ความจำเป็นบางอย่างของคุณหมอบางคน

  คุณเคยไปทานอาหารจีนแล้วท้องเสียเป็นประจำหรือไม่ ถ้าใช่ คุณคือคนหนึ่งที่เป็นโรคที่เรียก ว่า Chinese restaurant syndrome หรือเรียกง่ายๆ ว่าแพ้อาหารจีน  
  • ต่อเนื่องจากบันทึกที่ผ่านมา เรื่อง ขนมจีนเป็นพิษ ทำให้ต้องเขียนบันทึกนี้ขึ้นมาอีก
  • ความจริงมันเป็นเรื่องในอดีต ก็คิดอยู่เหมือนกันว่าผู้อ่านจะหาว่า อ.สมบูรณ์ ก็คือคนแก่ที่ชอบเล่าเรื่องความหลังให้ฟัง (ดีเท่าไหร่แล้วที่ไม่ว่าขี้บ่น) แต่ถ้าไม่รีบไปไหนก็ลองอ่านดูนะครับ
  • ไม่ทราบมีใคร เคยไปทานอาหารจีนแล้วท้องเสียเป็นประจำหรือไม่ ถ้าใช่ คุณคือคนหนึ่งที่เป็นโรคที่เรียก ว่า Chinese restaurant syndrome หรือเรียกง่ายๆ ว่าแพ้อาหารจีนนั่นเอง
  • เรื่องก็มีอยู่ว่า เพื่อนผมคนหนึ่งสมัยเป็นแพทย์ประจำบ้านที่     ศิริราช ด้วยกัน  เป็นคนที่รอบคอบมาก เขาเป็นโรคแพ้อาหารจีน เพราะฉะนั้นก่อนจะไปงานเลี้ยง ก็จะต้องเตรียมน้ำเกลือเก็บไว้ที่ห้องพักให้พร้อม วันหนึ่งผมกลับมาที่ห้องก็เห็นเพื่อนนอนให้น้ำเกลืออยู่ ผมถามว่าใครเป็นคนแทงเข็ม(เข้าหลอดเลือด)ให้ เพื่อนก็ตอบว่าเขาทำเอง ผมรู้สึกทึ่ง และอึ้ง เป็นอย่างมาก
  • มีครั้งหนึ่ง ผมเกิดปวดท้องมาก (อาหารเป็นพิษ) ตอนนั้นก็เป็นเวลากลางคืนด้วย  ที่บ้านผมก็ไม่มีใครมีความรู้ด้านการแพทย์เลย  แต่ผมมียาชนิดฉีดรักษาโรคปวดท้องอยู่ที่บ้าน 1 ชุด  
  • ผมควรจะทำอย่างไรดี ระหว่างไปโรงพยาบาล หรือตัดสินใจฉีดยารักษาตัวเองเหมือนเพื่อนของผมคนนั้น  ผมจะกล้าฉีดยาตัวเองไม๊... ?
  • ผมว่าอุปไว้ก่อนดีกว่า...ไว้มีคนสนใจครบ 10 คน แล้วจะให้คำตอบ รับรองว่ามีหวาดเสียวแน่ครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่า (เบาๆ)

คำสำคัญ (Tags)#ปวดท้อง#อาหารเป็นพิษ

หมายเลขบันทึก: 62356, เขียน: 23 Nov 2006 @ 13:59, แก้ไข, 30 May 2012 @ 01:26, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 37, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (37)

นายกล้วย
เขียนเมื่อ 23 Nov 2006 @ 14:36
ผมขอเดาว่าอาจารย์ไม่กล้าแน่ๆๆ ครับ
beeman 吴联乐
เขียนเมื่อ 23 Nov 2006 @ 14:43
  • ผมสนับสนุนให้เขียนต่อ เป็นคนที่ ๒
  • รออีก ๘ คน
  • ถ้าเล่าต่อ กรุณาพูดถึง Chinese restaurant syndrome ว่ามีสาเหตุจากอะไรด้วยนะครับ..เช่น จากน้ำมัน จากผงชูรส หรือ กระเทียม หรือ...ไม่ทราบสาเหตุ

