​ดูนกหรรษาเดือนธันวาคม 2559 (2)

วันนี้รู้สึกดีใจและอิ่มใจที่ได้ดูและถ่ายภาพนกหลายชนิด ได้รู้จักและเจอตัวกัลยาณมิตรใหม่สามคนที่มีจิตใจดี รักนก รักธรรมชาติ มีฝีมือถ่ายภาพยอดเยี่ยม อีกด้วย

ตอนที่ 1

วันที่ 17 ธันวาคม 2559

อาจารย์ต่าย ผศ.ดร.ปิยะพงค์ โชติพันธุ์ ได้แนะนำให้ดิฉันรู้จักกับกลุ่มดูนกกลุ่มหนึ่งในเฟสบุ๊ค ซึ่งที่ผ่านมาดิฉันก็ได้ติดตามดูภาพนกที่อาจารย์นุช รศ.วีระนุช นิลนนท์ หนึ่งในกลุ่มนั้นโพสต์ไว้บ่อยๆ อยู่แล้ว เนื่องจากทั้งดิฉันและอาจารย์นุชต่างก็เป็นเพื่อนทางเฟสบุ๊คของอาจารย์ต่าย

เมื่อวันที่ 14 อาจารย์นุชได้โพสต์ VDO นกหางนาคที่ทุ่งปากพลีกำลังส่งเสียงร้องใสๆ ดิฉันเขียนความเห็นไปว่าอยากจะเห็นบ้าง อาจารย์นุชจึงบอกว่าเช้าวันที่ 17 จะพาสาวน้อยจากหาดใหญ่ไปดูนกที่ปากพลี หากดิฉันว่างก็ให้ขับรถไปแจมกัน แล้วจะหานกหางนาคให้ดู ดิฉันจึงรีบชวนพี่สาวให้ไปด้วยกัน พร้อมทั้งสั่งซื้อกล้องถ่ายรูปดิจิตอลตัวใหม่ ที่สามารถซูมได้มากกว่าตัวเดิม ไปรับของในวันที่ 16 เพื่อที่จะเอาไปใช้ในวันที่ 17 กันเลย

วันที่ 17 ดิฉันรีบตื่นแต่เช้า ออกจากบ้านไปรับพี่สาวตั้งแต่ยังไม่หกโมงเช้า ตักกับข้าวใส่กล่องไปด้วย กะว่าพอไปถึงบ้านแม่จะได้รีบทานข้าวเช้าได้เลย ไปถึงดงละครเพิ่งจะเจ็ดโมงกว่า ระหว่างทางจากดงละครไปบ้านแม่เจอนกยางสีขาวหลายตัวบินว่อนเหนือทุ่งนา มองไปเห็นนกตัวสีเข้มๆ บินไล่นกยางอยู่ นึกว่าเป็นเหยี่ยว แต่พอมาขยายรูปดูจึงเห็นว่าเป็นนกกระสาแดงตัวหนึ่ง มีนกกาน้ำเล็กหลายตัวกำลังผึ่งปีกขนอยู่เป็นกลุ่มๆ ละสามสี่ตัว ดอกบัวแดงในหนองน้ำกำลังบานสวย



ดูเหมือนนกกระสาแดงตัวหนึ่งกำลังบินไล่นกยางฝูงหนึ่ง



นกกาน้ำเล็ก


เมื่อไปถึงบ้านแม่เรารีบทานอาหารเช้า เสร็จแล้วขับรถมุ่งหน้าไปยังทุ่งปากพลี ถึงบริเวณที่ดูเหยี่ยวเมื่อเวลาประมาณ 08.15 น.รออยู่ครู่เดียวก็ได้พบกับอาจารย์นุช อาจารย์ชัยรัตน์ (รศ.ดร.ชัยรัตน์ นิลนนท์) และน้องฝน เภสัชกรจาก รพ.สงขลานครินทร์ นกที่ดิฉันอยากเจอคือนกหางนาค ก็ได้เจอเป็นตัวแรก เขาเกาะโดดเด่นอยู่ที่ปลายยอดต้นไม้ที่ไม่มีใบ ไม่ไกลจากบริเวณที่ฝูงเหยี่ยวอยู่ ต้องถ่ายภาพย้อนแสงและระยะไกล จึงไม่เห็นรายละเอียดใดๆ มองเห็นเป็นตัวนกเท่านั้น

