ลองเป็น Change Agent ให้สำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 (สสพ. 1) ดูสักตั้ง

1. สหกรณ์เหมือนสมาร์ทโฟน ไร้สาย ทำหน้าที่ได้หลายอย่างมาก ดูหนัง ฟังเพลง แชท ถ่ายเอกสาร ไฟฉายสำหรับผู้สูงอายุ ติดต่อสื่อสาร เรียนวิชาความรู้ เป็นดิกชั่นนารี่ เป็นเนวิเกเตอร์นำทาง เป็นกล้องถ่ายรูป เป็นอุปกรณ์ถ่ายวิดีโอ

แต่หน่วยงานควบคุม กลับ ต้องการให้เป็นโทรศัพท์มีสายรุ่นเก่า ใช้ปากพูดหูฟัง เพียงเท่านั้นคิด
ทำเพื่อให้ง่ายต่อการควบคุม ง่ายต่อการได้มาซึ่งความสำเร็จของตัวชี้วัดซึ่งเจ้าหน้าที่ส่งเสริมสหกรณ์ไม่ได้ทำเอง

โดยอคติ 4 รัก(ฉันทาคติ) เกลี่ยด (โทสาคติ) กลัว (โมหาคติ) หลง(ภยาคติ)
สหกรณ์ต้องเป็น อเนกประสงค์ (multipurpose) ตามคุณประโยชน์ที่มีที่ควรเป็น

2. ต้องปรับโครงสร้างหน่วยงานส่งเสริมสหกรณ์กทม. ให้เล็ก เพิ่ม จำนวนหน่วยโดยแต่ละชุด
มี กำลังรบ และเสนาธิการ หน่วยงานราชการต้องถอยออกจากสหกรณ์ตามหลักการสหกรณ์ที่ 4
ในสหกรณ์ที่เดินได้ดีแล้ว (ที่เดินไปตามทิศทางความเป็นสหกรณ์แล้ว) สหกรณ์ตั้งใหม่ ตั้งไข่ แรกตั้ง ยังต้องเข้าไปส่งเสริม คุ้มครอง ดูแลอยู่อีกมากมาย

3. งานส่งเสริมสหกรณ์ ต้อง เป็นงานรัฐศาสตร์ให้มากขึ้น ความเป็นสหกรณ์จึงจะเกิดขึ้น
สหกรณ์เป็นงานพระคุณ ไม่ใช่งานพระเดช ยามใดเมื่อเจ้าหน้าที่ส่งเสริมสหกรณ์หันไปใช้พระเดช
โดยไม่สร้างพระคุณนั้นแสดงให้เห็นว่า สหกรณ์เดินไปผิดทาง

ต้องมีหน่วยงาน ลักษณะ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมสหกรณ์ขึ้น

ต้องนำปรัชญาของการสหกรณ์ นิยามสหกรณ์ ค่านิยมสหกรณ์ และหลักการสหกรณ์มาใช้
เพื่อความสุขของประชาชนผ่านสหกรณ์ 4.0 โดยเฉพาะหลักการสหกรณ์ที่ 4 ต้องปลดปล่อยสหกรณ์ที่เข้มแข็ง
มีทิศทางความเป็นสหกรณ์ถูกต้องแล้ว ให้ช่วยตนเอง เพื่อให้สมาชิกมาช่วยเหลือกันผ่านสหกรณ์นั้น ๆ ได้สะดวก

4. เรื่องการประชาสัมพันธ์ สร้างความเข้าใจ ก็ต้องสร้าง content ที่มีคุณค่าเชื่อถือได้
เป็นอันดับต้นอุปกรณ์กับวิธีการเป็นเรื่องรองลงมา

5. ฝ่ายบริหารการส่งเสริมสหกรณ์ กับฝ่ายวิชาการสหกรณ์ต้องบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ และหน่วยงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สันนิบาตสหกรณ์ ชุมนุมสหกรณ์ และหน่วยงานอื่น ๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนต้องปรองดองช่วยเหลือแบ่งปันกันอย่างสร้างสรรค์

6. ใช้ศาสตร์พระราชาสร้าง smart officer
ถ้าจะมี smart co-op ทำหน้าที่ได้เหมือน smart Phone
ต้อง ใช้ smart officer และ ระบบราชการ 4.0

