ค่ายเกี่ยวรักถักร้อยสานสายใย จากใจพี่ถึงน้อง

“ไม่เคยลืมเลือนยำ้เตือนสัมพันธ์ ด้วยใจใฝ่ฝันจะคอยวันและคืน

ร่วมกันเถิดหนาฝ่าผองภัยด้วยใจระรื่น ยิ้มเย้ยกับความขมขื่นหยัดยืนสรรสร้างความดี"


เวลาประมาณ 12.40 น. สมาชิกพรรคจากดิน ต้นกล้ารุ่นใหม่ มาถึงกฤษณกรณืฟาร์ม

ต.หนองพอก อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด ออกเดินทางมาจากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม

เวลา 10.20 น. ด้วยการระดมสมาชิกจำนวน 28 คน ขึ้นรถหกล้อ มีป้ายผ้าเขียนจากมือติดข้างรถ

เพื่อมาร่วมทำกิจกรรม "ค่ายเกี่ยวรักถักร้อยสานสายใย จากใจพี่ถึงน้อง"

เมื่อมาถึงก็เป็นเวลาเหมาะเจาะพอดี ลงจากรถนำสัมภาระมากองรวมกัน ตรงลิ่วไปสวัสดีทักทาย

ทำความรู้จักกับพ่อตี๋ พี่ติ๊ก ท่านอ.แดง เมื่อกำลังทานข้าวกันอยู่ พอรู้ว่าน้องกำลังมาถึง

จึงรีบลุกให้การต้อนรับอย่างน่าประทับใจ แผนกเเม่ครัวก็ได้จัดเตรียมอาหาร

แล้วนั่งรับประทานอาหารกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา อาหารอีสานบ้านเราอร่อยจนสมาชิกค่ายไม่อยากลุกเลยทีเดียว

ได้แก่ ลาบหมู ผักสด ส้มตำปูนา ไก่ทอด แจ๋วบอง ต้มยำปลานอล

พร้อมข้าวเหนียว ข้าวสวยร้อนๆของหวานผลไม้แตงโม และกล้วยน้ำหว้า

แบบว่าพอมาถึงก็ประทับใจเลยทีเดียว อิ่มท้องอิ่มยิ้ม อิ่มรัก อิ่มใจ

สักพักก็เห็นรถอาจารย์ที่ปรึกษาได้แก่ พี่พนัส ปรีวาสนา อ.อภิญญา อ.ดร.ธายุกร มาจอดก็รีบวิ่งไปให้การต้อนรับ

และท่านได้นำมันเทศมาฝากก็ช่วยกันขนมาวางไว้ที่กระท่อม และหาข้าวหาปลาให้การต้อนรับ

พ่อตี๋ กับพี่ติ๊กนั่งคุยกันกับอ.ที่ปรึกษา ด้วยความยิ้มแย้มแจ่มใส สักพักท่านได้ลากลับ ผู้เขียนได้คุยกับ อ.อภิญญา

รายงานเรื่องราว บอกเล่าปัญหาต่างๆนิดหน่อย ถ่ายรูปหมูหน้าเวที และส่งท่านขึ้นรถ

แต่ไม่รู้เพราะกรรม หรือโชคชะตา หรืออุบัติเหตุ ความประมาทอย่างไร สักพักก็ได้ข่าวว่ารถอ.ที่ปรึกษา

ชนท้ายประสบอุบัติเหตุ แต่เพราะบุญรักษาอ.ทั้งสามท่านไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างไร ผมจึงขอฝากความใยกับทุกท่าน

บ่ายคล้อยเข้ามาไม่มีทีท่าว่าพี่ๆศิษย์เก่าจะร่วมงาน ก่อนอื่นก็ขอบอกเลยว่าบรรยากาศเงียบเหงามาก

แต่ก็เป็นที่แน่นอนกำหนดการไม่จำเป็นจะต้องเปะเสียทั้งหมด แต่ก็มีใจหวั่นๆหวิวๆอยู่บ้าง

แต่ถึงอย่างไรก็ต้องเตรียมการเพิ่มเติม เสริมแต่ง ให้สถานที่ออกมาดีที่สุด ได้นำสายรุ้ง กับสามเหลี่ยมงานวัด

