“ดนตรีคือสื่อสากล สามารถเข้าถึงความรู้สึกของผู้คน ทุกชนชั้น ทุกภาษาได้อย่างลึกซึ้ง”

        ๑๔.๓๐ น. เป็นช่วงลดเวลาเรียน..เพิ่มเวลารู้ เรื่องราวของในหลวงรัชกาลที่ ๙ ของนักเรียนชั้น ป.๕ ที่ครูประจำชั้นไปราชการ..ผมทำหน้าที่สอนแทน วันนี้ผมพานักเรียนไปเที่ยวชม”ห้องพอเพียง” พอไปถึงผมก็ให้นักเรียนชื่นชมพระราชจริยาวัตรของพ่อหลวง..ก่อนจัดทำป้ายนิเทศ

        คัดเลือกภาพออกเป็น ๒ หมวด สำหรับจัดวางบนป้ายสี่เหลี่ยม ชื่อเรื่อง รอยยิ้มของพ่อ และอัครราชา ธ ผู้สร้างแรงบันดาลใจ..นักเรียนได้มีโอกาสเห็นภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ที่สวยงาม ผมรู้สึกสดชื่นขึ้นทันที มีเรี่ยวแรง มีกำลังใจ เมื่อเห็นรอยยิ้มของพ่อที่ติดตาตรึงใจ..

        นักเรียนสนใจชื่อเพลงพระราชนิพนธ์ที่มุมภาพ เพราะคุ้นเคยกับบทเพลงพรปีใหม่ เพลงใกล้รุ่ง และเพลงความฝันอันสูงสุด เสียดายที่ไม่มีชื่อเพลงอาทิตย์อับแสง..และผมก็คิดได้ว่า สักวันจะรวบรวมประวัติบทเพลงพระราชนิพนธ์ทั้งมวล..เก็บไว้ในห้องพอเพียงนี้

        นักเรียนจัดวางภาพเป็นระเบียบเรียบร้อย ตั้งบนโต๊ะ..รอยยิ้มของพ่อยิ่งเด่นชัด..ผมมองอย่างพินิจพิจารณา และคิดว่า..ถ้าคิดไม่ออก บอกไม่ถูก วันที่ท้อแท้ เหนื่อยล้า..ผมจะเข้ามาห้องนี้ มาดูรอยยิ้มของพ่อ..

        เสร็จภารกิจ..การจัดป้ายนิเทศ..ผมให้นักเรียนอ่านเรื่องราว อัครราชา ธ ผู้สร้างแรงบันดาลใจ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช รัชกาลที่ ๙ ความว่า...

        “อัครราชา” ผู้ทรงพระปรีชาสามารถทั้งศาสตร์และศิลป์ พระอัจฉริยภาพทางดนตรี แสดงให้เราได้ประจักษ์จากบทเพลงพระราชนิพนธ์นับร้อยเพลง ร้อยเรียงจากความคิดสร้างสรรค์และแรงบันดาลพระราชหฤทัย..."

        เป็นท่วงทำนองสุดแสนไพเราะ สมดังคำกล่าวที่ว่า “ดนตรีคือสื่อสากล สามารถเข้าถึงความรู้สึกของผู้คน ทุกชนชั้น ทุกภาษาได้อย่างลึกซึ้ง”

        บทเพลงของพระองค์จึงเป็นสื่อกลางถ่ายทอดความคิดและแรงบันดาลใจ ไปสู่ผู้ฟังได้อย่างยอดเยี่ยม..

        ไม่เพียงแค่สร้างรอยยิ้ม..สร้างความสุข แต่ยังต่อยอดไปสู่ความรู้ และพัฒนาความคิดสร้างสรรค์โดยไม่มีที่สิ้นสุด...

ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

๓๐ มกราคม ๒๕๖๐