ดิฉันอ่านคู่มือการใช้กล้องตัวใหม่มาเพียงเล็กน้อย อาจารย์ชัยรัตน์ได้ช่วยปรับกล้องและสอนวิธีการใช้ให้ด้วย อาจารย์ชัยรัตน์สอนให้มองผ่าน Viewfinder ดิฉันมองแล้วเห็นภาพข้างหน้ามัวๆ พยายามหรี่ตามองเท่าไหร่ก็ไม่ชัด จึงถ่ายภาพไปแบบเดาๆ กว่าจะรู้ว่าเป็นเพราะใช้แว่นตาผิดอัน (แว่นใส่ทำงาน) ก็ตอนที่อาจารย์นุชทักระหว่างที่เราขับรถดูนกไปเรื่อยๆ พอเปลี่ยนเป็นใช้แว่นตามองไกล ก็เห็นภาพผ่าน Viewfinder ได้ชัดเจน การถ่ายภาพด้วยกล้องตัวใหม่ที่มี Viewfinder นี้ทำให้ดิฉันสะดวกขึ้นมากเพราะไม่ต้องเปลี่ยนแว่นตาให้วุ่นวาย

ที่ทุ่งนาคนละฝั่งกับที่ฝูงเหยี่ยวอาศัยอยู่ เราเจอนกยางไฟหัวดำ นกระเต็นอกขาว ยางกรอกพันธุ์จีน (มีมากมาย เจอได้ทั่วบริเวณนั้น) เช้าวันนี้มีกลุ่มผู้ใหญ่พาเด็กๆ มาดูนกด้วย เป็นเด็กที่เรียน home school ใช้กล้องรุ่นเดียวกับกล้องตัวใหม่ของดิฉัน พร้อมมีขาตั้งด้วย ดีจริงๆ ที่พาเด็กๆ มาทำกิจกรรมแบบนี้ ต่อไปเขาน่าจะเป็นคนที่รักและเห็นคุณค่าของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม



เหยี่ยวดำที่ถ่ายด้วยกล้องตัวใหม่ ได้ภาพที่ชัดกว่าเดิม (ภาพนี้เป็นฝีมืออาจารย์ชัยรัตน์)



ยางไฟหัวดำ (ยังไม่โตเต็มวัย)


อาจารย์นุชและอาจารย์ชัยรัตน์พาขับรถดูนกริมทางไปเรื่อยๆ อาจารย์ชัยรัตน์ขับรถนำโดยมีน้องฝนนั่งไปด้วย อาจารย์นุชนั่งรถไปกับดิฉัน คอยบอกชื่อนกและแนะนำวิธีการถ่ายรูป ตรวจสอบรูปที่ดิฉันถ่ายมาแล้วว่าดีหรือไม่ดีตรงไหน บางครั้งก็ช่วยถ่ายภาพให้ด้วย อาจารย์นุชถ่ายภาพได้สวยงามจริงๆ มีอยู่ช่วงหนึ่งที่เราเห็นเหยี่ยวตัวหนึ่งบินวนเวียนอยู่เหนือทุ่งนา สักพักก็ลงโฉบเหยื่อแล้วบินกลับขึ้นสู่ท้องฟ้าใหม่ อาจารย์นุชถ่ายภาพได้ชัดจนเห็นว่าเหยี่ยวจับปลาดุกและกินปลาในขณะที่บินอยู่ แม้แต่ภาพงูสิงที่เลื้อยผ่านหน้ารถของเราไปก็ยังได้ภาพที่สวยมากๆ

เราขับรถดูนกไปเรื่อย ๆ แวะจอดถ่ายรูปเป็นระยะ ๆ วันนี้มีรถบรรทุกและรถเกี่ยวข้าววิ่งเข้า-ออกบ่อย ในคูน้ำข้างถนนเจอนกกาน้ำเล็ก นกยางกรอกพันธุ์จีน นกตีนเทียน แต่ละจุดจำนวนไม่มากนัก พอมีบ่อน้ำปรากฏว่ามีฝูงนกตีนเทียนและนกปากแอ่นหางดำจำนวนมาก บ่อน้ำที่มีนกปากแอ่นหางดำอยู่กันหนาแน่นนั้น เราต้องถ่ายรูปจากระยะไกล ไม่สามารถเดินเข้าไปใกล้ๆ ได้เพราะมีแอ่งน้ำกั้นทางเดินไปยังขอบบ่อ


ฝูงนกตีนเทียน


นกตีนเทียนกับเงาในน้ำ


ในฝูงนกตีนเทียน มีนกปากแอ่นหางดำปนอยู่


ฝูงนกปากแอ่นหางดำ มีนกตีนเทียนปนอยู่เช่นกัน



นกกาน้ำปากยาว


ในที่สุดเราก็ได้เจอนกหางนาคอีกตัวเกาะอยู่ที่ต้นไม้จุดเดียวกับที่อาจารย์นุชเคยถ่ายภาพและ VDO ไว้




