วันที่ 48 ป.1/1 (17 กุมภาพันธ์ 2560)

วันนี้เป็นวันที่เด็ก ๆ ชั้น ป.3 ไปเข้าค่ายลูกเสือที่ค่ายลูกเสือชั่วคราว ห้วยตึงเฒ่า อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่

เพื่อน ๆ ก็ไปช่วยคุมนักเรียนกันหมด

เหลือฉันที่ต้องอยู่โรงเรียน เพื่อดูแลเด็ก ๆ ชั้น ป.1/1

เพราะครูประจำชั้น ป.1/1 ต้องไปเข้าค่ายในวันนี้เพื่อทำผลงานเกี่ยวกับลูกเสือ

ฉันไม่เสียใจที่ได้อยู่เฝ้าเด็ก ๆ แต่แอบเสียดายที่ไม่ได้ไปกับเด็ก ๆ ป.3/6

แต่ยังไงหน้าที่ก็ต้องมาก่อนความต้องการเสมอ...


วันนี้ต้องอยู่เฝ้าเด็ก ป.1/1 ทั้งวัน

ห้องที่รวมความ...ที่สุด ไว้ในหนึ่งเดียว ><

คาบเรียนแรก ฉันให้เด็กได้ทำแบบฝึกหัดอ่านออกเขียนได้ก่อน

เนื่องจากเด็กห้องนี้รวมความที่สุดและความพิเศษไว้มากมาย เด็กแต่ละคนจึงเรียนรู้ได้ไม่เท่ากัน

เด็กบางคนทำแบบฝึกหัดและอ่านหนังสือได้อย่างคล่องแคล่ว แต่เด็กบางคนทำไม่ได้เลย


แค่เริ่มต้นคาบเรียนแรก เด็ก ๆ ก็ลุกเดินไป ๆ มา ๆ ทั่วห้องเหมือนเดินสวนสนาม

พอฉันถามว่า ลุกไปไหนกัน เด็ก ๆ ก็ตอบว่า "ไปเหลาดินสอครับ/ค่ะ"

หากปล่อยให้เป็นอย่างนี้ เด็ก ๆ คงไม่มีสมาธิเรียนจนหมดคาบและฉันคงจะเวียนหัวน่าดู

ฉันจึงตัดปัญหาโดยการยืมกบเหลาดินสอของเด็กคนหนึ่งมา จากนั้นก็บอกให้เด็ก ๆ ต่อแถวมาหาฉัน

ฉันนั่งเหลาดินสอให้ทุก ๆ ทุกวัน คนละแท่งสองแท่ง

จากนั้นเด็ก ๆ ก็ไม่ลุกไปเหลาดินสออีกเลยและเด็ก ๆ ก็ตั้งใจทำแบบฝึกหัดของตนเอง


ภาพนี้ฉันกำลังเหลาดินสอให้เด็ก ๆ


ภาพเด็ก ป.1/1 นั่งทำแบบฝึกหัดอย่างเรียบร้อย หลังจากที่ฉันเหลาดินสอให้แล้ว


เวลาในคาบแรกผ่านไป ฉันกลัวเด็ก ๆ จะเบื่อภาษาไทยไปซะก่อนจึงบอกให้เด็ก ๆ เตรียมวิชาคณิตศาสตร์ขึ้นมา

ฉันกำลังจะเขียนโจทย์คณิตศาสตร์บนกระดานก็ปรากฏว่า คาบสองมีคุณครูมาสอนเด็ก ๆ

ดังนั้นฉันจึงไปสอนนักเรียน ชั้น ป.1/4 เช่นกัน

ฉันกลับมาอีกทีในคาบเรียนที่ 3 ปรากฏว่า สภาพห้องเรียนที่ดี ๆ เมื่อเช้า ตอนนี้ห้องได้เละไปแล้ว

โต๊ะเก้าอี้เลื่อนไม่เป็นแถว เศษขยะ เศษกระดาษ ดินสอ ยางลบ ไม้บรรทัด หล่นเต็มพื้นไปหมด

แค่เราปล่อยพวกเขาทิ้ง เมื่อไม่ได้รับการใส่ใจ เด็ก ๆ ก็เป็นอย่างที่เห็น


ดังนั้นในคาบเรียนที่ 3 ฉันจึงสอนวิชาประวัติศาสตร์ ให้แก่พวกเขา

หากไม่สอนอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน เด็ก ๆ คงได้ออกฤทธิ์ออกเดชกันมากกว่านี้

กว่าครูที่สอนคาบ 2 จะกลับมาเอาของ ฉันก็เสียมารยาทสอนเด็ก ๆ ไปแล้ว

ขอโทษครูด้วยนะคะที่ต้องเสียมารยาท เพราะหากไม่ทำอะไรสักอย่างคงเก็บเด็ก ๆ ไม่อยู่จริง ๆ ><


