มีประวัติแผลที่เท้าสาเหตุสำคัญส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่เท้าคือ หลอดเลือดแดงส่วนปลายตีบหรืออุดตัน พบว่าประมาณ 10-60 % พบร่วมกับโรคระบบประสาทส่วนปลายเสื่อม และหรือการติดเชื้อ มักพบในผู้เป็นเบาหวานที่คุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้ และเป็นมานานมากกว่า 10 ปี เมื่ออายุมากขึ้นยิ่งมีภาวะน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นและเป็นระยะเวลานาน ทำให้มีแนวโน้มในการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่มีความรุนแรงและรวดเร็วมากกว่าผู้เป็นเบาหวานที่อายุน้อยกว่า (Kim, 2012; Kirkman, 2012) ทั้งแบบเฉียบพลันและแบบเรื้อรัง อันเป็นพยาธิสภาพที่เกิดกับหลอดเลือดขนาดใหญ่และขนาดเล็ก เกิดการทำลายต่อเนื้อเยื่อและอวัยวะต่าง ๆ ทั่วร่างกาย ได้แก่ ภาวะแทรกซ้อนทางตา ไต ระบบประสาทส่วนปลาย ภาวะแทรกซ้อนของหลอดเลือดแดงและภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ (อมรา ทองหงส์, กมลชนก เทพสิทธา, และ ภาคภูมิ จงพิริยะอนันต์, 2555)

ปัจจัยที่ไม่สามารถคุมระดับน้ำตาลได้เกี่ยวเนื่องจากมีภาวะดื้ออินซูลิน และความสามารถในการดูแลตัวเองลดลง สูญเสียมวลและความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อโครงร่าง กระดูกและข้อเสื่อมถอย มีภาวะพึ่งพิงบุคคลใกล้ชิด มีการกำเริบของโรคต่าง ๆ ที่ต้องใช้ระยะเวลานานในการฟื้นฟูสภาพให้กลับมาใกล้เคียงปกติ พฤติกรรมการรับประทานอาหารที่เปลี่ยนแปลง (จินดาวรรณ เงารัศมี, จุฑามาศ จันทร์เสงี่ยม, ดวงใจ พรหมพยัคฆ์, มณฑนา อัจฉริยศักดิ์ชัย, และสุวรรณี คลังฤทธิ์, 2551) และกิจกรรมทางกายที่มีความสัมพันธ์ทางลบกับระดับน้ำตาลในเลือด (พรทิพย์ มาลาธรรม, 2554) มีปัญหาการรับรู้ทำให้รับประทานยาไม่ถูกต้อง มีภาวะซึมเศร้า (Kirkman et al., 2012) และในระยะยาวค่าเฉลี่ยของระดับน้ำตาลสะสมในเลือดจะเพิ่มขึ้นและไม่คงที่ การใช้ยามากควบคุมเคร่งครัดอาจเกิดผลเสียมากกว่า เช่น ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำนำไปสู่การเสียชีวิตได้ง่าย แต่ถ้าปล่อยให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงนาน ๆ จะเกิดภาวะแทรกซ้อนจากเบาหวานตามมา (ADA,2014; IDF, 2013;Kim, Kim, Sung, Cho & Park, 2012)

การนวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้า:

เป็นการบูรณาการปรัชญาการแพทย์แผนตะวันออก และแพทย์แผนตะวันตก ใช้ดูแลสุขภาพแบบผสมผสานที่สืบต่อกันมาแต่ดั้งเดิม เป็นศาสตร์และศิลป์ที่อยู่บนหลักการของความเป็นเหตุและผลทางวิทยาศาสตร์ โดยร่วมกันอธิบายผลของการนวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้า ต่อการปรับสมดุลการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย ที่มีพื้นฐานมาจากทฤษฎีโซนพลัง และทฤษฎีเมอร์ริเดียน ทำให้มีการถ่ายทอดพลังตามเส้นโคจรพลัง มีผลต่อระบบการไหลเวียนของเลือด ระบบประสาทโดยตรง และสะท้อนส่งผ่านพลังไปยังอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายตามจุดที่กด เมื่อกดแล้วจะมีปฏิกิริยาสะท้อนไปตามเส้นโคจรพลัง 10 เส้น ที่เริ่มจากนิ้วหัวแม่เท้าหรือนิ้วหัวแม่มือ โดยการนวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้าทั้งหมด 62 จุดเป็นการปรับสมดุลของร่างกายทั้งหมด จากนั้นจึงเป็นการกดจุดสะท้อนของอวัยวะบนฝ่าเท้า 26 จุดช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของพลังงานผ่อนคลายความเครียดระดับลึก ขับสารพิษ (ลดาวัลย์ อุ่นประเสริฐพงศ์, 2549) เมื่อร่างกายสู่สมดุลและความเครียดลดลง ส่งผลให้ต่อมหมวกไตผลิตฮอร์โมนอิพิเนฟริน นอร์อิพิเนฟริน และคอร์ติโคสเตอรอยด์ลดลง การหลั่งคอร์ติซอลลดลง ทำให้หลอดเลือดคลายตัว การสังเคราะห์น้ำตาลเข้าเซลล์ลดลง ร่างกายมีระดับความดันโลหิตลดลง หัวใจเต้นช้าลง น้ำตาลในเลือดจึงลดลง จากนั้นเน้นไปที่ 13 จุดที่มีผลต่อการทำงานและควบคุมระดับน้ำตาลให้มีประสิทธิภาพ ประกอบด้วย จุดศูนย์รวมประสาทสมอง ต่อมใต้สมองต่อมไร้ท่อ หัวใจ กระดูกสันหลัง กระบังลม ปอด ตับ ตับอ่อน ต่อมหมวกไต ไต ท่อไต และกระเพาะปัสสาวะ เพื่อให้มีการทำงานประสานกันระหว่างระบบประสาทโซมาติก ระบบประสาทอัตโนมัติ และระบบต่อมไร้ท่อต่าง ๆ ของร่างกาย ให้มีการหลั่งฮอร์โมน และทำงานได้ตามปกติ นอกจากนี้การนวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้ายังมีผลต่อจิตใจ โดยใช้มือทั้งสองข้างของผู้นวด กด คลึง ครูด ลูบ กระตุ้น ที่ฝ่าเท้า เพื่อให้การไหลเวียนของเลือดและต่อมน้ำเหลือง ตลอดจนพลังงานที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ให้มีการไหลเวียนสะดวก คล่องตัวและสมดุล (ลดาวัลย์ อุ่นประเสริฐพงศ์, 2549; ลดาวัลย์ อุ่นประเสริฐพงศ์ นิชโรจน์, 2556) ระบบภูมิคุ้มกันทำงานของร่างกายดีขึ้น (Stephen, Weinrich, & Tavakori, 2001) การทำงานของระบบประสาทดีขึ้น (Watson & Voner, 2009) ระหว่างนั้นกล้ามเนื้อที่ได้รับการนวดมีเลือดมาเลี้ยงเพิ่มขึ้นและอุณหภูมิสูงขึ้น ทำให้กล้ามเนื้อเรียบในหลอดเลือดคลายตัว มีการหลั่งไนตริกออกไซด์ที่ทำให้หลอดเลือดแดงขยายตัว ส่งผลให้เลือดไหลเวียนสะดวก ปริมาณเลือดไหลมาสู่หลอดเลือดแดงบริเวณขาและเท้ามากขึ้น ความดันโลหิตบริเวณข้อเท้าจึงสูงขึ้นในขณะที่ความดันโลหิตบริเวณแขนลดลง ทำให้ค่าแรงดันของหลอดเลือดแดงส่วนปลายเพิ่มขึ้น ช่วยลดระดับน้ำตาลสะสมในเลือด อันส่งผลให้ลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เท้า และควบคุมเบาหวานได้


ภาพ 1 การนวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้า

ภาพ 2 การวัดแรงดันของหลอดเลือดแดงส่วนปลาย


Gotoknow.docxGotoknow.docxGotoknow.docx

ผลการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของระดับน้ำตาลสะสมในเลือดและค่าเฉลี่ยแรงดันของหลอดเลือดแดงส่วนปลายของผู้สูงอายุเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ของกลุ่มที่ได้รับและไม่ได้รับโปรแกรมการนวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้า 2 เดือน แต่เนื่องจากก่อนนวดมีความแตกต่างของค่าแรงดันของหลอดเลือดแดงส่วนปลายจึงต้องใช้ค่าแตกต่างของค่าแรงดันของหลอดเลือดส่วนปลาย มาเปรียบเทียบพบว่า ภายหลังได้รับโปรแกรมการนวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้า 2 เดือน ในกลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ยของระดับน้ำตาลสะสมในเลือดน้อยกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (p = .009) และมีค่าแตกต่างของค่าแรงดันของหลอดเลือดแดงส่วนปลายมากกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 (p < .001) จากตารางที่ 4 – 5 ผลการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยระดับน้ำตาลในเลือด และค่าแตกต่างของค่าแรงดันของหลอดเลือดแดงส่วนปลาย ในผู้สูงอายุเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ของกลุ่มทดลองภายหลังได้รับโปรแกรมการนวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้า 2 เดือน พบว่า ภายหลังได้รับโปรแกรมการนวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้า มีค่าเฉลี่ยระดับน้ำตาลสะสมในเลือดน้อยกว่าก่อนการนวดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 (p < .001) และค่าแตกต่างของค่าแรงดันหลอดเลือดแดงส่วนปลาย มากกว่าก่อนการนวดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 (p < .001)



Gotoknow.docx