สรุป : ความรู้พื้นฐานทางสุนทรียภาพ
(1) ภูมิหลังและความหมายของสุนทรียศาสตร์ [Aesthetics]
- เริ่มต้นอย่างเป็นระบบในยุคสมัยของเพลโตและอริสโตเติล
o เชื่อว่ามนุษย์ลอกเลียนธรรมชาติครบถ้วนสมบูรณ์คือผลงานชั้นเลิศ
- คริสต์ศตวรรษที่19 ปรากฏในวงการศิลปะฝรั่งเศส นำสุนทรียศาสตร์มาวิจารณ์ประเทศแรกก่อนจะแพร่หลาย
o การนำสุนทรียศาสตร์มาวิจารณ์มีพื้นฐานจากทฤษฎีชาวเยอรมันชื่อคานท์
o คานท์รับอิทธิพลมาจากเอ็ดการ์ อัลลัล โป “ the poetic principle”
o “poem written solely for the poem’s sake “
- หลัง AD.16 พิจารณาผลงานตามแต่ใจของผู้เขียนแสดงออกเต็มที่ “ I,art pour I,art”
- Aesthetics มาจากคำว่า Aisthenathai =to perceive + Aestheta = สิ่งที่รับรู้ได้
o นำมารวมกันเป็นคำเดียวกันคือ Aithetikos=สิ่งที่เกี่ยวกับความรู้สึกทางการรับรู้
- Aesthetics เกิดขึ้นโดย Alexander baumgarten นักปราชญ์เยอรมัน นำคำว่า Aisthesis ในภาษากรีกมาใช้ หมายถึงการรับรู้ความรู้สึก
- สุนทรียศาสตร์ [Aesthetics] เป็นสาขาหนึ่งในคุณวิทยา(Axiology) Logic , Ethics
- พจนานุกรม =ปรัชญาสาขาหนึ่งที่ว่าด้วยความงาม
- เริ่มเรียกสุนทรียศาสตร์ = พระยาอนุมานราชธน
o นำศัพท์สันสกฤต2 คำ คือ ศาสตร (ความรู้)+สุนทรีย(ความงาม)=วิชาที่ว่าด้วยสิ่งสวยงาม
(2) ประเภทของศิลปะและความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสุนทรียภาพ
- ศิลปะเป็น อกาลิโก
- ศิลปะแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ ประโยชน์ศิลป์และวิจิตรศิลป์
- ประโยชน์ศิลป์=มีประโยชน์+สุนทรียะ
- วิจิตรศิลป์=สุนทรียะอย่างเดียว
- วิจิตรศิลป์ 4 ประเภทคือ
- ทัศนศิลป์=วาดภาพ+แกะสลัก
- โสตศิลป์=ดนตรี
- สัญลักษณ์ศิลป์ = วรรณคดี
- ศิลปะผสม= เต้นรำ,ศิลปะแต่ 2อย่างขึ้นไปมารวมกัน
- ผู้ชื่นชอบศิลปะแบบใดมักแสดงออกแบบนั้น
- ชอบอักษร-----นักเขียน
- ชอบเสียง----ดนตรี
- ชอบร่างกาย----ศิลปะการแสดง
- วัตถุ-----ทัศนศิลป์+สถาปัตยกรรม
- กระบวนการทางสุนทรียภาพ
บรรณานุกรม
กีรติ ธนะไชยและคณะ.2560.ภาษาไทยเพื่อการสื่อสารเชิงสุนทรียภาพ.มหาสารคาม : อภิชาติการพิมพ์.