มาประดับตกแต่งเวที และรถเกี่ยวข้าว พร้อมรถไถ อย่างสวยงาม

พร้อมทั้งนำป้ายประวัติความเป็นมาของพรรคชาวดิน มาติดแขวนไว้บริเวณหน้างาน

อย่างที่บอกเมื่อตอนที่แล้วงานนี้งานช้างเลยทีเดียว ลงทุนน้อยแต่งานใช้ประโยชน์มากมาย55555


จัดเตรียมอีกแผนกคือฝ่ายติดสติกเกอร์แพคก้อนข้าว จำนวน 800 ก้อน ด้วยร้อยยิ้ม

ที่ไม่ได้มาเปล่า แต่มีงานให้ทำไม่น่าเบื่อ


เวลาบ่ายเอนสายไปถึง 15.40 น. บรรยากาศเริ่มคลึกคลื้นขึ้น พี่ๆศิษย์พรรคชาวดิน

เริ่มทยอยมา ล้วนแต่เป็นบุคคลสำคัญระดับประเทศเลยทีเดียว สักพักพ่อตี๋ประสานมายังพี่ติ๊กให้ผมระดม

เพื่อนสมาชิกเข้าอาคารประชุม ได้ยินเสียงประกาศจากไมค์ ไม่นานเท่าไร เพื่อนสมาชิกก็มานั่งใจจดจอหน้าเวที

พ่อตี๋เกริ่นความเป็นมาพรรคชาวดินสักพัก ก็ได้เรียนเชิญ ท่านอ.วิทยา อัคคะประสา (พี่เล่ห์)

อดีตนายกองค์การนิสิต ปี 2527 ปัจจุบันเป็นครูฝ่ายปกครองที่ โรงเรียนศรีธวัช จบป.ตรี วิชาเอกภาษาอังกฤษ

จบ ป.โท เอกบริหารการศึกษา ท่านได้ให้ความรู้แง่คิด ความผูกพัน และอดีตที่ทำงานพรรคชาวดิน

จนถึงการเผชิญชีวิตจริงจากการทำงาน จนประสบความสำเร็จ และได้มอบทุนสนับสนุนกิจกรรมจำนวนหนึ่ง

อ.แดงได้มอบข้าวอินทรีย์เป็นที่ระลึกด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส


ท่านต่อไป คือ ท่านอ.ดร.รณวริทธิ์ (อ.แดง) ได้จับไมค์และพูดถึงกิจกรรมการใช้ชีวิต

ท่านได้เข้าพรรคชาวดิน และทำหน้าที่ในสภานิสิตสมัยปี 27-30 ท่านสู้ชีวิตได้ทุนภูมิพลจนเรียนจบ

ป.ตรี ที่ มศว.มหาสารคาม เคยดำรงดำแหน่งผู้อำนวยการ กศน. เทคนิคการพูดของท่าน

ทำให้ผู้ฟังรับรู้ถึงวาทะศิลป์ที่ปลุกใจ เร้าอารมณ์ ทำให้เศร้า และตระหนักในเรื่องต่างๆ

พร้อมมีมุขเด็ดแฝงสาระความบันเทิงการปั่นจักยานสมัยท่านกับการขี่มอไซด์สมัยนี้

กศน.การศึกษาน้อยนิด กศบ.การศึกษาบาน ทำเอาหัวเรอะกันทั้งห้อง

และพูดถึงเรื่องข้าว และพระราชดำริของในหลวงเรื่องข้าว

"คนไทยกินข้าว คนไทยปลูกข้าวกิน เหลือกินจึงค่อยขาย"

ท่านได้ฝากแง่คิดทำเอาทุกคนเงียบไปชั่วขณะเลยทีเดียว


ช่วงต่อไปพ่อตี๋ ได้เรียนเชิญ พี่ดร.เจริญ ศรีแสนปาง (พี่เจริญ) ได้พูดแนะนำตัว

และเล่าเรื่องราวต่างๆที่ทำร่วมกับพรรคชาวดิน ปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการโรงเรียน

เป็นผู้ชวนพี่ตี๋เข้ามาพรรคชาวดิน ได้เป็น สส.ชั้นปี 1-ปี 4 พูดถึงเรื่องราวสมัยนั้น