พอเรียนวิชาประวัติศาสตร์เสร็จแล้ว ฉันจึงให้นักเรียนกินข้าว

เมนูวันนี้คือขนมจีนน้ำเงี้ยว

เทคนิคในการเก็บเด็กก่อนกินข้าว คือ ต้องให้เด็ก ๆ จัดโต๊ะให้เป็นระเบียบก่อน

จากนั้นก็ให้เด็ก ๆ นั่งทำสมาธิ แล้วเรียกออกมารับข้าวทีละคน

ดังนั้นเด็กคนไหนที่ไม่นิ่งก็จะไม่ได้กินข้าว

วิธีการนี้จึงทำให้เด็ก ๆ เงียบกันทั้งห้องเลย


เมื่อเด็ก ๆ กินข้าวแล้ว ฉันก็ต้องรีบไปเอาขนมจีนที่โรงอาหารเพื่อเอามานั่งกินในห้อง

ฉันไม่ไว้วางใจให้เด็ก ๆ กินข้าวเองเด็ดขาด ต้องมานั่งคุมตลอดเวลา

ขณะที่ฉันนั่งกินขนมจีน เด็ก ป.1 ห้องอื่น ๆ ก็มาหา มาเรียกชื่อ มาปรากฏตัวให้เห็น

การเป็นครูสอน ป.1 มีแฟนคลับเยอะจริง ๆ แต่ยกเว้นตอนครูกินข้าว เด็ก ๆ ไม่ต้องเรียกครูก็ได้ ><


การเดินไปตักข้าวที่โรงอาหารทำให้ฉันเพิ่งได้รู้ว่า มีนักเรียนชั้น ป.3/6 หนึ่งคนที่ไม่ได้ไปเข้าค่าย เพราะไม่ได้เอาใบอนุญาตผู้ปกครองมา

ช่วงบ่ายนี้ ฉันจึงให้เด็กคนนั้นมานั่งเรียนที่ห้อง ป.1 ด้วย

ฉันคิดโจทย์คณิตศาสตร์ให้เด็กทำ แล้วก็ไปสอนเด็ก ป.1/2


ส่วน ป.1/1 คาบสอนในตอนบ่ายนี้ มีพระอาจารย์มาสอน และฉันไปสอนเด็กห้อง ป.1/2

การที่ฉันไม่อยู่ก็ทำให้เด็กออกฤทธิ์ออกเดชกันยกใหญ่

ฉันกำลังสอนอยู่ในห้อง ป.1/2 เด็ก ป.1/1 ก็มาปรากฏตัวให้เห็นหน้าห้อง เดินไปเดินมา

พระอาจารย์ทั้งสองรูปใจดี เด็ก ๆ ก็เลยกล้าออกฤทธิ์ออกเดชกับพระอาจารย์


หลังจากสอน ป.1/2 เสร็จ ฉันจึงเปิดการ์ตูน เรื่อง หนอนหรรษาให้เด็ก ๆ ดู

พอเปิดการ์ตูนปุ๊บ ห้องเรียนก็เงียบกริบ ทุกคนตั้งใจดูการ์ตูนกันหมด

ฉันก็โล่งใจที่เด็ก ๆ อยู่นิ่งซะที


ฉันดีใจมากขึ้นเป็นกองเมื่อพี่เอ๋มาสอนซ่อมเสริมภาษาอังกฤษให้เด็ก ๆ

พอพี่เอ๋สอนเสร็จ ฉันก็เปิดการ์ตูนให้เด็กดูต่อ

จากนั้น ฉันยิ่งรู้สึกดีใจมากขึ้นเป็นกอง เมื่อเห็นครูมิ่งกลับมา ^^

เสร็จสิ้นภารกิจการเฝ้าห้อง ป.1/1 แล้ว ^^


การอยู่กับเด็ก ป.1/1 ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด

ที่จริงเด็กห้องนี้แค่ต้องการความรัก ความเอาใจใส่ ความอบอุ่น จากเราเป็นพิเศษก็แค่นั้นเอง

หากเราดูแลเขาดี ๆ พฤติกรรมที่มีปัญหาต่าง ๆ ของพวกเขาคงจะลดลง

การมาอยู่กับ ป.1/1 วันนี้ ทำให้ฉันเข้าใจและรู้จักเด็ก ๆ ในห้องนี้มากขึ้น

ในห้อง ป.1/1 ไม่ได้มีแต่เด็กดื้อเท่านั้น เด็กบางคนก็เรียบร้อยและน่ารักนะ ^^


วันนี้ฉันได้หัวใจจากเด็ก ๆ ป.1/1 ด้วย ^^


ภาพเด็ก ๆ ที่มอบหัวใจให้ฉันในวันนี้ ^^

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกการฝึกสอนของนางสาวเสาวภา เรือนปัญโญ (ภาคเรียนที่ 2/2559)



ความเห็น (0)