ทำไม​พม่า..จึงเสียเมือง? (1)

Dr. Ple
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

ผู้เขียนได้อ่านหนังสือเรื่อง พม่าเสียเมือง ผู้แต่ง มรว.คึกฤทธิ์ ปราโมช นะคะ ... พม่าเสียเมืองและเรื่องราวกษัตริย์ ... ราชินีองค์สุดท้าย

สมัยของพระเจ้าแผ่นดินพม่าองค์สำคัญคือ “พระเจ้ามินคง” ได้ทรงสร้างพระราชวังใหม่ขึ้นมาอย่างใหญ่โตสวยงาม ... ทาทองอร่ามเป็นหน้าตาแห่งแผ่นดิน เรียกเป็นภาษาพม่าว่า “ชเวนันดอร์” แปลได้ว่า พระราชมณเฑียรทอง

ประชาชนทั่วไปจึงเรียกขาน .... พระเจ้าแผ่นดินด้วยพระนามอันแสดงถึง พรบรมเดชานุภาพ ซึ่งความยิ่งใหญ่ของราชวงศ์พม่านั้น ... เริ่มในยุคของอาณาจักรพุกาม ที่ตั้งราชวงศ์ขึ้นมาเมื่อราว 1,000 ปี ก่อนที่ริมฝั่งน้ำอิรวดี จนมาถึง ราชวงศ์ลองพญา (คองบอง) ที่ถือว่าเป็นราชวงศ์สุดท้าย

กษัตริย์วงศ์นี้เองที่ยกทัพหลวงมาตีกรุงศรีอยุธยาเป็นครั้งสุดท้าย และกษัตริย์แห่งราชวงศ์นี้อีกเช่นกัน ที่ยกทัพพม่ามหาศาลถึง 9 ทัพมา หมายจะตี “สยามใหม่” ในรัชกาลที่ 1 ซึ่งนั่นก็เป็นครั้งสุดท้ายที่พม่ามารุกรานไทยอย่างเป็นทางการ ก่อนที่จะพ่ายแพ้กลับไปด้วยฝีมือคนไทยและพระกษัตริย์ที่ร่วมกันปกป้องอันเป็นที่รัก

และหลังจากนั้นไม่นาน พม่าก็ต้องประสบกับปัญหาสืบราชสมบัติภายในและยังมีเรื่องของการแทรกแซงจากต่างชาติโดยเฉพาะอังกฤษ ที่ต้องรับมืออย่างหนักหน่วง จนที่สุดราชวงศ์ที่อยู่มายาวนานก็จะต้องล้มสลายลง ...เมืองหลวงแห่งสุดท้ายและความล่มสลายแห่งราชวงศ์

ราชวงศ์ของ พม่าเพิ่งสิ้นสุดลง .... เมื่อร้อยกว่าปีมานี้เอง ตกอยู่ในสมัยรัชกาลที่ 5 ของเรา ซึ่งการหมดราชวงศ์ครั้งนี้ก็สิ้นสุดลงพร้อมๆ กับการ “เสียเมือง” คือ เสียเอกราช ของชาติพม่าให้กับอังกฤษ ซึ่งในหลวงรัชกาลที่ 5 ท่านทรงมีวิสัยทัศน์ไกล เราจึงได้รอดพ้นจากการตกเป็นเมืองขึ้น เป็นข้าแผ่นดินของเขามาได้อย่างหวุดหวิด

ดังจะขอเท้าความถึงเหตุการณ์ ก่อนที่พม่าจะเสียเมืองสักหน่อย นั่นคือในสมัยที่ชาติอังกฤษ....เริ่มเข้ามาหลังจากที่ชายตามองมาจากอินเดียที่ตกเป็นเมืองขึ้นก่อนหน้านั้นแล้ว