ที่มีนิสิตจำนวนแค่พันกว่าคน แต่ปัจจุบันมีหลักหมื่น อยากให้ต้นกล้าชาวดินของพวกเรา

เขาไปมีบทบาททั้งสภานิสิต และองค์การนิสิต เพราะจุดตรงนี้คือที่หลอมรวมคนทำงาน

ลูกสาวพี่มีเพื่อนเรียนที่ มมส.ก็ได้โทรมาสอบถามถึงพรรคชาวดินกับเพื่อน

เพื่อนเล่าให้ฟังว่าพรรคของเรากำลังจะก่อตัวกันทำกิจกรรมในมหาลัย ซึ่งมีความสำคัญมาก

เป็นที่น่าสนใจ เขาจึงให้พ่อมาร่วมงานครั้งนี้


บุคคลสำคัญท่านต่อไปผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กชพร นำนาผล

ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและวิเทศสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยราชภัฎร้อยเอ็ด

และว่าที่อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎร้อยเอ็ด อดีตเคยเป็นประธานหอพักหอใน และเคยเป็น

สส.พรรคชาวดิน ทำงานหลายด้านทั้งกีฬา ยริการแบกยกน้ำ หนักเอาเบาสู้

ท่านประสบความสำเร็จในชีวิตเป็นอย่างมากทั้งได้มีโอกาสไปศึกษาต่อต่างประเทศ

ท่านบอกว่าถ้ามีโอกาสไปต่างประเทศจะรู้สึกรักแผ่นดินไทยมากขึ้น

ท่านมีวิสัยทัศน์ พูดภาษาอังกฤษสำเนียงเปะมาก รู้สึกภูมิใจที่มีส่วนร่วมในพรรคชาวดินสมัยนั้น

ารพูดของท่านในครั้งนี้สร้างแรงบันดาลใจอย่างมากแก่ผู้ฟัง


หลังจากจบการบรรยาย ได้ร่วมกันถ่ายรูปหน้าเวทีกิจกรรม กับบรรยากาศพระอาทิตย์อัศดงบ่ายคล้อย

ได้ทำท่ามือร้อยเอ็ด รักนิดหน่อ ไอเลิฟยู ไชยโย เป็นร้อยยิ้มแห่งความปลื้มใจอยากที่จะอธิบาย

พอถ่ายภาพหมู่เสร็จ ก็แยกย้าย จัดเตรียมที่พักผ่อนตามอัธยาศัย และรับประทานอาหารมื้อเย็นร่วมกัน

ส่วนผมรับประทานอาหารนิดหน่อย เพื่อนที่ติดสอบ3 คน ได้โทรมาให้ไปรับมาค่ายตอนนี้ถึงร้อยเอ็ดแล้ว

พ่อตี๋จึงพาผมขับรถไปรับที่บขส.ระหว่างทางก็ได้พูดคุยเป็นการส่วนตัวกับพ่อตี๋ ถามข่าวและแนะนำกิจกรรมต่างๆ

รับเสร็จเดินทางมาถึงฟาร์ม เวลาประมาณ 2 ทุุ่ม กิจกรรมรอบเวทีฟางก็ได้เริ่มขึ้นอย่างอบอุ่น


บรรยากาศ ท่ามกลางสายลมที่เหน็บหนาว มีการแนะนำตัวแต่แนะแนวทาง

สร้างสรรค์สังคม พ่อสิทธิ์ กล่าว"อยากให้ทุกคนคิดถึงส่วนร่วม เพื่อความสุขของสังคม

คนชาวดินได้สร้างและเสริมพลังอันยิ่งใหญ่ และเชื่อมั่นว่าต้นกล้ายุคนี้จะมีบทบาทในองค์การต่อไป"

มีการร้องเพลงจากแทนจากดิน จากฟลุก บรรเทิง และมีการเล่นมายากลจากลูกชาย ท่านอ.แดง

และฟังเพลงจากรุ่นพี่ น้องร้องแล้ว ตาพี่ร้องมั้ง เป็นบรรยากาศที่ผ่อนคลายและบันเทิงจิตใจ

มากมายน่าประทับใจเลยทีเดียว ถ้าใครไม่ได้มางานนี้ มีโอกาสนั่งคิดเสียดายทีหลังเป็นแน่




และมีอีกช่วงเวลาหนึ่ง ที่พี่ๆน้องๆสมาชิกเพื่อนๆได้รอบวง เสวนาแลกเปลี่ยน แสดงความรู้สึก