เรียน ท่าน อ.สมบูรณ์

  • เข้าใจหาวิธีหลอกล่อผู้ฟังนะคะ
  • ถ้า กฤษณาไม่ได้เป็น 1 ใน 10 สงสัย...เสียชื่อวิสัญญี มข.แน่ๆ...แย่เลย

                              เรียนด้วยความเคารพค่ะ

ขจิต ฝอยทอง
เขียนเมื่อ 23 Nov 2006 @ 15:00
  • ผมว่ากล้าครับ
  • ผมก็แพ้ขนมจีนครับ แย่มาก
  • เจอเป็นไม่ได้ กินหมดเลยครับ
  • ยิ้ม ยิ้ม
ภูคา
เขียนเมื่อ 23 Nov 2006 @ 16:12

ได้อีก 1 เสียงแล้ว  กำลังติดตามอ่านอยู่ครับ

Wanpen
เขียนเมื่อ 23 Nov 2006 @ 16:42
รอคำตอบอยู่เหมือนกันค่ะ คุณหมอ
  • ขอขอบคุณทุกท่านที่แวะมาอ่านบันทึกนี้ เพื่อเป็นการประหยัดเวลาและพื้นที่ ผมขอตอบไปพร้อมกันเลย นะครับ
  • คุณกล้วยครับ ดีใจมากที่มีคนเขียน blog ในบ้านเดียวกันเพิ่มอีกหนึ่งคน อยู่ห่างกันแค่ 3 ห้องกั้น จึงแลกเปลี่ยนได้ก่อนใครๆ จริงไม๊  
  • คุณ ฏคา และคุณ Wanpen ครับ ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยม ไว้มีเวลาว่างๆ ผมจะแวะไปทักทายที่ blog ครับ
  • อ. Beeman ครับ ผมจะนำรายละเอียดเพิ่มเติมมาให้อ่านในความเห็นถัดไป เพื่อไม่ให้ความเห็นนี้ยาวเกินไปครับ
  • นายบอนครับ วิธีการ check rating วิธีนี้ก็ไม่เลวนะ น่าเสียดายที่คงใช้ได้แค่ครั้งเดียว
  • อ. ขจิต และคุณ กฤษณา ครับ ใจเย็นๆ นะ เหลืออีกแค่ 3 คน เท่านั้น ก็จะได้รู้แล้ว ผมคิดว่า 6 โมงเช้า  คุณ ka-Poom คงจะได้อ่านเป็นคนที่ 8 ส่วนอีก 2 คน ช่วยกันลุ้นหน่อยว่าจะเป็นใคร
รายละเอียดของ Chinese restaurant syndrome
  • เป็นกลุ่มอาการที่สงสัยว่าจะเกิดจากการแพ้ผมชูรส ซึ่งเมื่อก่อนนั้นมักพบในอาหารจีน จึงได้ชื่อเรียกอย่างนั้น
  • อาการแสดงมีได้หลายอย่าง ตั้งแต่ไม่มากอย่างที่ผมเป็นก็คือ ปวดศีรษะและต้นคอ อาจมีอาการวิงเวียน คลื่นไส้ ได้ด้วย ถ้าเป็นมากขึ้นอย่างหลานสาวผม ซึ่งอยู่บ้านติดกัน เคยมีอาการเป็นผื่นแดงที่ใบหน้า ปากบวม ชารอบปาก หายใจอึดอัด ต้องฉีดยาแก้แพ้  เพื่อไม่ให้เป็นมากขึ้นเพราะอาจทำให้หายใจไม่ออกได้ บางคนอาจมีเหงื่อออก ใจสั่นร่วมด้วย ส่วนท้องเสียที่เพื่อนผมเป็นนั้นพบได้น้อย
  • รายละเอียดมีใน http://adam.about.com/encyclopedia/001126sym.htm

 