7. องค์การของ smart officer ต้อง flat สายการบังคับบัญชาสั้น ปล่่อยแบบตามยถกรรมตัวใครตัวมันไม่ได้แล้ว คำพูดที่ว่าฉันเป็นผู้ไปจัดตั้งสหกรณ์ แล้วถ้าสหกรณ์ดีเป็นผลงานของฉัน สหกรณ์ผลงานแย่เป็นเพราะเจ้าหน้าที่กลุ่มส่งเสริมสหกรณ์ต้องยกออกไป เพราะศักดิ์ศรีของกรมส่งเสริมสหกรณ์ขึ้นอยู่กับคนกรมส่งเสริมสหกรณ์ทุกคน

8. ใช้แบบอย่างการเก็บรายงานการประชุม และการแปลงรายงานการประชุมแบบคำพูด มาเป็นตัวอักษร โดยใช้อุปกรณ์การแปลงด้วยคอมพิวเตอร์ แบบที่รัฐสภาใช้ , สำนักนายก(รายการการศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน)ก็ใช้ แบบเดียวกับที่ศาลใช้บันทึกถ้อยคำ ศูนย์ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมสหกรณ์ ของกรมส่งเสริมสหกรณ์ ช่วยจัดหา ซอฟ์ทแวร์ และอุปกรณ์เหล่านี้มาได้ไม่ยาก เพราะในโทรศัพท์มือถือก็ทำกันได้บ้างแล้ว

ส่วนการประชุมที่อัดเป็นคลิปไว้ จะนำขึ้น ยูทูป หรือ ใส่ไว้ใน อินทราเน็ต ก็สุดแต่จะพิจารณา การเผยแพร่ฝึกอบรมก็เช่นกัน อัดไว้ถอดคำพูดไว้ นำมาประเมินได้ พิจารณาในตอนหลังได้เช่นกัน ต่อไปผู้เข้าประชุม ผู้เข้าร่วมประชุม ประธาน รองประธาน เลขา ในที่ประชุม ทำการบ้านครั้งเดียว นำคลิปมาเปิดซ้ำดูได้

9. เปลี่ยนเป็นแบบกระทรวงสาธารณสุข สำหรับ สหกรณ์ที่ตั้งขึ้นใหม่ เราจะไม่ใช้วิธีเข้าไปรักษาโรค คือตั้งใหม่แล้ว ปล่อย จะเกิดปัญหาเหมือนเกิดโรค ต้องเข้าไปรักษาโรค แก้ปัญหา เปลี่ยนเป็นการป้องกัน หันกลับมาทุ่มเทกับสหกรณ์ตั้งใหม่ เข้าไปฉีดวัคซีน สร้างภูมิคุ้มกัน ประคับประคองให้สหกรณ์อยู่ได้อย่างเข้มข้นใน 3 ปีแรก สำหรับสหกรณ์ที่ตั้งขึ้นมานานแล้วรักษาตามอาการ ให้ยารักษาไปตามอาการ ไม่เน้นถ้าคนไม่พอ

10. เกิดวิจิกิจฉา (ความลังเลสังสัย) กับตัวชี้วัด ของกรมที่นั่งทำบนห้องปรับอากาศ หรือตามโรงแรม ว่าเมื่อดำเนินการตามตัวชี้วัด ครบทุกตัว ได้ 100 % แล้วจะส่งผลให้ สหกรณ์เป็นไปตามปรัชญาสหกรณ์ หรือไม่ คือสมาชิกจะมา "ช่วยตน ช่วยกัน (self help mutual help)ตามปรัชญาของการสหกรณ์ได้จริงหรือไม่ ส่งผลต่อความสุขความเจริญของสมาชิกไม่มาก

ตัวชี้วัดต่าง ๆ เมื่อกรมทำแล้ว ก็เพียงแต่ติดตามผลตามแผน (monitoring) ส่วนใหญ่จะไม่ได้ทำประเมินผล (evaluation) ว่าเมื่อดำเนินการการได้ตามนั้นแล้ว จะทำให้สหกรณ์เป็น ไปตามปรัชญาสหกรณ์ มากน้อยเพียงใด สมาชิกสหกรณ์มีความสุขความเจริญจากตัวชี้วัดต่าง ๆเหล่านั้นหรือไม่

คิดไปว่า ตัวชี้วัด ข้าราชการในกรม จะประสบความสำเร็จกันมากมาย แต่ข้าราชการในพื้นที่ปฏิบัติการ ที่เข้าไปทำตามตัวชี้วัดไม่ได้รับผลใด ๆ ต้องก้มหน้าก้มตาแบกรับตัวชี้วัดไปวัน ๆ ขาดขวัญและกำลังใจ