บอกที่มาที่ไป ความประทับใจ และระบายสิ่งที่อึดอัดอดกลั้นตันใจ หลายคนกว่า 40 ชีวิต

ได้แสดงความรู้สึก บรรยายความในใจ และระบายสิ่งต่างๆออกมา มีทั้งเรื่องเล่า

เรื่องเศร้า เสียใจ และเรื่องขำขันผ่อนคลาย ถือว่ากิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมบรรลุเป้าหมายอย่างมาก

เพราะทำให้ทุกคนเข้าใจที่มาที่ไปของแต่ล่ะคน โดยมีพี่ๆคอยจับไมค์หนุนเสริม มีการแซว หัวเรอะกันอย่างสนุกสนาน

ทานข้าวจี่ กินมันเผ่า เล่าความในใจ


เวลาจวบจนเกือบครึ่งคืน พ่อตี๋ ดร.เจริญ แม่หน่อย พี่ติ๊ก พี่แจง ได้เชิญให้ทุกคน

ยืนขึ้นล้อมวง ร่วมทำกิจกรรมสุดท้ายของค่ำคืน กอ่นที่จะร้องเพลงยามห่างไกล

ทุกคนยืนสงบนิ่งไว้อาลัยแด่อดีตนายกองค์การนิสิต ปี 2525 ท่านชนินทร์ นิลสุวรรณ ที่จากไป

และร่วมร้องเพลง ยามห่างไกล

"ขอฝากเสียงเพลงแด่เธอเมื่อยามห่างไกล

มอบด้วยดวงใจข้ามน้ำทะเลกว้างใหญ่

ถึงไกลกันสุดขอบฟ้าภูผาพนาหรือมาขวางกั้น

สายใยสัมพันธ์ผูกพันแน่นแฟ้น

เพราะเรามีรักผูกพันมั่นคงต่อกัน
ร่วมใจใฝ่ฝันมั่นในศรัทธายิ่งใหญ่
ถึงจะทุกข์ยากเพียงไหนจะขออุทิศกายใจ
เพื่อความรักอันยิ่งใหญ่ ไม่ว่าสิ่งใดไม่อาจทำลาย

ไม่เคยลืมเลือนย้ำเตือนสัมพันธ์
ด้วยใจใฝ่ฝันจะคอยวันและคืน
ร่วมกันเถิดหนา ฝ่าผองภัยด้วยใจระรื่น
ยิ้มเย้ยกับความขมขื่น หยัดยืนสรรสร้างความดี

ขอให้ศรัทธาเราเป็นเหมือนดั่งดวงดาว
ทอแสงสกาวพร่างพราวพลังยิ่งใหญ๋
ขอเรายืนสู้ทายท้า ไม่ยอมหนีหน้าอธรรมใดๆ
ประสานเสียงเพลงจากใจก้าวสู่ไทยสมบูรณ์"



ค่ำคืนนี้ทุกคนต้องพักผ่อนท่ามกลางความหนาวเย็น แต่คงจะหลับฝันดีกันทุกคน
เพราะ ความความประทับใจและเลือดชาวดินที่ซึมซับเข้าสู่ทุกคน




ทุกคนตื่นเช้ามาด้วยความสดชื่น ยิ้มแย้มแจ่มใส พร้อมทำภาระกิจเกี่ยวข้าวร่วมกับพี่ๆและเพื่อนๆ
ท่าน อ.ดร.แดง แนะนำวิธีการใช้เคียวเกี่ยวข้าว ตามแบบฉบับบชาวนา
เมื่อพร้อมแล้วทุกคนมุ่งหน้าสู่แปลงนาข้าวอินทรีย์ ถึงแล้วก็ไม่พูดพร่ำทำเพลงลงมือเกี่ยวข้าวกันอย่างสนุกสนาน
ไม่ถึง 40 นาที ข้าวก็เกี่ยวหมด และก็รวบรวมเคียวเกี่ย่วข้าวกลับมายังฟาร์มรอรับประทานอาหารเช้า




หลังจากเกี่ยวข้าวจากแปลงนาเสร็จ มานั่งร่วมทาข้าวเช้า
และเข้าร่วมพิธีสู่ขวัญข้าว ฟังบรรยายจากอ.ดร.รณวริทธิ์
งานนี้มีการถ่ายทอดสดลงหน้าเฟสส่วนตัว และลงกลุ่มเฟสบุค
มีนักข่าวมาให้จากสถานีโทรทัศน์ช่อง เอ็นบีที และช่องห้า มาทำข่าว
และประชาชนในพื้นที่ให้ความสนใจอย่างมากมาย