เรียน ท่านอ.สมบูรณ์ ค่ะ

  • อยากรู้จังเลยว่าถ้าครบคนที่ 10 ตอนตี2  ท่านอาจารย์จะลุกขึ้นมาตอบไหม
ขอลงชื่อด้วยคนครับ
โอ๋-อโณ
เขียนเมื่อ 23 Nov 2006 @ 23:54
เป็นคนที่ 10 นะคะ คุณบอนไปแล้วรอบนึง ไม่ควรนับซ้ำ คิดว่าอาจารย์น่าจะไม่ฉีดค่ะ
โอ๋-อโณ
เขียนเมื่อ 23 Nov 2006 @ 23:59

เมื่อกี๊รีบ post เพราะกลัวมีใครตัดหน้าค่ะ

ความจริงคือยังอยากร่วมแจมความเห็นด้วยว่า ยาฉีดของอาจารย์นี่แก้ปวดท้องหรือเปล่าคะ ถ้าอาหารเป็นพิษนี่น่าจะให้ถ่ายท้องให้หมด แล้วกินอาหารอ่อนๆทดแทนเกลือแร่ที่เสียไป อาการปวดท้องน่าจะช่วยได้ด้วยยาแก้ปวดท้องที่ไม่ใช่ยาฉีดดีกว่า นี่คือวิธีที่ตัวเองใช้ และอยากทราบเหมือนกันค่ะว่าเป็นวิธีปฎิบัติที่ถูกต้องหรือเปล่า 

เรียน  ทุกคนทราบ

  • ท่านอาจารย์สมบูรณ์ยังไม่ตื่นค่ะ...เขาเรียกว่าตื่นสาย...เลยยังไม่มีคำเฉลย
  • ผมว่าคนที่อยากรู้จนนอนไม่หลับ ต้องลุกมา post ก่อนตี 5 คือ คุณ กฤษณา เห็นหน้ากันอยู่ทุกวันไม่แน่เป็นถึงขั้นนั้นเลยนะ
  • คุณ โอ๋-อโณ ครับ ใช่แล้วคือปวดท้องมาก ปวดบิดๆ เหมือนไส้จะขาด จะเป็นลม เพราะระบบประสาทอัตโนมัติทำงานเพิ่มมากสุดๆ จึงต้องฉีดยาแก้ปวดช่วย ส่วนการรักษาอื่นๆ ทำเหมือนที่คุณ โอ๋-อโณ บอก ครับ
  • ดร.ธวัชชัยครับ ขอบคุณมากที่สนใจ ว่างๆ ผมจะแวะไปขอบคุณที่ blog นะครับ
  • นายบอน ครับ คุณโอ๋-อโณ ไม่ให้นับซ้ำ จึงต้องรอรุ้นอีก 1 คน คนที่ 10 จะเป็นใครน้า...เพราะ คุณโอ๋-อโณ เป็นคนที่ 9 และผมก็เดาผิดคิดว่าคุณ ka-poom จะเข้ามาแจมตอน 6 โมงเช้า
  • ช่วยกันล้นอีกนิดเดียว...อีกนิด..ๆ ..ๆ...ๆ (คล้าย ๆ เชียร์ คลอดยังไงไม่รู้นะ)
nidnoi
เขียนเมื่อ 24 Nov 2006 @ 08:04
ขอเป็นคนที่ 10
(สายแล้ว  คุณกะปุ๋มคงไม่มา)
เดาว่าอาจารย์คงไม่ฉีด    เพราะ...
เทียบกับตัวเองค่ะ  ขนาดจะเจาะเลือดที่ปลายนิ้วของตัวเอง  ยังไม่กล้า
  • ขอบคุณ คุณ Nidnoi มากครับ ความเห็นของของคุณไม่ นิดหน่อย เหมือนชื่อ แต่มีค่า มากมาย ต่อผมครับ
  • งานนี้ Ka-Poom ตกรถไฟ เพราะเลยเวลาแล้ว
  • มี 4 ท่าน บอกไม่กล้า 5 ท่านไม่ระบุความเห็น และ 1 ท่าน คือ อ. ขจิต บอกว่า กล้า
  • ช่วงนี้ผมสอนลูกเรื่อง Critical thinking มากไปหน่อย สถานการณ์ที่ผมเจอ จึงไม่มีคำตอบที่ถูกหรือผิด มีแต่จะทำหรือไม่ทำ ด้วยเหตุผลอะไร
  • สิ่งที่ผมทำ เป็นเพราะความจำเป็นส่วนตัว (ไม่ควรลอกเลียนแบบ)
  • ผมดูดยาแก้ปวดใส่ syringe  ใช้สายยางพันรัดต้นแขน ทำความสะอาดบริเวณข้อพับที่จะฉีด ...จากนั้น.....(นึกภาพเอาเองไม่อยากบรรยายให้หวาดเสียว)..แล้วใช้ปากดึงสายรัดออกก่อนฉีดยา ที่สำคัญที่ทำไม่ได้ก็คือ เมื่อฉีดยาแล้ว จะดึงเข็มออก..ทำอย่างไรไม่ให้เลือดออกบริเวณแทงเข็ม.. เพราะมือก็ไม่ว่าง ปากก็ใช้ไม่ได้ ก็เลยยอมให้เลือดออกเล็กน้อย ค่อยเช็ดเอา.....
  • ผลจากการฉีดยา ทำให้ผมหายปวดท้องเป็นปลิดทิ้ง จากนั้นก็รับประทานยาฆ่าเชื้อ และรักษาตามอาการที่คุณ โอ๋-อโณ กล่าวมาแล้ว
  • มีคนตอบถูกคนเดียว คือ อ. ขจิต (เย๊..มีรางวัลให้คือ อาหารเจสาหร่ายชุบแป้งทอด วันไหนนายบอนได้ลองทานแล้ว ช่วยบอก อ. ขจิตด้วยว่าเป็นอย่างไร) ท่านอื่นไม่ต้องเสียใจที่ตอบไม่ถูกนะครับ
  • ถ้าอยากแก้ตัว ก็ให้เดาว่าผมฉีดยาที่แขนข้างไหน ?    
  • แล้วจะพยายามคิดหาบันทึกแหวกแนวมาเล่าให้ฟังอีก (ถ้ามีคนสนใจ)

