มื่อกล่าวถึงความสุข หลายๆคนคงมีนิยามความสุขที่แตกต่างกันออกไป บางคนความสุขคือ ความสุขกายสบายใจ บางคนความสุขคือ การได้ทำสิ่งต่างๆดังปรารถนา บางคนความสุขคือ การได้กิน ได้เที่ยว หรือบางคนความสุขคือ การได้อยู่กับคนที่เรารัก ไม่ว่าความสุขที่เกิดขึ้นจะเป็นความสุขแบบใดก็ตามเมื่อเกิดขึ้นแล้วย่อมสร้างรอยยิ้มที่ประทับใจเสมอ

ความสุขของครูคือ การได้ถ่ายทอดความรู้ให้นักเรียนอย่างเต็มความสามารถ ให้นักเรียนได้นำความรู้ไปใช้ในการดำเนินชีวิต สร้างประโยชน์ให้สังคมและอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข ครูนอกจากจะสอนวิชาความรู้แล้ว ยังต้องสอนการใช้ชีวิต สอนคุณธรรม มารยาทการปฏิบัติตนที่เหมาะสมตามวัย การอบรมบ่มเพาะศิษย์อาจจะเห็นผลช้า แต่ผลของมันงดงามเสมอ ผู้ช่วยศาสตราจารย์บวร สุวรรณผา อาจารย์ประจำวิชาจิตวิทยา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา กล่าวไว้ว่า “ความสุขของครู คือการได้เห็นศิษย์เติบโตและงอกงามไปในวันข้างหน้า” ถือได้ว่าเป็นคำกล่าวที่เป็นความสุขที่สุดในชีวิตคนเป็นครู ทำให้ครูที่ได้ฟังคำกล่าวนี้เกิดความรักความภาคภูมิใจในอาชีพครู อาชีพครูไม่ใช่อาชีพที่ทำให้ร่ำรวย แต่ถ้าเราใช้ชีวิตอย่างพอเพียง…เราก็อยู่ได้ เพราะความสุขของครูคือ การได้นำพาลูกศิษย์ไปถึงฝั่งฝัน เห็นลูกศิษย์ประสบความสำเร็จในการเรียน การทำงาน มีอนาคตที่ดีประกอบอาชีพสุจริต เป็นคนดีของสังคมและไม่นำความรู้ไปคตโกงใครเพียงเท่านี้…ครูก็สุขใจแล้ว

และความสุขของครูศิลปินคือ การได้ถ่ายทอดความรู้ ความสามารถการสร้างสรรค์ศิลปะด้านต่างๆให้กับนักเรียน เช่น จิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ ศิลปะไทยและงานสร้างสรรค์สื่อผสมอื่นๆ เพราะศิลปะนอกจากจะได้ฝึกสมาธิแล้วยังช่วยยกระดับจิตใจ ขัดเกลาความคิด ความรู้สึกให้งดงามอีกด้วย สิ่งต่างๆเหล่านี้หากปราศจากอุดมการณ์ที่แน่วแน่แล้วคงจะเป็นเรื่องยาก ที่ครูศิลปินจะมาใช้ชีวิตในชนบทที่ห่างไกลความเจริญ เพราะ ณ ที่แห่งนี้…ไม่มีโรงภาพยนตร์ ไม่มีสถานบันเทิง ดังนั้นความสุขของครูศิลปินคือ การได้ถ่ายทอดความรู้ด้านศิลปะ บ่มเพาะความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ให้กับนักเรียนไปพร้อมๆกับการพัฒนาทักษะฝีมือของตนเองโดยการสร้างสรรค์งานศิลป์อย่างต่อเนื่องและมีคติสอนใจว่า “เส้นทางชีวิต ไม่ได้โรยด้วยกลีบดอกไม้ แต่เส้นทางที่ฉันเลือกเดิน ฉันเลือกด้วยหัวใจ”