พิธีสู่ขวัญข้าว



การแสดงควายไทย ความมงคล



แม่หน่อย มอบเงินสนับสนุนควายไทย



ทดลองการตีข้าว วิถีข้าว วิถีอีสาน


พ.ท.อุกฤษณ์ สะอาด อดีตศิษย์เก่าพรรคชาวดินพบปะน้องชาวดิน



ดร.รณวริทธิ์ มอบข้าว 1000 ก้อน เป็นทุนการทำกิจกรรมกลุ่มนิสิตพรรคชาวดิน
และกล่าวว่า "เราจะไม่ให้ปลาแต่ให้เบ็ดไปหาปลา จะได้พัฒนาตนเองได้อย่างมีคุณภาพ"
ตัวแทนมอบของที่ระลึกและหนังสือขอบคุณจากทางมหาวิทยาลัย



คุณแม่พรรณี (แม่หน่อย) ตัวแทนมอบเงินสนับสนุนกิจกรรม 21170 บาท




ผู้เขียนได้เป็นตัวแทนกล่าวปิดค่ายและกล่าวขอบคุณ
ค่ายนี้ที่จริงแล้วพี่ๆต้องเป็นผู้กล่าวปิด แต่พี่ๆได้ให้น้องเป็นคนกล่าวปิด แบบไม่ได้เตรียมหารมาก่อน
ผมได้นำบทกวีของพี่นกกวี ที่ได้เขียนว้เมื่องานคืนเหงาชาวดิน 3 ก.ย. 2559 มาอ่านมีใจความว่า
คำถามถึงหนุ่มสาวนักฝัน?
๑.
ฉันเพียรถามตัวเองตลอดเวลา
เราเกิดมาค้นฝันใดในโลกกว้าง
ค้นหมุดหมายอันใดในเถื่อนทาง
จึงพบแต่ความอ้างว้างอันเดียวดาย

หรือเป็นเพราะ วาสนา ชะตากรรม
ที่โน้มนำ ยื้อยุดจนสุดสาย
ให้ก้าวกล้าฝ่าฟันภยันตราย
ให้โชคดี ให้โชคร้าย ให้เวลา
จึงเหมือนนก จากคอน ไม่นอนรัง
ขยับปีกความหวังแสวงหา
ยิ่งสูง ก็ยิ่งหนาว ทุกคราวครา
ฉันถามตัวเองว่า คืออะไร?
มหาวิทยาลัยสอนให้ฉันคิด
สอนชีวิต ให้เรียนรู้ สู้วันใหม่
เพื่อหลงลืม รากเหง้า ทางเท้าไท
และสิ่งใด กันแน่หรือ คือปลายทาง...
จุดหมายสูงสุดของการศึกษา
คือกระบวนวิชาใต้ฟ้ากว้าง
คือปัญญา ย้อนกลับ ลับ ลวง พราง
คือหนทาง สวรรค์อยู่ เหนือผู้คน
คือชีวิตเหนือชีวิตศักดิ์สิทธิ์นัก
คือความรักเหนือความรัก อันท่วมท้น
คือทรัพย์ศฤงคาร เหนือความจน
คือความทุกข์ ระทมทน จ่อจมดิน
กระนั้นหรอกหรือ คือ ชีวิต
มหาวิทยาลัยเนรมิต ซึ่งทรัพย์สิน
ปริญญาหางอึ่ง พึงเคยยิน
คงเกาะกิน ดวงใจไปทุกวัน
แต่หัวใจมีมากมายหลายความรัก
ที่รู้จัก ที่รู้ใจ ที่ใฝ่ฝัน
พึงค้นหา รักแท้จริง สิ่งนิรันคร์
รักในเธอ รักในฉัน มั่นศรัทธา
เพื่อนเอย เคยร่วมทุกข์ สนุกสนาน
จากวันวาน สู่วันนี้ มีคุณค่า
หอมความฝัน หอมความหวัง ยังตรึงตา
ยังรักมั่น ยังศรัทธา ยังท้าทาย
บางคำถาม จนใจ ไร้คำตอบ
สิ่งที่ชอบ ส่ิงที่ชัง ยังค้นหาย
บางคำตอบ บางความหวัง หลังความตาย
คือจุดหมาย ปลายทาง ระหว่างเรา