เรียน ท่านอ.สมบูรณ์

  • เป็นผู้ร่วมงานอาจารย์....น่าจะวิเคราะห์เก่งน้อยกว่าอาจารย์สักนิด...
  • อาจารย์ถนัดขวา...น่าจะฉีดแขนขวามั๊ง...ล้อเล่นค่ะ....เดาว่าแขนซ้าย...แต่ไม่แน่...อาจารย์ชอบทำอะไรให้แปลกใจอยู่เรื่อยๆ
อิอิคุณหมอมอบรางวัลให้พี่ขจิต แต่นายบอนจะได้ลิ้มรสก่อนซะอีก ตอบไม่ถูก ก็เหมือนได้รางวัล 5555

นายบอนว่า คุณหมอฉีดแขนซ้าย
โอ๋-อโณ
เขียนเมื่อ 24 Nov 2006 @ 17:19
แขนซ้ายแน่นอนเลยค่ะ ได้ข้อมูลจากคุณกฤษณาแล้วว่าอาจารย์ถนัดขวาไงคะ
  • คุณกฤษณา แอบเฉลยเสียแล้ว ไม่น่าเลย
  • ใช่ครับ แขนซ้าย

เรียน ท่าน อ.สมบูรณ์ค่ะ

  • เข้ามาอีกรอบเพื่อจะมาตรวจสอบว่า...คุณกะปุ๋มที่รอคอยมาหรือยังเอ่ย?..ถ้ายัง...
  • คราวนี้ให้ท่านอ.สมบูรณ์ทายละค่ะว่า....คุณกะปุ๋มทำไมมาไม่ทันรถไฟขบวนนี้?   
  • กติกา...                                                                              1.ห้ามใครแอบไปกระซิบถามคุณกะปุ๋มแล้วมาบอกท่านอ.สมบูรณ์นะคะ                            2. ห้ามท่านอ.สมบูรณ์ถามคุณกะปุ๋ม และ        3. ห้ามคุณกะปุ๋มเฉลยเองค่ะ
  • คราวนี้ไม่ต้องรอคนสนใจ 10 คนหรอกค่ะ...   แค่ท่านอ.สมบูรณ์ตอบคนเดียวก็จะเฉลยแล้วค่ะ...
  • ถูกพาดพิงหลายรอบ ป่านนี้เจ้าตัวคงจามไปหลายครั้งแล้ว
  • ได้ข่าวว่ากำลังอ่านหนังสืออย่างหนัก เพราะใกล้สอบ
  • แล้วใครจะเป็นเฉลยครับ
nidnoi
เขียนเมื่อ 25 Nov 2006 @ 08:07