นกหางนาค ที่อยากเจอ


เราแวะบ่อยและนาน จึงคลาดกับรถของอาจารย์ชัยรัตน์ อาจารย์นุชจำทางไม่แม่นแต่ก็รู้สึกว่าเส้นทางที่เราขับรถอยู่นั้นไม่ชินตา เราขับรถไปข้างหน้าอย่างเดียวจนในที่สุดก็ถึงทางตันเพราะเป็นเส้นทางเข้าบ้านแถวนั้น ต้องโทรศัพท์ถามอาจารย์ชัยรัตน์ และอาจารย์ชัยรัตน์ต้องขับรถออกมารับ เส้นทางนี้วนกลับมาบรรจบที่ทุ่งเหยี่ยวอีกครั้ง

วันนี้เราเจอนกประมาณ 20 ชนิด แต่ถ่ายภาพนกได้ไม่ครบทุกตัว บางตัวก็ถ่ายได้แต่ภาพไม่ชัด (ไม่ได้นับนกเอี้ยงด่าง นกเอี้ยงหงอน) ได้แก่ (1) นกหางนาค Striated Grassbird (2) นกเหยี่ยวดำ Black Kite (3) นกยางไฟหัวดำ(Yellow Bittern (4) นกยางกรอกพันธุ์จีน Chinese Pond Heron (5) นกยางเปีย Little Egret (6) นกยางโทนใหญ่ Great Egret (7) นกกาน้ำเล็ก Little Cormorant (8) นกกาน้ำปากยาว Indian Cormorant (9) นกกาบบัว Painted Stork (10) นกกระเต็นอกขาว White-throated Kingfisher (11) นกกระสานวล Grey Heron (12) นกกระสาแดง Purple Heron (13) นกตีนเทียน Black-winged Stilt (14) นกปากแอ่นหางดำ Eastern Black-tailed Godwit (15) นกเป็ดผีเล็ก Little Grebe (16) นกแอ่นบ้าน (Barn Swallow (17) นกอีแพรด Malaysian Pied Fantail (18) นกกระแตแต้แว๊ด Red-wattled Lapwing (19) นกแซงแซวหางปลา Black Drongo (20) นกกระจาบทอง (Asian Golden Weaver)

ปิดท้ายกิจกรรมการดูนกวันนี้ที่ร้านอาหารที่ปากทาง เราทานอาหารกลางวันง่ายๆ ราคาถูก เป็นข้าวผัดและก๋วยเตี๋ยวเรือ อาจารย์ชัยรัตน์บอกว่ามาดูนกที่นี่ เราก็ควรจะอุดหนุนร้านนี้ (มีร้านเดียว) ด้วย เขาจะได้อยู่ได้ มีคนหลายคน น่าจะเป็นกลุ่มขี่จักรยานและตกปลา นั่งทานอาหารอยู่ก่อนเรา

หลังทานอาหารกลางวันเสร็จดิฉันเดินทางกลับบ้านแม่พร้อมพี่สาวและน้องฝน เราจะกลับกรุงเทพฯ พร้อมกัน โดยจะแวะส่งน้องฝนที่สนามบินดอนเมืองเพื่อเดินทางกลับหาดใหญ่ วันนี้ต้องกลับเร็วเพราะพี่สาวจะต้องไปงานเลี้ยงแต่งงานตอนเย็น ขับรถบ่ายๆ แดดแรงชวนง่วงนอน จึงต้องแวะร้านเซเว่นที่องครักษ์ ซื้อของทานเล่นแก้ง่วง ฟังน้องฝนเล่าเรื่องที่ไปเข้าคิวเพื่อเข้าสักการะพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 ตั้งแต่ตีหนึ่ง ช่างน่าชื่นชมในความตั้งใจและความพยายามจริงๆ รวมทั้งเล่าเรื่องของอาจารย์นุชและอาจารย์ชัยรัตน์ว่าเป็นอาจารย์ที่สอนทั้งวิชาเรียนและวิชาชีวิต สมกับที่เป็น "ครู" ทั้งสอนและทำให้ดูเป็นแบบอย่าง

วันนี้รู้สึกดีใจและอิ่มใจที่ได้ดูและถ่ายภาพนกหลายชนิด ได้รู้จักและเจอตัวกัลยาณมิตรใหม่สามคนที่มีจิตใจดี รักนก รักธรรมชาติ มีฝีมือถ่ายภาพยอดเยี่ยม อีกด้วย


วัลลา ตันตโยทัย

บันทึกเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2559

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน DM KM Facilitator



ความเห็น (0)