ทำให้มีการพลิกแพลง ใช้วิธีการทำงานสำหรับตัวชึ้วัดในปัจจุบัน ให้รุ่งเรือง คือ เข้าหา ผู้บังคับบัญชา ให้จัดสหกรณ์ที่ช่วยตนเองได้เป็นอย่างดี ให้ผู้นั้นเป็นผู้ดูแล แล้วก็นำผลงานตามตัวชี้วัดรายงานผู้บังคับบัญชา ก็จะก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว

11. เรื่องตรวจการ ควรกระจายให้กลุ่มงานสนับสนุน โดยกลุ่มส่งเสริมไม่ควรอยู่ในคณะตรวจการ

12. เรื่อง การกระจายข้อมูล แบบกระทรวงการต่างประเทศ กระจายโดย access เข้ามาดูเองทุกหน่วย
จะรับข้อมูลแบบเดียวกันเหมือนกัน เซิฟเวอร์ อยู่ในห้องกระจกใสใคร ๆ ก็มองเห็น

13. put the right man on the right job
ยังใช้ได้อยู่ ต้องแบ่งชั้นสหกรณ์ แล้วเข้าไปสหกรณ์ตั้งใหม่ กับสหกรณ์ที่ช่วยตนเองได้น้อย
สหกรณ์แนววิชาการ สหกรณ์แนวบริหาร ต้องจัดคนให้เหมาะสม

14. ปฏิบัติตามชื่อ กรม กรมส่งเสริมสหกรณ์ สำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานครพื้นที่ 1
ข้าราชการทุกท่านทุกคน ไม่ว่าเก่า หรือไม่ อยู่หน่วยงานส่งเสริมสหกรณ์ หรือหน่วยงานสนับสนุนทางวิชาการ ล้วนต้องมีหน้าที่ส่งเสริมสหกรณ์ด้วยกันหมดทุกรูปทุกนาม

เพื่อที่ข้าราชการทุกคนจะได้เรียนรู้จากการปฏิบัติ learning by doing ต้องมีสหกรณ์สำหรับส่งเสริมอย่างน้อย 2 สหกรณ์ สหกรณ์มั่งมี 1 กับสหกรณ์แบบพอเพียง 1 แล้ว จะไปส่งเสริมแบบเดียว หรือแบบเป็นทีมก็แล้วแต่ความชอบ เพื่อได้เข้าใจและซีมซับวิธีการส่งเสริมสหกรณ์ไว้ใช้ในอนาคต

15. สถานการณ์ในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงเร็วมาก Thailand 4.0 , สภาพแวดล้อม Digital Economy , Fintech ,Mobile banking,internet bank,พร้อมเพย์ ,Cooperative 4.0 ,Digital Cooperative ฯลฯ สหกรณ์ที่มีเป็นสหกรณ์ที่แท้จริงเท่านั้น
ที่จะยังคงอยู่ได้ หัวใจสหกรณ์จะเป็นสิ่งสำคัญมากในการดำรงอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป

16. การปฏิบัติตามหลักการสหกรณ์ที่ 5 การศึกษา การฝึกอบรม และข่าวสาร

สหกรณ์พึงให้การศึกษา การฝึกอบรม และข่าวสาร แก่มวลสมาชิกผู้แทนจากการเลือกตั้ง ผู้จัดการ พนักงาน เพื่อบุคคลเหล่านั้น สามารถมีส่วนช่วยพัฒนาสหกรณ์ของตนได้อย่างมีประสิทธิผล และสามารถให้ข่าวสารแก่สาธารณชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งแก่เยาวชนและบรรดาผู้นำทางความคิด ในเรื่องคุณลักษณะและคุณประโยชน์ของสหกรณ์ได้

ทั้งการให้การศึกษา การให้การฝึกอบรม และการให้ข่าวสาร แก่เยาวชน และบรรดาผู้นำทางความคิด ในเรื่อง คุณลักษณะและคุณประโยชน์ของสหกรณ์ได้ ด้วยสื่อ Digital เป็น Digital education , Digital training ,Digital information

การส่งผ่านความรู้เรื่องการสหกรณ์ไปสู่สมาชิกสหกรณ์ไทย และบุคคลทั่วไปทางดิจิทัล สามารถนำ วิชาโลจิสติกส์ ด้านซัพพลายเชน มาประยุกต์ใช้ได้ และในอีกด้านการค้นคว้าหาความรู้ในเรื่อง การสหกรณ์นั้น ก็สามารถ นำวิชาโลจิสติกส์ ด้านดีมานด์เชน มาประยุกต์ใช้ได้เช่นกัน

พีระพงศ์ วาระเสน
12 เมษายน 2560






บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกความคิดของ Peeraphong Varasen



ความเห็น (0)