พม่าก็เปรียบได้กับเค้กก้อนโตที่ยังไม่มีใครแตะต้อง โดยของที่เป็นสมบัติล้ำค่า ก็จะมีทั้งทรัพยากรธรรมชาติโดยเฉพาะป่าไม้สักอันอุดมสมบูรณ์ นอกจากนั้นยังมีทรัพย์ที่หาค่ามิได้อีกอย่างหนึ่งก็คือ ราชสมบัติในท้องพระคลังแห่งกษัตริย์พม่า

ในสมัยแรกที่อังกฤษเข้ามานั้น พม่ายังประมาทความสามารถ ของอังกฤษว่าด้อยกว่าตน ..... จนแม้ราชทูตจากราชสำนักที่ขอเข้าเฝ้า...พระเจ้ากรุงพม่า ก็ถูกบังคับให้..ทอดรองเท้า...ออกก่อนเข้าไปในท้องพระโรง...ตามราชประเพณี ทว่าเรื่องนี้ทาง ราชสำนักเซนต์เจมส์ ถือเป็นเรื่องสำคัญ

ตามธรรมเนียมการทูตนั้น เครื่องแบบของทูตถือ ... เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ เป็นหน้าตาและเกียรติยศของประเทศ หากประเทนั้นมี ... พระเจ้าแผ่นดินก็เปรียบเสมือนกับเป็นเครื่องแต่งกายของผู้แทนพระองศ์พระเจ้าแผ่นดิน .... ซึ่งเป็นเครื่องประกอบพระเกียรติ การให้แต่งไม่ครบ...ก็เหมือนกับการเสียเกียรติไปถึงพระเจาแผ่นดินและประเทศของตน

เครื่องแบบเต็มยศของราชทูต....จึงเป็นเรื่องสำคัญมาก ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่อังกฤษม่พอใจพม่า จะว่าไป เสียเมือง เริ่มด้วยเรื่อง...รองเท้าก็ว่าได้ แล้วเมื่อมีข้อพิพาทกันเรื่อง...เมืองพม่าไม่ยอมเปิดให้ อีกทั้งพม่ายังแข็งกร้าว เรียกเอาค่าปรับจำนวนมากจากบริษัททำไม้ของอังกฤษโดยหาว่าผิดสัญญาอีก อังกฤษจึงถือเป็นเหตุให้เข้ายึดพม่าในที่สุด โดยฝ่ายอังกฤษได้ประเมินสถานการณ์ในพม่าแล้วว่าอยู่ในช่วงที่เปราะบางมาตั้งแต่ช่วงปลายรัชสมัยพระเจ้ามินดงที่มีการชิงราชสมบัติกันภายใน โดยมีเสนาบดีคนสำคัญคอยให้ท้าย จนที่สุดอำนาจก็ตกอยู่กับฝ่ายที่ปรารถนาอำนาจซึ่งก็ทำการเลือกเจ้าชาย ที่ดูปกครองง่ายขึ้นครองบัลลังก์แทนองค์รัชทายาทตามสิทธิ์เพื่อให้ “ควบคุม” เกมการเมืองทั้งหมดได้โดยใช้กษัตริย์ที่ทรงพระเยาว์เป็นฐานอำนาจ หรือมอมินนีของคนเพื่อจะได้อ้างสิทธิ์อันชอบธรรม ซึ่งสิ่งนี้จะลวงประชาชนที่หูเบาได้บางกลุ่มเท่านั้น และแผนรวบอำนาจเช่นนี้ก็เป็นวิสัยแห่งนักการเมืองผู้ฉ้อฉลมาแต่ไหนแต่ไร ประวัติศาสตร์ได้เคนซ้ำรอยมานานแล้ว

เมื่อใดที่คนไม่ดีได้ มีโอกาสเข้ามาแทรกแซงกิจการแผ่นดินจากภายนอก ... เมื่อนั้นบ้านเมืองก็จะวุ่นวาย จนคนภายนอกถือโอกาสเข้ามาย่ำยีได้ เพราะเห็นคนในชาติไม่รักแผ่นดินเห็นแก่ประโยชน์ตัวเองเป็นใหญ่กว่าบ้านเมืองและความจงรักภักดี .... เจ้าชายที่ถูกฝ่ายยึดอำนาจเลือกขึ้นมาเป็นหุ่นเชิดนี้ที่สุดก็จะกลายเป็น กษัตริย์พระองศ์สุดท้าย แห่งราชวงศ์ลองพญาของพม่า พระเจ้าแผ่นดินพระองค์นี้มีพระนามว่าธีบอคนไทยเราเรียกว่า พระเจ้าสีป่อ