แหละเท่าที่ฉันรู้...
นักสู้ ยังยืนยัน ความฝันเก่า
ยังแต้มแต่ง ความงาม วามวับเงา
ชื่อพวกเขา ที่ยึดถือ ชื่อชาวดิน


ความรู้สึก ณ เวลานั้น ไม่สามารถบรรยายได้ทั้งหมด เพราะทั้งหมดได้กลั่นกรองออกจากหัวใจ

ผมได้กล่าวขอบคุณพี่ศิษย์เก่าทุกท่าน ขอบคุณท่านที่ได้มาทำกิจกรรมให้พวกผมในวันนี้

ผมได้มีหัวใจและความเป็นชาวดินแล้ว ผมจะใช้ชีวิตอยู่ในบ้านหลังนี้

และไม่หนีไปไหน จะมุ่งมั่นสร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อส่วนรวม

สิ่งที่พี่ๆทำให้เห็นในอดีตคือเส้นทาง ถนน มุ่งสู่ความศรัทธาเชื่อมั่น

และสร้างสรรค์เพื่อสังคมส่วนรวม และขอบคุณเงินทุนสนับสนุน

ข้าวทุกเมล็ดทุกก้อนผมจะใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

และขอขอบคุณเพื่อนสมาชิก พวกเราคือต้นกล้าชาวดิน เราจะเดินหน้าไปด้วยกัน

ผมขอโทษ หากเคยผิดพลาดหรือใช้อารมณ์ กผมเคยท้อมากๆ

แต่ผมไม่เคยคิดถอย การทำงานก็เปรียบเหมือนลิงกับจระเข้ ลิงปืนต้นไม้ได้แต่ว่ายน้ำไม่เป็น จระเข้ว่ายน้ำได้แต่ปืนต้นไม่ไม่ได้

ดังนั้นสิ่งที่ผมทำได้เพื่อนอาจจะทำไม่ได้ และสิ่งที่ผมทำไม่ได้เพื่อนอาจจะทำได้

ดังนั้นทุกคนต้องร่วมมือ เกื้อกูลและให้กำลังใจ

ผมจะทำกิจกรรมเพื่อส่วนรวม และสร้างประโยชน์เพื่อผองชน

ทุกคนมีหัวใจ ศรัทธาเชื่อมั่น

เพราะทุกคนอยู่ในบ้านหลังนี้บ้านพรรคชาวดิน

กิจกรรมเพื่อส่วนรวมและสังคมที่ดีกว่าครับ ขอบคุณครับ


ร่วมถ่ายรูปหมู่ ค่ายเกี่ยวรักถักร้อยสานสายใย จากใจพี่ถึงน้อง

ก่อนเดินทางกลับได้ร่วมกันรับประทานขนมจีนแสนอร่อยและมื้อพิเศษ เพราะ ผ่านการปรุงเองกับมือ ของพ่อสิทธิ์

ที่ใช้ใจในการปรุงและเสิฟด้วยมือตัวเอง แสดงถึงความรักของพี่ๆอย่างอบอุ่น

และยังมีกับข้าวปลาทอด ส้มตำข้าวเหนียว เป็นว่าอิ่มทั้งใจและอิ่มท้องเลยทีเดียว

ก่อนกลับได้มาอำลาอาลัยเหมือนไม่อยากจากพลัดพราก แต่ที่แน่นอน

ทุกสิ่งต้องมีการเคลื่อนย้ายตลอดเวลาเป็นสัจธรรม

ได้กอดพี่ๆน้องๆกล่าวให้กำลังใจ รอยยิ้ม ปนความเศร้าซึมอย่างอธิบายไม่ได้ แต่ต้องใช้หัวใจสัมผัสหัวใจ