ขอบคุณค่ะ  ที่แวะไปเยี่ยมหลายๆ บันทึก 

มาตอบคำถามถามเรื่อง  การใส่ภาพในช่องข้อคิดเห็น  ใช้วิธีการ copy and paste ธรรมดาๆ  ดังนี้ค่ะ

  1. ไปที่ ไฟล์อัลบั้ม  ที่เราโหลดภาพขึ้นมาแล้ว
  2. คลิกคำว่า "ดาวน์โหลด" ภาพที่ต้อง
  3. คลิกขวาที่ตัวภาพนั้น  copy
  4. นำมา paste ที่ ที่ต้องการ  เช่นที่ช่องความเห็น  ที่บันทึก  ได้ทั้งนั้นเลยค่ะ

(ใช้วิธีเดียวกันนี้ ยืม ภาพมาจาก web อื่นๆ  ได้เลย    ตราบใดที่เจ้าของภาพนั้นยังแขวนภาพไว้ตามที่อยู่เดิม    เราก็จะใช้ได้เสมอ    แต่ถ้าเมื่อใดภาพถูกลบออกจากที่เดิม   ภาพของเราจะหายไปด้วย    ฉะนั้น ยืม  แบบถาวรเลย  คือโหลดไปไว้ที่ไฟล์อัลบั้มของเรา   จะดีกว่า

 

  • การที่จะให้ทันรถไฟขบวนนั้นของอาจารย์ต้องตื่นเช้าและมาก่อนเพื่อน......
  • บังเอิญเช้าวันนั้น....กฤษณาชวนคุณกะปุ๋มคุยเสียก่อน...คุยกันยาว...ใน http://gotoknow.org/blog/nurseanaesthpsych    ความสุขเกิดได้.....แม้เพียงปลายก้อย  และ   http://gotoknow.org/blog/nurseanaesthjoke/6261 1 โรงพยาบาลนี้....มี 2 โรคแค่นั้นหรือ
  • โดยไม่เจตนาจะให้ตกรถไฟ...ไม่ทันคิดค่ะ...ต้องขอโทษด้วย

                            เรียนด้วยความเคารพ

ขจิต ฝอยทอง
เขียนเมื่อ 25 Nov 2006 @ 10:40
  • แวะมาทานอาหารเจ
  • ตั้งใจว่าจะเอาไปฝากอาจารย์beeman
  • เห็นอาจารย์beeman ชอบ
  • ที่ทายว่าอาจารย์กล้าเพราะผมเองชอบทำอะไรแผลงๆอยู่เหมือนกัน
  • ดีใจด้วยครับ บันทึกอาจารย์สมาชิกมาเต็มเลย
  • ขอบคุณมากครับ
  • ขอบคุณ คุณ Nidnoi มากที่ให้คำแนะนำเรื่องการใส่ภาพ
  • อ. Beeman ก็ชอบ อาหารเจด้วยหรือครับ
  • ผมก็แอบไปทานของหวานที่ Nidnoi เตรียมไว้ให้ อ. ขจิต เหมือนกัน
  • ตกลงว่า คุณ กฤษณา เป็นต้นเหตุเหรอครับ
Ka-Poom
เขียนเมื่อ 25 Nov 2006 @ 13:18

5555...

มาแล้วคะอาจารย์...มัวแวะนั่นแวะนี่คะ..อาจารย์

แต่พอมาตอนบ่ายๆ...อ่านไปหัวเราะไป...

บันทึกนี้มีความสุขมากเลยคะ...

...

มารายงานตัวก่อนนะคะ...

