เมื่อวานตอนเช้า เป็นวันของความระทึกใจของนักเรียน
เพราะมีนายตำรวจ 2 คนเข้ามาในโรงเรียนโดยไม่ทราบสาเหตุ
เด็ก ๆ กลัวตำรวจกันมาก การเข้าแถวหน้าเสาธงในวันนี้เด็ก ๆ จึงเงียบเป็นพิเศษ
หลังทำกิจกรรมหน้าเสาธงเสร็จ ครูเวรในวันนี้ก็เรียนเชิญลุงตำรวจมาพูดคุยทักทายนักเรียน
ลุงตำรวจท่านนี้ท่าทางตลกและอารมณ์ดีมาก ๆ ยิ่งได้ฟังน้ำเสียงแล้วเดาได้เลยว่าขี้เล่นพอสมควร
แล้วท่านก็ขี้เล่นจริง ๆ เมื่อท่านอำนักเรียนว่า ที่มาโรงเรียนวันนี้จะมาจับนักเรียน !!!!
เด็ก ๆ ได้ยินดังนั้นก็ยิ่งเงียบและนั่งก้มหน้ามากกว่าเดิม
ท่านบอกว่า จะมาจับเด็กดื้อ เพราะมีคนขโมยของคนอื่น
ตอนแรกฉันก็ตกใจ เพราะไม่คิดว่าโรงเรียนนี้จะมีขโมย
แต่พอลุงตำรวจเผลอยิ้มเท่านั้นแหละ ฉันถึงรู้เลยว่าแกล้งนักเรียน
เพราะนักเรียนที่นี่เป็นเด็กดีและฉันยังไม่เคยได้ยินข่าวการลักขโมยเกิดขึ้นในโรงเรียนนี้เลย
ข้อหาที่สองที่จะมาจับคือ เด็กดื้อที่ชอบเข้าไปเล่นในพื้นที่เขตก่อสร้าง (ช่วงนี้โรงเรียนกำลังก่อสร้างอาคารเรียนใหม่ สนามหญ้า และรั้วโรงเรียน)
เด็ก ๆ ทั้งหลายที่เข้าไปเล่น ต่างก็เงียบเพราะกลัวโดนจับจริง ๆ
พอลุงตำรวจถามว่า ต่อไปจะเข้าไปเล่นอีกไหม เด็ก ๆ ก็รีบตอบทันทีว่า ไม่ครับ/ไม่ค่ะ กันถ้วนหน้า
ฉันเห็นท่าทางการกลัวตำรวจของเด็ก ๆ แล้วนึกถึงตัวเองในวัยเด็ก
ทั้งที่เราก็ไม่เคยทำผิดอะไร แต่เห็นตำรวจทีไรก็จะกลัวมาก ๆ
ทำไมเด็กถึงกลัวตำรวจก็ไม่รู้ ...
ภาพลุงตำรวจกำลังเล่านิทานให้เด็ก ๆ ฟัง
ภาพลุงตำรวจกำลังเล่านิทานให้เด็ก ๆ ฟัง
หลังจากลุงตำรวจกล่าวทักทายเด็ก ๆ พอหอมปากหอมคอแล้ว ก็ผ่อนคลายความกลัวของนักเรียนลงโดยการเล่านิทานให้เด็กฟัง
การเล่านิทานในครั้งนี้ เป็นการเล่านิทานต่อหน้าเด็ก 900 กว่าคน แต่ทุกคนกลับนิ่งฟังอย่างตั้งใจ
นิทานเรื่องนี้ มีอยู่ว่า
กาลครั้งหนึ่ง...มีหนูตัวหนึ่งอาศัยอยู่ในบ้านของสองสามีภรรยา
หนูตัวนี้มักจะออกมาหาอาหารกินในบ้าน ทำให้ของในบ้านถูกกัดเสียหายอยู่เสมอ
เมื่อภรรยาเจ้าของบ้านทนไม่ได้ จึงซื้อกับดักหนูมาเพื่อฆ่าหนู
เมื่อหนูได้เห็นดังนั้นก็ตกใจมาก จึงรีบนำเรื่องไปแจ้งแก่เพื่อน ๆ ของตนด้วยความร้อนใจ
เริ่มจากไปหาแม่ไก่และแจ้งให้แม่ไก่ฟังว่า ภรรยาเจ้าของบ้านซื้อกับดักหนูมา
กับดักหนูคงจะสร้างอันตรายให้กับเราในภายภาคหน้า
แต่แม่ไก่เห็นว่า กับดักหนูไม่มีความเกี่ยวข้องกับตนเองและกับดักหนูไม่สามารถทำอะไรตนได้ จึงบอกกับหนูว่า "เสียใจด้วยนะ ฉันช่วยเธอไม่ได้หรอก เพราะเรื่องนี้มันไม่เกี่ยวกับฉันเลย"