กิจกรรมครั้งนี้ก็ผ่านไปด้วยบรรยากาศที่แสนสุดประทับใจเป็นอย่างมาก

พี่ๆได้ใส่ปุ๋ยพรวนดิน ต้นกล้าต้นใหม่นี้ ที่พร้อมจะเติบโตในวันข้างหน้า

ผมขอป็นสมาชิกตั้งสัจจะสัญญา

หวังว่าคงจะมีวันเวลาได้หวนกลับมาพบกันอีกครั้ง

ณ โอกาสนี้ ผู้เขียนขอบคุณพี่ๆที่มาร่วมงานได้แก่

พ.ท.อุกฤษฏ์ สะอาด (พี่เดียว) , คุณพ่อไพรัช สุภัคคะ (พี่ตี๋) ,

คุณพี่อรวรรณ เหม่นเเหลม (พี่ติ๊ก) ,คุณพี่ดลลักษณื สุขพูล (พี่กระแต) ,

ดร.เจริญ ศรีแสนปาง (พี่เจริญ) , คุณพี่กาวิณี บัวรบัตร (พี่นาง) ,

พี่ตุ๊กแก ,คุณพี่วาสนา วัฒนกุล (พี่จุ๊บแจง) ,

พี่อ้วน ,คุณพี่ชัยวัฒน์ บุญชวลิต (พี่บิ๊ก) ,

ดร.รณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล (พี่แดง) , คุณแม่พรรณี เสมอภาค (พี่หน่อย) ,

คุณพี่สุปชัย โกสินาม (พี่ซุน) , คุณพ่อเกรียงเดช แสวงสาย (พ่อสิทธิ์)

พี่เล่ , พี่แก้วเวียง คุณพี่พนัส ปรีวานา

และอาจารย์ที่ปรึกษา ดร.ธายุกร พระบำรุง อ.อภิญญา คชมาตย์

พร้อมด้วยพี่ที่ไม่ได้มาร่วมงานและส่งใจส่งทุนมาสนับสนุนกิจกรรมของกลุ่มนิสิตพรรคชาวดิน

มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เป็นจำนวนเงิน 21,170 บาท ข้าวอินทรีย์ 1,000 ก้อน

มันเทศ 5 ถุง น้ำดื่ม และสนับสนุนอาหารทุกมื้อพร้อมขนมจีน ขอบขอบคุณเจ้าของสถานที่

กฤษณกรณ์ฟาร์ม ต.หนองพอก อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด

เรื่องหลายเรื่องอาจจะเล่าไม่ละเอียดและไม่หมดทุกเรื่อง หรือกล่าวไม่ครบพิมพ์ชื่อไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบทุกคน

ผู้เขียนขออกตัวก่อนเลยว่า เป็นมือใหม่หัดเขียน หากผิดตกบกพร่องประการใด ก็ขออภัยด้วยใจคารวะ

ยอมรับเลยว่างานนี้ผู้เขียนบกพร่องเนื่องจากไม่มีการจดบันทึกใดๆเลย

เขียนตามที่ความรู้สึกและหัวใจสัมผัสได้ หากกล่าวพลากพิงถึงผู้ใด ก็ขออภัย

ผมขอเชิดชูด้วยใจคารวะที่สร้างบ้าน สร้างเส้นทาง กิจกรรมเพื่อส่วนรวมไว้ให้แก่ผมคนรุ่นหลัง

ได้กลับมาฟื้นฟูสานต่อ เส้นทางอาจจะไม่ราบรื่น แต่ก็พยายามเดินฟ่าด้วยหัวใจศรัทธา

พร้อมที่จะเดินหน้าต่อ ความรักความผูกพันธ์ และหวังดีที่มีการจัดกิจกรรมนี้

จะเป็นแรงกระตุนผลักดันส่วนนึง ให้พวกผมได้เดินลุกสู้ไม่หน่ายหนีบนถนนสายชาวดิน

"ขอให้ศรัทธาเราเป็นเหมือนดั่งดวงดาว

ทอแสงสกาวพร่างพราวพลังยิ่งใหญ่

จะขอยืนสู้ทายท้าไม่ยอมหนีหน้าอธรรมใดๆ

ประสานเสียงเพลงจากใจก้าวสู่ไทยสมบูรณ์"

#มหาชาวดิน (ณัฐพล)...ผู้เขียน

21 ธ.ค.2559

#ศรัทธา-เชื่อมั่น


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน แผนที่ชีวิต



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

วันนี้ดีใจที่ได้เห็นพี่น้องชาวกลับมาอีกครั้ง คิดถึงทุกคน อยากมีโอกาสได้ร่วมทำกิจกรรมกับพี่น้องชาวดิน กิจกรรมดีๆ การทำงานเป็นทีม แรงสนับสนุนจากรุ่นสู่รุ่น ขอให้ชาวดินจงตั้งอยู่และสืบสานความเป็นชาวดินจราบนานเท่านาน ไว้พบกับครับ ขอบคุณชาวดิน