เศรษฐกิจติดลบพบจุดดับ

มุมเคยอับกลับแออัดและขัดสน

อนาคตจืดชืดยิ่งมืดมน

คำว่าทนเหมือนปฎักปักดวงแด

ปีสี่ศูนย์พูนสวัสดิ์เริ่มขัดข้อง

ฟ้าเริ่มหมองท้องเริ่มกิ่วหิวจนแย่

ค่าเงินบาทตัวเดิมเริ่มปรวนแปร

มองหาคนหนทางแก้แหพันตอ

ข้าวของแพงค่าแรงต่ำช้ำในอก

ความวิตกกังวลจนใจฝ่อ

หามาได้ไม่สมค่าคำว่าพอ

คนเคยท้อยิ่งช้ำระกำทรวง

บทกวีที่พากเพียรเริ่มเขียนยาก

ยิ่งคิดมากวกวนจนเป็นห่วง

ยิ่งเงินบาทลดค่าเหมือนตราดวง

หนทางสรวงสวรรค์นั้นยิ่งไกล

ท่านบอกมาว่าให้ใช้ประหยัด

ให้ถนัดตามกาละและสมัย

กินอยู่อย่างคนที่มีวินัย

เพราะอยู่อย่างคนไทยไม่อับจน

เสียงบ่นคงจางหายกับสายหมอก

เมื่อคำหลอกจางหายกับสายฝน

เพียงไทยอย่าหลอกไทยให้วกวน

การอดทนไทยซึ้งค่ามาเนานาน

สรจิตร มูลยศ

ชมรมนักกลอนเชียงใหม่ – ลำพูน

ธันวาคม พ.ศ.2540