ด้วยว่าพ่อกับแม่อยากให้ลูกได้มีประสบการณ์ใหม่ๆ ในโลกใบกว้างที่มีวัฒนธรรมที่หลากหลาย เราจึงพากันไปเรียนรู้นอกห้องเรียนในประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเชียค่ะ และโชคดีที่เราอยู่หาดใหญ่ซึ่งใกล้กันมากับปีนังซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองมรดกโลกแห่งแหลมมะละกาค่ะ

เราออกเดินทางจากหาดใหญ่ตั้งแต่ 7 โมงเช้าด้วยรถมิว-7 แบบเหมา ไปถึงปีนังก็เป็นเวลาประมาณเที่ยงครึ่งเวลาของมาเลเซียซึ่งเร็วกว่าเราหนึ่งชั่วโมงค่ะ โดยรวมก็ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงจากหาดใหญ่ไปปีนังค่ะ

และเนื่องจากทั้งพ่อและแม่เป็นคนที่ชอบเรียนรู้วัฒนธรรมต่างๆ ของโลก จึงเลือกมาพักที่โรงแรมมัตติกรอฟ (Multri Grove) อยู่ต้นถนน Multri ซึ่งเราชอบเรียกว่าถนนมนตรีเพื่อให้ลูกได้ซึมซับสถาปัตกรรมและการใช้ชีวิตของคนจีนเมื่อ 100 กว่าปีในเมืองจอร์จทาวน์ (George town) รัฐปีนัง (Penang)

โรงแรมนี้เดิมเป็นตึกแถวเก่าสองชั้นแบบ Shophouse จำนวน 10 หลัง ซึ่งเป็นบ้านของคนงานที่ทำงานให้กับครอบครัวเศรษฐีบนถนนสายนี้ในสมัยก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง

ทั้งตัวคาน หน้าต่าง ประตู พื้นกระเบื้อง เป็นของดั้งเดิมของบ้านและนำมาตกแต่งบูรณะใหม่ รวมทั้งเฟอร์นิเจอร์ก็เป็นของโบราณ ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะเครื่องแป้งและโต๊ะเขียนหนังสือ

เราได้ห้องชั้นล่าง พื้นเป็นหินชัด และธรรมชาติที่ร่มรื่นรอบตัวตึก ทำให้อากาศเย็นสบายตลอด ห้องใหญ่มากขนาดตึกแถวหนึ่งห้องทีเดียว ยาวประมาณ 130 ฟุต ตั้งแต่หน้าบ้านจนถึงสวนหลังบ้าน และประตูห้องชั้นล่างคือประตูทางเข้าบ้านของเดิมนั่นเองค่ะ

บอกเลยว่าชื่นชมเจ้าของโรงแรมมากค่ะ Chris Ong ชาวปีนังเขาเป็นทั้งสถาปนิกและเป็นเจ้าของค่ะ งานทุกชิ้นของทุกอย่างเขาเลือกเองกับมือ เขาชื่นชอบในการบูรณะซ่อมแซมบ้านเก่าก่อนสงครามโลกในปีนังซึ่งเป็นแผ่นดินเกิดของต้นตระกูลของเขานั่นเองค่ะ

ประตูทางเข้าห้องพักแต่ละห้อง ซึ่งเดิมเป็นประตูทางเข้าบ้าน


สนามหญ้าหน้าบ้าน


เตียงนอนก่อปูนแล้วเอาฟูกวาง ต้องใช้มุ้ง เพราะยุงค่อนข้างเยอะ เจ้าหน้าที่จะเอายาฉีดกันยุงมาฉีดให้ตอนเย็น เราปฏิเสธอย่างแข็งขัน


หน้าต่างและประตูเป็นของเดิมทั้งสิ้น


คานไม้สูงก็เป็นของเดิม



ภาพจาก https://www.pinterest.com/pin/12596073938866871/ เป็น shophouse ของเดิมก่อนที่เจ้าของโรงแรมจะเข้ามาปรับปรุง