เดี๋ยวเข้ามาใหม่คะ...ขอตั้งหลักก่อนคะ..

เพราะนั่งหัวเราะ..และมีความสุขกับบันทึกนี้มากเลยคะ

...

ขอบคุณพี่ติ๋มมากนะคะที่ไปจูงแขนกะปุ๋มมา...

ไม่งั้น..มัวนั่งเอ้อละเหยเก็บดอกไม้...ข้างทาง..อยู่

(^_____________^)

กะปุ๋ม

Ka-Poom
เขียนเมื่อ 25 Nov 2006 @ 13:19

มาแก้ไขคะ...พิมพ์ผิดคะ...พี่ติ๋ว..ไปลากมาคะ..

ถึงได้มาเจอบันทึกนี้ของ อ.หมอสมบูรณ์คะ...

...

ตกลงเป็นว่า...อาจารย์ฉีดยาเอง..เหรอคะ

*^____^*

กะปุ๋ม

  • บันทึกนี้ได้เสร็จสมบูรณ์แล้ว เพราะ Ka-Poom ตามมาจนทันรถไฟแล้ว
  • ผมเองประทับใจกับบันทึกนี้มาก เพราะหลายคนได้ช่วยให้มิตรภาพเกิดขึ้น ต้องขอบคุณทุกคนด้วยใจจริง
  • ใครอยากอ่านซ้ำก็ไม่ขัดข้องนะครับ ผมเองก็จะแวะเวียนมา (ชื่นชมผมงาน) เป็นระยะ
  • ติดตามอ่านบันทึกต่อไปเร็วๆ นี้ ที่ blog การระงับปวดครับ
ใบบุญ
เขียนเมื่อ 26 Nov 2006 @ 07:46
มาช้า แบบมาปิดรายการค่ะ แถมคงต้องขอนำบล็อกไปร่วมแพลนเน็ต จะได้มีเรื่องดีๆอ่านเพิ่มขึ้นค่ะ
  • ขอบคุณและยินดีต้อนรับคุณใบบุญ ครับ
  • คงจะมีอะไรแชร์กันอีกนะครับ

เรียน ทุกท่านทราบ

  • คำว่า "เสร็จสมบูรณ์" ไม่ได้แปลว่า "จบบริบูรณ์" นะคะ...ทุกท่านเข้าใจผิด
  • ท่านอ.สมบูรณ์ หมายถึง...งานนี้...เสร็จ...อ.สมบูรณ์..ต่างหาก
  • บอกแล้วว่า..ท่านนี้...ไม่ธรรมดาค่ะ..
  • " กฤษณา" ต้องติดตามเพื่อช่วยเหลือท่านๆทั้งหลายอีกสักพัก...จนกว่าจะมั่นใจ

 

  • เสียดาย...ความลับนี้ถูกเปิดเผยในที่สาธารณะเสียแล้ว
  • เป็นคำที่คนในภาควิชาฯ เขาใช้กันเป็นประจำ เวลาทำงานอะไรเสร็จ ก็จะพร้อมใจกัน พูดว่า เสร็จสมบูรณ์ แล้ว (เฮ!!)
t write
เขียนเมื่อ 23 Dec 2006 @ 10:15
เรียนอาจารย์สมบูรณ์ค่ะ เข้ามาโดยบังเอิญมาเลยค่ะเพราะต้องการค้นหา อาการ Chinese restaurant syndrome เข้ามาแล้วก็อ่านค่ะสนุกนะค่ะ ขอบคุณที่ได้อ่านและได้งานด้วยค่ะ ถ้ามีโอกาสหนูจะแอบไปเจออาจารย์ตัวเป็นๆลองดูค่ะ หาได้น้อยจังคุณหมอที่อารมณ์ดีๆอย่างอาจารย์ค่ะ ขอบคุณค่ะ ถือเป็นโอกาสของคนมาช้าเหมือนกันนะค่ะที่อาจารย์เฉลยแล้ว
  • ขอบคุณ คุณ big C มากครับ
  • ดีใจที่บันทึกผมมีประโยชน์อยู่บ้าง แม้จะเล็กน้อยก็ยังดี