หนูได้ฟังดังนั้นก็เสียใจ แล้วก็เดินไปหาหมูในคอกต่อและแจ้งข่าวเรื่องกับดักหนูให้หมูทราบ
หมูได้ฟังดังนั้นก็เห็นเหมือนกับแม่ไก่ คือ ไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกับตัวเองเลย จึงตอบหนูกลับไปว่า "เสียใจด้วยนะ ฉันช่วยเธอไม่ได้หรอก เพราะเรื่องนี้มันไม่เกี่ยวกับฉันเลย"
หนูได้ฟังดังนั้นก็เสียใจ แล้วก็เดินไปหาวัว เพื่อนตัวสุดท้าย
วัวมีความเห็นเหมือนกับแม่ไก่และหมู คือ ไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกับตัวเองเลย จึงตอบหนูกลับไปว่า "เสียใจด้วยนะ ฉันช่วยเธอไม่ได้หรอก เพราะเรื่องนี้มันไม่เกี่ยวกับฉันเลย"
หนูได้ฟังเพื่อนของตนพูดก็เสียใจเป็นอย่างมาก ที่ไม่มีใครยอมฟังคำเตือนจากหนูเลย
ดังนั้นจึงกลับไปในบ้าน และไม่อยู่แต่ภายในที่อยู่ของตน
คืนวันนั้นเอง เสียงกับดักหนูดังลั่นบ้าน ภรรยาเจ้าของบ้านก็รีบลงมาดู
แต่เนื่องจากไม่ได้เปิดไฟ จึงควานหาสวิตซ์ไฟและรู้สึกว่าถูกอะไรกัดที่เท้า
หนูเห็นเหตุการณ์นี้มาตลอดและเห็นว่างูพิษได้เข้ามาในบ้าน และถูกกับดักหนีบหางไว้
เมื่อภรรยาเจ้าของบ้านได้ยินเสียงกับดักหนูก็รีบลงมาดู แต่เนื่องจากไม่ได้เปิดไฟ จึงถูกงูกัด
จากนั้นภรรยาเจ้าของบ้านก็ล้มป่วย
ไก่ถูกฆ่าเพื่อนำมาทำเป็นยาบำรุงให้กับภรรยาเจ้าของบ้าน
ต่อมามีชาวบ้านมาเยี่ยมภรรยามากขึ้น ดังนั้นเจ้าของบ้านจึงฆ่าหมูเพื่อนำมาทำอาหารเลี้ยงแขก
และอยู่มาไม่นาน ภรรยาก็สิ้นใจตายไป วัวจึงถูกนำมาฆ่าเพื่อเป็นอาหารเลี้ยงแขกในงานศพ
หนูเห็นเหตุการณ์นี้มาตลอด และได้แต่เศร้าที่เห็นเพื่อนถูกฆ่าตายไปทีละตัว
แมงมุมจึงถามหนูว่า เมื่อท่านทราบว่าเหตุการณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้น เหตุใดท่านจึงไม่กล่าวตักเตือนเพื่อน ๆ ของท่าน
หนูจึงตอบว่า เราได้เตือนเพื่อน ๆ ทุกคนแล้ว แต่พวกเขาไม่เห็นความสำคัญ เพียงเพราะคิดว่ามันไม่เกี่ยวกับเขา...
หลังจากเล่านิทานเรื่องนี้เสร็จ
ลุงตำรวจก็ถามเด็ก ๆ ว่าได้ข้อคิดอะไรบ้างจากนิทานเรื่องนี้
เด็ก ๆ ก็ตอบบ้าง ไม่ตอบบ้าง จนสุดท้ายได้ข้อสรุปว่า ทุกสิ่งต่างมีความสัมพันธ์ เกี่ยวพันเชื่อมโยงกันหมด ดังนั้นทำอะไรจะต้องนึกถึงคนอื่นด้วย
ข้อคิดนี้ดีมากเลยสำหรับสอนเด็ก และฉันก็ชอบนิทานเรื่องนี้ของลุงตำรวจมาก
เสียงปรบมือชื่นชมลุงตำรวจกึกก้องเลยในวันนี้
ฉันเพิ่งได้รู้คำตอบว่า วันนีลุงตำรวจบุกมาโรงเรียนทำไม...
สรุปแล้ววันนี้ลุงตำรวจมาจัดกิจกรรมให้เด็กชั้น ป.5 ><
ขอบคุณค่ะสำหรับกำลังใจดี ๆ ^^ จันทวรรณ
สวัสดีปีใหม่ 2560 ค่ะ ^^