ตัวอย่างการจัดการความเสี่ยงของ ธนาคาร กรุงไทย

ความเสี่ยง หรือสิ่งที่มีโอกาศจะเกิดขึ้นได้ในอนาคตซึ่งส่วนมากจะเป็นเรื่องที่ไม่ดีเป็นส่วนใหญ่ซึ่งหากเกิดขึ้นแล้วเราก็ต้องมาดูผลกระทบอีกที่ว่าจะร้ายแรงแค่ไหน ทั้งนี้หากมีการจัดการความเสี่ยงที่ดี เราอาจจะไม่ต้องกังวัลกับความเสี่ยงนั้นมากเลยก็ได้

ในระดับเล็ก เช่นการจัดการความเสี่ยงที่ตัวเราจะเกิดอาจจะดูไม่ซับซ้อนเท่าไรนัก แต่หากเป็นองค์กรใหญ่ๆ เช่น สถาบันการเงินและธนาคารพาณชิย์แล้วการจัดการความเสี่ยงถือเป็นเรื่องสำคัญในองค์กรอย่างมากเลยก็ว่าได้ วันนี้ผมจะมายกตัวอย่างการจัดการความเสี่ยงของธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่ง มาดูซิว่าองค์กรนี้จะมีการจัดการความเสี่ยงอย่างไรกัน

ธนาคาร กรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ บมจ.ธนาคารกรุงไทย ที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีโดยเป็นสถาบันการเงินชั้นนำของประเทศได้ตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารความเสี่ยงองค์กรโดยรวม (Enterprise Risk Management: ERM) นอกจากการบริหารความเสี่ยงตามกรอบของข้อกำหนดของธนาคารแห่งประเทศไทยแล้ว ในปี 2550 ธนาคารยังได้เริ่มนำกรอบการบริหารความเสี่ยงองค์กร (Enterprise Risk Management Framework) ตามมาตรฐานของ Committee of Sponsoring Organizations of the Treadway Commission: COSO มาใช้ในการบริหารและจัดการความเสี่ยง โดยบุคลากรทุกระดับ ได้แก่ คณะกรรมการ ผู้บริหารระดับสูงและพนักงาน มีส่วนร่วมรับผิดชอบในการจัดการ หรือควบคุมความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมหรือยอมรับได้ และสามารถบรรลุตามวัตถุประสงค์ กลยุทธ์ พันธกิจ และวิสัยทัศน์ตามที่ธนาคารกำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ความเสี่ยงหลัก

ความเสี่ยงหลักที่ธนาคารแห่งประเทศไทยให้ความสำคัญ 5 ด้าน

ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์ (Strategic Risk) หมายถึง ความเสี่ยงที่เกิดจากการกำหนดแผนกลยุทธ์ แผนดำเนินงาน และการนำไปปฏิบัติไม่เหมาะสม หรือไม่สอดคล้องกับปัจจัยภายในและสภาพแวดล้อมภายนอก อันส่งผลกระทบต่อรายได้ เงินกองทุน หรือความดำรงอยู่ของกิจการ

ความเสี่ยงด้านเครดิต (Credit Risk) หมายถึง โอกาสหรือความน่าจะเป็นที่คู่สัญญาไม่สามารถปฏิบัติตามภาระที่ตกลงไว้ รวมถึงโอกาสที่คู่ค้าจะถูกปรับลดอันดับความเสี่ยงด้านเครดิต ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้และเงินกองทุนของสถาบันการเงิน

ความเสี่ยงด้านตลาด (Market Risk) หมายถึง ความเสี่ยงที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของอัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ และราคาตราสารในตลาดเงินตลาดทุน ที่มีผลกระทบในทางลบต่อรายได้และเงินกองทุนของสถาบันการเงิน

ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง (Liquidity Risk) หมายถึง ความเสี่ยงที่เกิดจากการที่สถาบันการเงินไม่สามารถชำระหนี้สินและภาระผูกพันเมื่อถึงกำหนด เนื่องจากไม่สามารถเปลี่ยนสินทรัพย์เป็นเงินสดได้ สามารถจัดหาเงินทุนได้เพียงพอ หรือสามารถหาเงินมาชำระได้แต่ด้วยต้นทุนที่สูงเกินกว่าระดับที่ยอมรับได้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้และเงินกองทุนของสถาบันการเงิน

ความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ (Operational Risk) หมายถึง ความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายอันเนื่องมาจากการขาดการกำกับดูแลกิจการที่ดีหรือขาดธรรมาภิบาลในองค์กร และการขาดการควบคุมที่ดี โดยอาจเกี่ยวข้องกับ กระบวนการปฏิบัติงานภายใน คน ระบบงาน หรือเหตุการณ์ภายนอก และส่งผลกระทบต่อรายได้และเงินกองทุนของสถาบันการเงิน

อย่างไรก็ดีแผนการจัดการความเสี่ยงที่เหมาะสมนั้นจะต้องรองรับกับความเสี่งยได้แทบทุกในสถานะการและต้องการการหารอกันจากหลายฝ่ายถึงจะสามารถออกมาเป็นแผนจัดการความเสี่ยงได้ หลัก COSO ก็เป็นแผนการจัดการความเสี่ยงที่ได้รับความนิยมอยู่ในปัจจุบันที่ไม่เพียงแต่ธนาคารกรุงไทยจะนำมาใช้เพียงแห่งเดียวแต่ยังมีองค์กรชั้นนำอื่นๆก็นำไปใช้ด้วย

แหล่งที่มา

http://www.ktb.co.th/ktb/th/about-overview.aspx

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ตัวอย่างการจัดการความเสี่ยงของ ธนาคาร กรุงไทย



ความเห็น (0)