ผู้เขียนอ่านเล่มนี้ค่ะ พิมพ์ครั้งที่ 16 นะคะ




สรุปตอนที่1 .... ทำไม่พม่าจึีงเสียเมือง?....ให้ประเทศอังกฤษ ... คงเกิดจากหลายๆปัจจัยนะคะ แต่ที่แน่ๆ ก็เพราะ คนในชาติไม่รักแผ่นดิน ....เห็นแก่ประโยชน์ตัวเองเป็นใหญ่ ... ประจวบกับประเทศอังกฤษเริ่มล่าอาณานิคม เมืองขึ้น ... ซึ่งเข้ามาทางประเทศอินเดีย และพม่ายังประมาทความสามารถของอังกฤษว่าด้อยกว่าตน ... ประกอบกับพม่ามีทรัพยากรทางธรรมชาติ เช่น เพชร พลอย ไพลิน ทับทิม มรกต หยก ทองคำ ไม้สักที่ล้ำค่ามากมายมหาสารเหลือเกิน ... และเริ่มจาก...ที่พม่าให้ ทูลฝรั่งอังกฤษถอดรองเท้าเวลาเข้าเฝ้า ด้วยกระมัง(555) ... ขอจบไว้แค่นี้ก่อน แล้วจะมาเล่าต่อตอนต่อไปนะคะ


ขอบคุณค่ะ

21 ธันวาคม2559

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สมศรี นวรัตน์ ศิษย์ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์



ความเห็น (11)

เขียนเมื่อ 

เมื่อคนในชาติไม่รักกันมักมีปัญหาแบบนี้เสมอ

แต่ทรัพยากรธรรมชาติของพม่ายังมีอีกมาก

ขอบคุณมากๆครับ

ที่พี่เปิ้นเขียนให้อ่าน


เขียนเมื่อ 

ขอบคุณ ดร.ขจิต ฝอยทอง มากๆค่ะ

เขียนเมื่อ 

เคยอ่านเหมือนกันนานมาแล้ว ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ท่านเขียนได้น่าอ่านทีสุด

ถ้าพระเจ้าธีบอทรงพระปรีชาเช่น ร. 5 พม่าก็คงไม่เสียเมืองนะคะ


เขียนเมื่อ 

ขอบคุณ ท่าน อจ. GD มากๆ ค่ะ

เขียนเมื่อ 

น่าสนใจมากครับ

รูปชายหญิงด้านล่างเป็นกษัตริย์ใช่มั๊ยครับ

เขียนเมื่อ 

ความไม่สามัคคีเป็นบ่อเกิดแห่งหายนะแน่นอนจ้ะ

คิดถึงจ้าา

เขียนเมื่อ 

อ่านแล้ว ให้น้อมรำลึกพระมหากษัตริย์ไทย

ผู้มีปัญญามองไกล รักษาตนเองรอด รักษาผู้อื่นรอด นี่ละปัญญามีไว้พิจารณา ปัญญาเป็นยอดของนรชน

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณ พ.แจ่มจำรัส ที่ให้กำลังใจ นะคะ

เขียนเมื่อ 


ขอบคุณ คุณมะเดื่อ ที่ให้กำลังใจ นะคะ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณท่าน ยูมิ ที่ให้กำลังใจ นะคะ

ดีใจที่ได้อ่าน ขอบคุณมากค่ะ

หมายเลขบันทึก

620519

เขียน

21 Dec 2016 @ 14:49
()

แก้ไข

24 Dec 2016 @ 12:30
()

สัญญาอนุญาต

ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง
ดอกไม้: 9, ความเห็น: 11, อ่าน: คลิก