เรียนร่วมวิชาชีพ

เรียนร่วมวิชาชีพ

มูลนิธิเพื่อพัฒนาการศึกษาวิชาชีพสุขภาพ (ศสช.) และภาคี จัดการประชุม วิชาการประจำปีระดับชาติ การพัฒนาการศึกษาสำหรับบุคลากรด้านสุขภาพ ครั้งที่ ๓ ภายใต้หัวข้อ เรียนร่วมวิชาชีพ สู่ทีมสุขภาพไทย (IPE towards Thai Health Team) ระหว่างวันที่ ๒๑ - ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙ ที่โรงแรมพุลแมน แกรนด์ สุขุมวิท


ผมได้รับเชิญไปบรรยายนำ เรื่อง พลิกกระดานการศึกษา สู่การเรียนร่วมวิชาชีพ จึงนำ PowerPoint มา ลปรร. ที่นี่ ผมบันทึกเสียงบรรยายไว้ แต่ไฟล์เสีย เข้าใจว่าทางทีมผู้จึดงาน คงจะเอาขึ้นเว็บในภายหลัง


การประชุมนี้มีสีสันขึ้นมาทันที ที่ท่าน รมต. ว่าการกระทรวงสาธารณสุข ศ. (คลินิก) เกียรติคุณ นพ. ปิยะสกล สกลสัตยาทร มาเป็นประธานเปิดและกล่าวปาฐกถาเรื่อง อนาคตระบบสุขภาพไทย ความร่วมมือ ระหว่างผู้ใช้และผู้ผลิต ที่ท่านชี้ให้เห็นว่า เป้าหมายสำคัญของการพัฒนาประเทศ และพัฒนาระบบสุขภาพคือ leave no one behind และ stronger together และระบบสุขภาพต้องทำงานเชิงรุก โดยระบบการศึกษาของ บุคลากรสุขภาพ กับระบบบริการสุขภาพต้องทำงานเป็นเนื้อเดียวกัน ท่านจึงสนับสนุนการทำงานเชื่อม และขับเคลื่อนเครือข่ายปฏิรูปการศึกษาของบุคลากรสุขภาพอย่างเต็มที่


ท่านบอกว่าเป้าหมาย ๒๐ ปีของกระทรวงสาธารณสุขคือ “ประชาชนสุขภาพดี เจ้าหน้าที่มีความสุข ระบบสุขภาพยั่งยืน” ผ่าน 4 Excelence :

  • 3P Excellence : Prevention, Promotion, Protection
  • Service Excellence : seamless
  • People Excellence : integrated, ethics, personal mastery
  • Governance Excellence


ตามด้วยการบรรยายของท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ. โสภณ เมฆธน เรื่อง ทีมสุขภาพกับการ ปฏิรูประบบสาธารณสุขไทย ที่เน้นกลไก คลินิกหมอครอบครัว ที่ทำงานเป็นทีม หนึ่งทีมดูแลสุขภาพของ ประชาชน ๑๐.๐๐๐ คน ร่วมมือกันเป็นสามทีมดูแลประชาชน ๓๐,๐๐๐ คน ให้ช่วยเหลือกันได้ภายในสามทีม ที่ประเสริฐสุดคือดูแลเชิงรุกและครบทุกด้าน ในลักษณะการบริบาลปฐมภูมิ (PCC – Primary Care Cluster) แก่คนทุกช่วงวัย


ผมภาวนาว่า เปลี่ยนรัฐมนตรี เปลี่ยนปลัดกระทรวง ก็ขออย่ามีการเปลี่ยนนโยบายเปลี่ยนแนวทางไป จากนี้เลย


ระบบการศึกษาของบุคลากรสุขภาพ จะได้มุ่งตอบสนองระบบสุขภาพแบบที่มีทีมหมอครอบครัวเป็น หน่วยบริการพื้นฐาน


จะเห็นว่า ระบบบริการสุขภาพไทยเน้นที่การให้บริการที่ครอบคลุมประชากรทั้งหมด มีโครงสร้างพื้นฐานของระบบบริการที่กระจายทั่วประเทศจาก โรงพยาบาลประจำจังหวัด ครบทุกจังหวัด โรงพยาบาล ชุมชนครบทุกอำเภอ โรงพยาบาลสร้างเสริมสุขภาพครบทุกตำบล สู่ทีมหมอคอบครัวสู่ทุกหัวบันไดบ้าน น่าชื่นใจยิ่งนัก


ก่อนเที่ยงมีรายการ การวางแผนกำลังคนด้านสุขภาพในทศวรรษหน้า (๒๕๖๐ - ๒๕๖๙) โดย นพ. ฑิณกร โนรี กับ นพ. ศุภกิจ ศิริลักษณ์ เอาภาพใหญ่ของกำลังคนในเชิงจำนวนและการกระจายมาดูกัน ประกอบภาพ การจัดทีมสุขภาพ (Health Team) ผมไม่ได้ฟัง เพราะต้องไปคุยกับท่านปลัดฯ เรื่องการจัดให้มีหน่วยประสานงาน กำลังคนด้านสุขภาพ ที่เราไปวางแผนกันที่ศรีลังกา


สาระของการเรียนร่วมวิชาชีพ อยู่ในวันที่สองของการประชุม คือวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙ ซึ่งตอนเช้าผมต้องไปทำงานอื่น ทำให้พลาดการบรรยายของศาสตราจารย์ John Gilbert, University of British Columbia, Canada เรื่อง Concept of Interprofessional Education ผมไปได้ฟังการอภิปรายใหญ่ ๙ วิชาชีพ เรื่อง ร่วมคิด ร่วมทำ IPE Thailand 4.0 นำการอภิปรายโดย ศ. คลินิก นพ. สุวัฒน์ เบญจพลพิทักษ์ และ ศ. พญ. วณิชา ชื่นกองแก้ว โดยได้ฟังตอนท้ายๆ แล้ว พอจะจับความได้ว่าบางวิชาชีพก็ดำเนินไปไกลพอควร บางวิชาชีพ เพิ่งรับรู้เรื่อง IPE


ไฮไล้ท์ของสาระอยู่ที่ตอนบ่ายวันที่ ๒๒ ที่มีการนำเสนอกรณีตัวอย่าง IPE ที่น่าชื่นชม (Best Practices) ได้แก่

  • IPP ราษีไศล โมเดล ของโรงพยาบาลราษีไศล IPP ย่อมาจาก Interprofessional Practice เป็นเรื่องราวของการจัด Context-Based Learning ของทีมบริการสหวิชาชีพในอำเภอ ตามโครงการ DHML นำเสนอโดย นพ. สมชาย ภาณุมาสวิวัฒน์ สะท้อนหลักการ และอุดมการณ์ที่สูงส่งยิ่ง
  • IPE มหาสารคามโมเดล ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ที่มาได้แนวคิดและแรงบันดาลใจ จากการประชุมวิชาการประจำปีระดับชาติ การพัฒนาการศึกษาสำหรับบุคลากรด้านสุขภาพ ครั้งที่ ๒ เรื่อง Instructional Reform และได้แนวคิด IPE ไป จึงไปจับทำทันที โดยเป็นการลงพื้นที่เรียนร่วม ของนิสิต ๓ วิชาชีพคือ สถาปัตยกรรม ผังเมือง และน
  • OneHealth – IPE Module



วิจารณ์ พานิช

๒๓ พ.ย. ๕๙



[download file ppt]

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สภามหาวิทยาลัย



ความเห็น (0)